Fintech Founder ไทย → Cyberport → Entrepreneur → PR 7 ปี
ลักษณะผู้สมัคร: ชาย 38 ปี, ExCTO Fintech Bangkok, มี Cyberport Incubation Grant HKD 500K
ประเด็นที่ควรเตรียม: Incubation Endorsement + จ้าง HK Talent = โอกาสได้ Extension ครบ 7 ปี สูงมาก

คนไทยที่ต้องการตั้งบริษัทในฮ่องกง หรือลงทุน HKD 30 ล้าน+ ผ่าน New CIES เพื่อรับ HK Residency สู่ HKID/PR หลัง 7 ปี
ฮ่องกงเปิดทางให้นักลงทุนไทย 2 เส้นทาง: (1) Investment as Entrepreneur — ตั้งบริษัทในฮ่องกง, จ้าง Local ≥ 2 คน, contribute ต่อเศรษฐกิจ HK (ทุนแนะนำ HKD 500K+); (2) New Capital Investment Entrant Scheme (CIES 2024) — ลงทุน HKD 30 ล้าน (~130 ล้านบาท) ในสินทรัพย์ที่ InvestHK อนุมัติ (หุ้น HKEX, พันธบัตร, กองทุน) + HKD 3M เข้า CIES Portfolio (สนับสนุน Innovation Ecosystem). ทั้งสองเส้นให้ Extension Pattern 2+3+3 = 8 ปี → Right of Abode หลัง 7 ปีต่อเนื่อง (สู่ HK Permanent Resident + HKID).
เลือกเส้นทางที่เหมาะกับ Profile ของคุณ:
แยกตามอาชีพ/บทบาทผู้สมัคร — iVC ส่ง Checklist เฉพาะให้คุณ
iVC ประเมิน Profile → เหมาะกับ Entrepreneur (มีธุรกิจจริง) หรือ CIES (Passive Investor)
Entrepreneur: ปรึกษา ImmD; CIES: ปรึกษา InvestHK — เพื่อ Pre-approval Letter
Entrepreneur: HK Ltd + BRC + Office + HSBC Account (~6-8 สัปดาห์); CIES: จ้าง Big 4 ตรวจ Net Asset (~4 สัปดาห์)
Entrepreneur: BP 30 หน้า + Projection; CIES: Portfolio Allocation Plan + Broker Setup
ยื่นออนไลน์ผ่าน Immigration e-Service หรือส่งไปรษณีย์ไปที่ Immigration Tower Wan Chai
ImmD ตรวจสอบ 6–10 สัปดาห์ อาจขอเอกสารเพิ่ม 1–2 รอบ (ตอบกลับใน 14 วัน)
ImmD ออก Letter อนุมัติ, ระบุเงื่อนไข (Investment Verification สำหรับ CIES)
CIES: มี 180 วัน โอนเงินและซื้อ Assets ตาม Plan; Entrepreneur: เริ่มดำเนินธุรกิจจริง
รับ Visa Vignette ที่สถานกงสุลจีน (Thailand), เข้าฮ่องกง, ทำ HKID ที่ ImmD ภายใน 30 วัน
ทั้ง 2 เส้นทางเน้น Substantial Financial Commitment:
Entrepreneur: จ้าง Local Staff 2 คน 'ก่อน' ยื่นใบสมัคร (ไม่ใช่หลัง approve) — ImmD ให้คะแนน Substantial Contribution สูงกว่า
CIES: Diversify Portfolio 40% Equity + 40% Bond + 20% Fund — InvestHK ชอบ Balanced Allocation
Cyberport/Science Park Incubation Endorsement ช่วย Entrepreneur approve เร็วขึ้น 40%
จ้าง Big 4 (KPMG/PwC) แทน Small Accounting Firm สำหรับ Net Asset Report — ImmD ยอมรับทันที ไม่ต้อง double-check
เข้าใจ Extension Pattern 2+3+3 = ต้องอยู่ ≥ 180 วัน/ปีจึงนับเป็น Ordinarily Resident สู่ PR
ไม่ควรซื้อ Residential Property เพื่อ CIES (ห้าม) แต่ Non-Residential (Retail/Office/Industrial) นับได้สูงสุด HKD 10M
หลัง 7 ปี ยื่น Right of Abode ที่ ImmD → HKID Permanent + ยกเลิก Investment Requirement ทันที
Entrepreneur: Business Plan ไม่ Substantial (แค่ Trading/Consulting เล็ก)
CIES: Net Asset ไม่ต่อเนื่อง 24 เดือน (เพิ่งได้เงินก้อนใหญ่)
Source of Fund ไม่ชัดเจน (โอนจากบัญชีบุคคลที่ 3)
Local Staff 2 คนไม่ใช่ Full-time หรือไม่มี MPF
Portfolio Allocation ไม่ตรง FSTB Approved Assets List
ตัวอย่างประกอบการวางแผนเอกสารเท่านั้น ไม่ใช่สถิติหรือการรับประกันผล ผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง
ลักษณะผู้สมัคร: ชาย 38 ปี, ExCTO Fintech Bangkok, มี Cyberport Incubation Grant HKD 500K
ประเด็นที่ควรเตรียม: Incubation Endorsement + จ้าง HK Talent = โอกาสได้ Extension ครบ 7 ปี สูงมาก
ลักษณะผู้สมัคร: หญิง 45 ปี, ขายอสังหาที่กรุงเทพ + Portfolio หุ้นไทย, Net Worth ~ HKD 45M
ประเด็นที่ควรเตรียม: Big 4 Audit + Diversified Portfolio = ImmD/InvestHK อนุมัติเร็ว, ครอบครัวย้ายเรียน HK ได้ทันที
ลักษณะผู้สมัคร: ชาย 50 ปี, เจ้าของบริษัท Import-Export กับจีน, ต้องการ HK เป็น Regional HQ
ประเด็นที่ควรเตรียม: Existing Business Owner ที่มี Real Trade Flow กับ HK/GBA ได้ Extension ง่าย
ตรวจเอกสารก่อนยื่น 3 รอบ — รับประกันคืนค่าบริการถ้าปฏิเสธ ปรึกษาฟรี 24/7
บริการครบวงจร วีซ่าInvestor (Outbound) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา
ระบบติดตามเคสแบบ real-time ผ่านงานจริงหลายพันเคสตั้งแต่ปี 2013 ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส
ทุกเคส วีซ่าInvestor (Outbound) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:
ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.
ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.
ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.
ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.
ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.
ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.
แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ วีซ่าInvestor (Outbound) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น
1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า
2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร
3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน
4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)
5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป
6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด
เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา วีซ่าInvestor (Outbound) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง
อัปเดตสถานะทุก milestone ผ่าน LINE เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"
ราคาและค่าใช้จ่าย ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ตัวเลือกบริการเสริม ใน วีซ่าInvestor (Outbound). การยกเลิกและคืนเงิน ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ความปลอดภัยของข้อมูล ใน วีซ่าInvestor (Outbound). การติดตามสถานะ ใน วีซ่าInvestor (Outbound).
ทีมล่ามรับรองตรงตามรายชื่อกรมการกงสุล เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา
จากเคส วีซ่าInvestor (Outbound) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม
iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา