Software Engineer 28 ปี จาก Bangkok ผ่าน H-1B Google Mountain View
ลักษณะผู้สมัคร: จบ ป.โท Computer Science Stanford (US Master Cap), Intern Google 1 ปี
ประเด็นที่ควรเตรียม: จบ US Master+ ได้เปรียบ 2x Lottery — เพิ่มโอกาสเป็น ~50%

Professional ที่ได้รับ Job Offer จากนายจ้างอเมริกัน ในตำแหน่งที่ต้องใช้วุฒิ ป.ตรีขึ้นไป
วีซ่า H-1B คือวีซ่าทำงานชั่วคราว 3 ปี (ต่อได้ 6 ปี) สำหรับ Specialty Occupation ที่ต้องใช้วุฒิ ป.ตรีขึ้นไป — มีโควต้าปีละ 85,000 ตำแหน่ง (65k Regular + 20k US Master+) ต้องผ่าน Electronic Registration Lottery ของ USCIS ในเดือน มี.ค. ของทุกปี อัตราถูกเลือก ~25–30% นายจ้างยื่น LCA + I-129 ค่าธรรมเนียมรวม 4,000–8,000 USD ใช้เวลา 6–12 เดือน (Premium Processing 15 วันด้วย +2,805 USD)
H-1B มีเงื่อนไขครบทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง:
แยกตามอาชีพ/บทบาทผู้สมัคร — iVC ส่ง Checklist เฉพาะให้คุณ
iVC ช่วย Connect กับ US Companies ที่ Sponsor H-1B — เน้น Tech (Google, Amazon, Microsoft, Meta), Finance (JP Morgan, Goldman), Consulting (Accenture, Deloitte)
นายจ้างลงทะเบียน Electronic Registration ที่ USCIS เดือน มี.ค. — จ่าย 215 USD/Beneficiary
USCIS จับสลาก — ผลออกประมาณ 31 มี.ค.
นายจ้างยื่น LCA กับ Department of Labor — Certified 7 วัน
ยื่น I-129 + เอกสารทั้งหมด — Standard 4–8 เดือน / Premium 15 วัน (+2,805 USD)
หลังได้ I-797 ลูกจ้างยื่น DS-160 + นัดสัมภาษณ์ที่ US Embassy Bangkok
เข้าอเมริกาได้ก่อน Start Date ≤ 10 วัน
H-1B ไม่ต้องแสดงเงินส่วนตัว — นายจ้างจ่ายทุกอย่าง:
สมัครงานล่วงหน้า 6–12 เดือนก่อน Lottery (มี.ค.) — เพราะนายจ้างต้อง Onboard และพร้อมยื่น
เลือกบริษัทที่มีประวัติ Sponsor H-1B (ดูที่ myvisajobs.com) — Top Sponsors: Cognizant, TCS, Infosys, Amazon, Google
ถ้าจบ US Master+ มีโอกาส 2x (เข้า Regular + Master Cap)
Cap-exempt = ไม่ต้องลุ้น Lottery (มหาวิทยาลัย, Research Institute, Non-profit)
Premium Processing คุ้ม ถ้านายจ้างต้องการให้เริ่มเร็ว — 15 วัน vs 8 เดือน
เตรียม Backup Plan — ถ้าไม่ได้ Lottery ปีนี้ ลุ้นปีหน้า หรือสมัคร L-1, O-1 แทน
H-1B Transfer (เปลี่ยนนายจ้าง) ไม่ต้องลุ้น Lottery ใหม่ — ทำได้ทุกเวลา
ระวัง H-1B Cap-Gap — F-1 → H-1B หากเลือก Lottery แล้ว Cap-Gap ครอบคลุมจนถึง 1 ต.ค.
ตำแหน่งไม่ใช่ Specialty Occupation
วุฒิไม่ตรงสาขางาน
Beneficiary-Petitioner Relationship ไม่ชัด (สำหรับ Consulting)
นายจ้างเล็กเกินไป (Mom & Pop Shop)
Prevailing Wage ต่ำไป (Level 1 สำหรับงานที่ควรเป็น Level 3)
ตัวอย่างประกอบการวางแผนเอกสารเท่านั้น ไม่ใช่สถิติหรือการรับประกันผล ผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง
ลักษณะผู้สมัคร: จบ ป.โท Computer Science Stanford (US Master Cap), Intern Google 1 ปี
ประเด็นที่ควรเตรียม: จบ US Master+ ได้เปรียบ 2x Lottery — เพิ่มโอกาสเป็น ~50%
ลักษณะผู้สมัคร: จบ ป.ตรี ไทย + ทำงาน Data 7 ปี + Master Online (Georgia Tech OMSCS)
ประเด็นที่ควรเตรียม: ถ้าไม่ได้ปีแรก อย่าท้อ — สถิติ 3 ปียังไม่ผ่านมี ~10–15% เท่านั้น
ตรวจเอกสารก่อนยื่น 3 รอบ — รับประกันคืนค่าบริการถ้าปฏิเสธ ปรึกษาฟรี 24/7
ที่ปรึกษาวีซ่าและเอกสารทางการ วีซ่าWork (Outbound) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา
อัปเดตสถานะทุก milestone ผ่าน LINE เอกสารทุกชุดผ่าน QC สามชั้นก่อนส่งสถานทูต ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส
ทุกเคส วีซ่าWork (Outbound) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:
ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.
ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.
ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.
ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.
ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.
ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.
แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ วีซ่าWork (Outbound) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น
1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า
2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร
3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน
4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)
5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป
6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด
เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา วีซ่าWork (Outbound) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง
ระบบติดตามเคสแบบ real-time เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"
การติดตามสถานะ ใน วีซ่าWork (Outbound). ความปลอดภัยของข้อมูล ใน วีซ่าWork (Outbound). การยกเลิกและคืนเงิน ใน วีซ่าWork (Outbound). ตัวเลือกบริการเสริม ใน วีซ่าWork (Outbound). ราคาและค่าใช้จ่าย ใน วีซ่าWork (Outbound).
Pass rate ที่ตรวจสอบได้ เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา
จากเคส วีซ่าWork (Outbound) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม
iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา