Manager บริษัท SME
ลักษณะผู้สมัคร: Manager บริษัทส่งออกอาหาร ไปพบ Distributor ใน Osaka ครั้งแรก แต่บริษัทผู้เชิญเป็น Listed Company
ประเด็นที่ควรเตรียม: บริษัทผู้เชิญใหญ่/มีชื่อเสียง = ลดเงื่อนไข Repeat Business Visitor

นักธุรกิจ พนักงานบริษัทที่ต้องเดินทางไปประชุม/เจรจา/ฝึกอบรมระยะสั้น (ไม่ใช่ทำงานรับเงินที่ญี่ปุ่น)
วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นใช้สำหรับการประชุม เจรจา หรือฝึกอบรมระยะสั้น (ไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง) ไม่อนุญาตให้รับเงินจากบริษัทญี่ปุ่น ต้องมี Invitation Letter (招へい理由書) + Letter of Guarantee (身元保証書) จากบริษัทผู้เชิญในญี่ปุ่น Multi-entry อายุ 1/3/5 ปี ค่าธรรมเนียม Single 940 / Multi 1,870 บาท พิจารณา 5–10 วันทำการ
ผู้สมัครต้องเป็นพนักงาน/เจ้าของกิจการ และมีบริษัทผู้เชิญในญี่ปุ่นที่ลงทะเบียนถูกกฎหมาย:
แยกตามอาชีพ/บทบาทผู้สมัคร — iVC ส่ง Checklist เฉพาะให้คุณ
ขอเอกสาร Invitation Set 4 ฉบับ — iVC มีเทมเพลตให้บริษัทญี่ปุ่นกรอก
ส่งทาง EMS/DHL — ต้นฉบับเท่านั้น (สำเนาไม่รับ)
หนังสือรับรองการทำงาน + Statement + Business Trip Order
Lawyer ตรวจความสอดคล้องของวัตถุประสงค์/วันที่/ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท
นำเอกสารทั้ง 2 ฝั่งยื่น
Single 5 วัน / Multi 7–10 วัน
JVAC ส่งกลับให้ EMS
วีซ่าธุรกิจเน้นความน่าเชื่อถือของบริษัท > ของบุคคล:
ขอ Multi-entry 3 ปีตั้งแต่ครั้งแรกได้ ถ้าบริษัทผู้เชิญเป็นบริษัทใหญ่/Listed Company
ระบุวัตถุประสงค์ใน Invitation Letter ให้ชัด — 'Meeting with XX Department about Project Y' ดีกว่า 'Business Meeting'
ถ้าบริษัทผู้เชิญและบริษัทไทยมีความสัมพันธ์เป็น Subsidiary/Partner ให้แนบ MOU หรือสัญญาด้วย
Schedule of Stay ให้ละเอียดทุกวัน เช้า/บ่าย/เย็น — ไม่ให้ว่างเกินไป
Repeat Business Visitor: แนบสำเนาวีซ่าเก่า + Boarding Pass เก่า เป็นหลักฐาน
ห้ามขอวีซ่าธุรกิจถ้าจะไปทำงานจริง — ใช้ Engineer Visa หรือ HSP แทน
Invitation Letter ระบุวัตถุประสงค์คลุมเครือ ('Business' โดยไม่ระบุรายละเอียด)
บริษัทผู้เชิญเป็นบริษัทเล็ก/เพิ่งจดทะเบียน < 1 ปี
ผู้สมัครเงินเดือนต่ำกว่า 20,000 บาท แต่จะไปประชุมระดับสูง
Schedule of Stay ระบุเฉพาะ 'Meeting' ทั้ง 7 วัน
ตัวอย่างประกอบการวางแผนเอกสารเท่านั้น ไม่ใช่สถิติหรือการรับประกันผล ผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง
ลักษณะผู้สมัคร: Manager บริษัทส่งออกอาหาร ไปพบ Distributor ใน Osaka ครั้งแรก แต่บริษัทผู้เชิญเป็น Listed Company
ประเด็นที่ควรเตรียม: บริษัทผู้เชิญใหญ่/มีชื่อเสียง = ลดเงื่อนไข Repeat Business Visitor
ตรวจเอกสารก่อนยื่น 3 รอบ — รับประกันคืนค่าบริการถ้าปฏิเสธ ปรึกษาฟรี 24/7
วางแผนเอกสารแบบ end-to-end วีซ่าBusiness (Outbound) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา
รับประกันการแก้ไขฟรีจนกว่าจะผ่าน เอกสารทุกชุดผ่าน QC สามชั้นก่อนส่งสถานทูต ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส
ทุกเคส วีซ่าBusiness (Outbound) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:
ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.
ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.
ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.
ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.
ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.
ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.
แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ วีซ่าBusiness (Outbound) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น
1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า
2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร
3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน
4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)
5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป
6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด
เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา วีซ่าBusiness (Outbound) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง
เอกสารตัวจริงพร้อมตราประทับ เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"
เอกสารที่ต้องเตรียม ใน วีซ่าBusiness (Outbound). อัตราการผ่าน ใน วีซ่าBusiness (Outbound). ขั้นตอนการสัมภาษณ์ ใน วีซ่าBusiness (Outbound). การยื่นใหม่หลังถูกปฏิเสธ ใน วีซ่าBusiness (Outbound). การติดตามสถานะ ใน วีซ่าBusiness (Outbound).
Pass rate ที่ตรวจสอบได้ เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา
จากเคส วีซ่าBusiness (Outbound) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม
iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา