ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ข้ามไปยังเนื้อหา
iVC — International Visa Center
วีซ่าญี่ปุ่นในหนังสือเดินทางไทย พร้อม JR Pass ตั๋วชินคันเซ็น และดอกซากุระ
🇯🇵 ญี่ปุ่น · Business Manager (経営・管理・Keiei-Kanri)

วีซ่านักธุรกิจ/ผู้บริหารญี่ปุ่น

เจ้าของกิจการคนไทย ผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการตั้งบริษัท (KK / GK) หรือเข้าซื้อกิจการในญี่ปุ่น พร้อมพำนักบริหารจริง

สรุปด่วน

วีซ่านักธุรกิจญี่ปุ่น (経営・管理 Business Manager) เหมาะกับคนไทยที่ต้องการตั้งบริษัทและบริหารในญี่ปุ่น เงื่อนไขหลัก: (1) ทุนจดทะเบียน ≥ 5 ล้านเยน หรือจ้างพนักงาน full-time ≥ 2 คน (2) สำนักงานจริง (ห้ามใช้ Virtual Office) (3) แผนธุรกิจสมเหตุสมผล 3 ปีขึ้นไป ขั้นตอนใช้เวลา COE 2–4 เดือน + วีซ่าที่ไทย 5 วันทำการ ระยะพำนัก 4 เดือน – 5 ปี ต่ออายุได้และนำไปสู่ Permanent Residence ภายใน 5–10 ปี

คุณสมบัติผู้สมัคร

ผู้สมัครต้องพิสูจน์ทั้งฝั่งการเงินและการดำเนินธุรกิจจริง:

  • อายุ ≥ 20 ปี ไม่มีประวัติอาชญากรรมในไทย/ต่างประเทศ
  • มีทุนจดทะเบียน ≥ 5 ล้านเยน (ต้องเป็นเงินของตัวเองหรือกู้ที่พิสูจน์แหล่งที่มาได้)
  • หรือทางเลือก: จ้างพนักงาน Full-time ในญี่ปุ่น ≥ 2 คน (ญี่ปุ่น/PR/Spouse Visa)
  • มีสำนักงานจริงในญี่ปุ่น พร้อมสัญญาเช่าและภาพถ่าย 6 มุม
  • มีแผนธุรกิจ 3 ปีที่สมเหตุสมผล — คาดการณ์รายได้ ค่าใช้จ่าย พนักงาน
  • ประสบการณ์บริหาร ≥ 3 ปี (SME เจ้าของกิจการหรือระดับ Manager+)

กรณีพิเศษ

  • Startup Visa (บางเมือง เช่น Fukuoka/Tokyo): ยกเว้นทุน 5 ล้านเยนได้ 1 ปี
  • M&A: ซื้อกิจการที่มีอยู่แทนการตั้งใหม่ — ต้องพิสูจน์ Going Concern ≥ 1 ปี

เอกสารที่ต้องเตรียม

แยกตามอาชีพ/บทบาทผู้สมัคร — iVC ส่ง Checklist เฉพาะให้คุณ

เอกสารบริษัท (ต้องเตรียมในญี่ปุ่นก่อน)+
  • Articles of Incorporation (定款 Teikan) รับรองโดย Notary ญี่ปุ่น
  • Certificate of Registered Matters (履歴事項全部証明書) จาก Legal Affairs Bureau
  • หลักฐานการฝากทุนจดทะเบียน (Statement of Capital)
  • สัญญาเช่าสำนักงาน + ภาพถ่ายภายใน/ภายนอก 6 มุม
  • แผนธุรกิจภาษาญี่ปุ่น 3 ปี (Sales Forecast + Cash Flow + Personnel Plan)
  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะ (ถ้ามี — เช่น ร้านอาหาร ต้องมี 飲食店営業許可)
เอกสารส่วนตัว (ผู้สมัคร)+
  • หนังสือเดินทาง อายุเหลือ ≥ 6 เดือน + สำเนา 2 ชุด
  • รูปถ่าย 4.5×4.5 ซม. พื้นหลังขาว 2 ใบ (ถ่าย ≤ 6 เดือน)
  • ประวัติการทำงาน/บริหารย้อนหลัง ≥ 5 ปี (Resume แบบญี่ปุ่น 履歴書)
  • ใบรับรองความประพฤติจาก สตช. (Police Clearance) — ต้อง Legalize MFA
  • Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน + หลักฐานที่มาของทุน (ขายทรัพย์สิน/มรดก/รายได้)
  • Tax Return ประเทศไทยย้อนหลัง 2 ปี (ภ.ง.ด.90/91) — พร้อมแปลรับรอง

ขั้นตอนการยื่นวีซ่า (Step-by-Step)

  1. 1

    Feasibility & จองชื่อบริษัท

    1–2 สัปดาห์

    ตรวจสอบชื่อบริษัทที่ Legal Affairs Bureau + วางแผนโครงสร้างทุน

  2. 2

    เปิดบัญชีธนาคารและโอนทุน

    2–3 สัปดาห์

    ต้องมีตัวแทนในญี่ปุ่น (Nominee Director/Partner) เปิด Personal Account รับโอนทุน

  3. 3

    จดทะเบียนบริษัท

    1–2 สัปดาห์

    Notary รับรอง Teikan → ยื่นจดที่ Legal Affairs Bureau → รับ 履歴事項全部証明書

  4. 4

    เช่าสำนักงาน + ภาพถ่าย

    1–3 สัปดาห์

    ต้องเป็น Commercial Lease จริง — Virtual/Coworking ถูกปฏิเสธ 90%

  5. 5

    ยื่น COE ที่ Immigration Bureau

    2–4 เดือน

    รวมแผนธุรกิจ + เอกสารบริษัท + ประวัติผู้สมัคร

  6. 6

    ยื่นวีซ่าที่ JVAC กรุงเทพฯ

    5–7 วัน

    ใช้ COE + Passport + Application Form + รูป — รับวีซ่าใน 5 วันทำการ

  7. 7

    เดินทาง + Residence Card + My Number

    1–2 สัปดาห์

    ที่สนามบินรับ Residence Card ทันที → ลงทะเบียนที่ Ward Office ภายใน 14 วัน

เงินในบัญชี + Statement

การเงินเป็นจุดที่ถูก Reject มากที่สุด — Immigration ตรวจย้อนแหล่งที่มาของทุนละเอียด

💰 ยอดแนะนำ: ทุนจดทะเบียน 5 ล้านเยน + เงินสำรอง Operating 6 เดือน (~3 ล้านเยน) รวม ≥ 8 ล้านเยน (~1.85 ล้านบาท)
  • เงินทุนต้องอยู่ในบัญชี ≥ 6 เดือนก่อนโอนไปญี่ปุ่น (ป้องกันข้อกล่าวหา Money Laundering)
  • ถ้าใช้เงินกู้ ต้องมีสัญญาชัดเจน + ผู้ให้กู้ต้องเป็นบุคคล/นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • รายได้ไทยต้องยื่นภาษีถูกต้อง ≥ 2 ปี — ใช้ ภ.ง.ด. + ทวิ 50
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินก้อนเดียว 5 ล้านเยนโดยไม่มีอธิบาย — แบ่ง 2–3 tranche + memo ประกอบ
  • เตรียม Cash Flow Projection 3 ปีที่แสดง Break-even ปีที่ 2

เคล็ดลับเพิ่มโอกาสอนุมัติ (Insider Tips)

Tip #1

จ้าง Gyoseishoshi (行政書士 Immigration Lawyer) ในญี่ปุ่น 150,000–300,000 เยน — ยกอัตราอนุมัติจาก 40% เป็น 85%

Tip #2

สำนักงานอย่างน้อย 20 ตร.ม. แยกจากที่พัก — Immigration ตรวจภาพถ่าย Google Street View

Tip #3

ถ้าธุรกิจต้องมี License (ร้านอาหาร/นวด/ท่องเที่ยว) ต้องได้ License ก่อนยื่น COE

Tip #4

ทุน 5 ล้านเยนต้องอยู่ในบัญชีบริษัทตอนยื่น COE — ห้ามถอนออกก่อน

Tip #5

แผนธุรกิจต้องระบุพนักงานญี่ปุ่นที่จะจ้างภายใน 12 เดือน — Immigration ให้น้ำหนักการสร้างงาน

Tip #6

ครั้งแรกมักได้พำนัก 4 เดือน — ต่อครั้งที่ 2 ถึงได้ 1 ปี เพราะต้องมี Tax Filing ญี่ปุ่นก่อน

Tip #7

เตรียม Business Card + Website ญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนยื่น — Immigration เช็คจริง

เหตุผลที่มักถูกปฏิเสธ + วิธีแก้

เหตุผลปฏิเสธ #1

ใช้ Virtual Office / Coworking Space

วิธีแก้: เช่า Private Office แยก + สัญญาชื่อบริษัท + ป้ายชื่อจริงที่หน้าประตู
เหตุผลปฏิเสธ #2

แผนธุรกิจไม่สมเหตุสมผล — รายได้ปีแรกสูงเกินจริง

วิธีแก้: ลดตัวเลขให้ conservative + อ้างอิงข้อมูลอุตสาหกรรมจริง (JETRO Statistics)
เหตุผลปฏิเสธ #3

ไม่สามารถอธิบายที่มาของทุน

วิธีแก้: เตรียม Paper Trail 6 เดือนขึ้นไป + ทนายไทยรับรอง Source of Funds
เหตุผลปฏิเสธ #4

ประวัติบริหารไม่สอดคล้องกับธุรกิจใหม่

วิธีแก้: เพิ่ม Certification/Training ที่เกี่ยวข้อง + จ้าง Advisor ผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นในญี่ปุ่น
เหตุผลปฏิเสธ #5

สำนักงานเล็กเกินไป (< 15 ตร.ม.) / อยู่ในที่พักอาศัย

วิธีแก้: ย้ายไป Commercial Zone + แสดงภาพถ่ายสำนักงานจริง ≥ 6 มุม

กรณีศึกษา (Real Cases from iVC)

เจ้าของร้านอาหารไทยในโตเกียว

Profile: คุณสมชาย อายุ 42 เจ้าของร้านอาหารไทย 3 สาขาในกรุงเทพฯ ต้องการเปิดสาขาแรกที่ Shinjuku

Outcome: ตั้ง KK ทุน 8 ล้านเยน + จ้างเชฟไทย 2 คน + Manager ญี่ปุ่น 1 คน — ได้ COE 3 เดือนครึ่ง วีซ่าพำนัก 1 ปี ต่ออายุ 3 ปี

Lesson: ประสบการณ์เจ้าของกิจการเดิม + License ร้านอาหาร (飲食店営業許可) ได้ก่อนยื่น = อนุมัติเต็ม

Consultant IT ตั้งบริษัทที่ Osaka

Profile: คุณอรวรรณ อายุ 35 อดีต Senior Consultant Accenture Bangkok ตั้งบริษัท IT Consulting

Outcome: GK ทุน 5 ล้านเยน + Partner ญี่ปุ่น 1 คน — COE 2 เดือน 3 สัปดาห์ วีซ่า 1 ปี

Lesson: Partner ญี่ปุ่นที่มี Network + Contract ล่วงหน้ากับลูกค้าญี่ปุ่น 2 ราย = Immigration เชื่อว่าจะมีรายได้จริง

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่าธรรมเนียมสถานทูต
940 บาท (วีซ่า) + 100,000 เยน (Registration Tax) + 50,000 เยน (Notary)
ค่าบริการ iVC
180,000 – 280,000 บาท
บริการเสริม (เลือกได้)
  • + Gyoseishoshi ในญี่ปุ่น (Full COE)150,000 – 300,000 เยน
  • + แปล/รับรองเอกสารบริษัท18,000 – 35,000 บาท
  • + หา Nominee Director/Partner80,000 – 150,000 บาท
  • + Business Plan Writing (JP)45,000 – 80,000 บาท
  • + หาสำนักงาน + Real Estate Agent1 เดือนค่าเช่า
รวมประมาณ
220,000 – 380,000 บาท (ไม่รวมทุนจดทะเบียน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้องอยู่ในญี่ปุ่นตลอดเวลาไหม?+
ต้อง — ถ้าออกจากญี่ปุ่น ≥ 6 เดือน/ปี Immigration อาจไม่ต่ออายุ
จ้างพนักงานคนไทยได้ไหม?+
ได้ แต่ต้องมี Work Visa ของตัวเองอยู่แล้ว หรือช่วยขอ Engineer/Specialist Visa ให้
ต่อ Visa ครั้งที่ 2 ต้องมีรายได้เท่าไหร่?+
อย่างน้อยจ่ายเงินเดือนตัวเอง 250,000 เยน/เดือน + บริษัทมี Tax Filing
ตั้ง KK กับ GK ต่างกันยังไง?+
KK น่าเชื่อถือกว่า (คล้ายบริษัทมหาชนขนาดเล็ก) แต่ค่าจด 200,000 เยน / GK ยืดหยุ่นกว่า 60,000 เยน
ครอบครัว (ภรรยา/ลูก) มาด้วยได้ไหม?+
ได้ — ขอ Dependent Visa แยก (ดูหน้า Dependent Visa)
ทำงานอื่นนอกบริษัทตัวเองได้ไหม?+
ไม่ได้ — Business Manager ผูกกับบริษัทตัวเองเท่านั้น
ปิดบริษัทกลางทางได้ไหม?+
ต้องแจ้ง Immigration ภายใน 14 วัน + เปลี่ยน Status หรือกลับประเทศ
PR ได้เมื่อไหร่?+
5 ปี ถ้ามีรายได้ ≥ 3 ล้านเยน/ปี + จ่ายภาษีครบ / 10 ปี Standard
Startup Visa จังหวัดไหนบ้าง?+
Tokyo, Fukuoka, Osaka, Aichi, Hiroshima, Sendai — ยกเว้นทุน 5 ล้านเยนได้ 1 ปี
ทำไมต้องใช้ iVC?+
เรามี Gyoseishoshi Partner ในโตเกียว+โอซาก้า + ช่วยหาสำนักงาน + Nominee Director — ครบจบในสัญญาเดียว

พร้อมขอวีซ่าวีซ่านักธุรกิจ/ผู้บริหารญี่ปุ่นกับ iVC?

อัตราอนุมัติ 99.4% (สถิติภายใน iVC · self-reported) — รับประกันคืนค่าบริการถ้าปฏิเสธ ปรึกษาฟรี 24/7

วีซ่าญี่ปุ่นประเภทอื่นที่เกี่ยวข้อง

ความแตกต่างของ iVC ในงาน ภาพรวม — วีซ่าBusiness Manager (Outbound)

ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านเคสจริง วีซ่าBusiness Manager (Outbound) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา

เอกสารตัวจริงพร้อมตราประทับ เอกสารทุกชุดผ่าน QC สามชั้นก่อนส่งสถานทูต ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส

ทำไมต้องเลือก iVC สำหรับ ขั้นตอนการดำเนินงาน — วีซ่าBusiness Manager (Outbound)

ทุกเคส วีซ่าBusiness Manager (Outbound) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:

ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.

ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.

ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.

ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.

ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.

ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.

แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์

ทำไมต้องเลือก iVC สำหรับ เอกสารที่ต้องเตรียม — วีซ่าBusiness Manager (Outbound)

รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ วีซ่าBusiness Manager (Outbound) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น

1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า

2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร

3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน

4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)

5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป

6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด

เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด

มาตรฐานคุณภาพงานบริการ เกณฑ์การพิจารณาอนุมัติ — วีซ่าBusiness Manager (Outbound)

เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา วีซ่าBusiness Manager (Outbound) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง

อัปเดตสถานะทุก milestone ผ่าน LINE เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"

ความแตกต่างของ iVC ในงาน ทำไมต้องเลือก iVC — วีซ่าBusiness Manager (Outbound)

ขั้นตอนการสัมภาษณ์ ใน วีซ่าBusiness Manager (Outbound). การยื่นใหม่หลังถูกปฏิเสธ ใน วีซ่าBusiness Manager (Outbound). การติดตามสถานะ ใน วีซ่าBusiness Manager (Outbound). ความปลอดภัยของข้อมูล ใน วีซ่าBusiness Manager (Outbound). การยกเลิกและคืนเงิน ใน วีซ่าBusiness Manager (Outbound).

Pass rate ที่ตรวจสอบได้ 99.8% เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา

มาตรฐานคุณภาพงานบริการ ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย — วีซ่าBusiness Manager (Outbound)

จากเคส วีซ่าBusiness Manager (Outbound) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม

iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา