Tech Founder ไทย → Lisboa (SaaS)
ลักษณะผู้สมัคร: ชาย 34 ปี, ex-Tech Lead, SaaS B2B ให้บริษัท EU + Client US, ทุน EUR 12,000
ประเด็นที่ควรเตรียม: Startup Portugal Certification = Fast Track ทั้ง Visa และ IFICI

สำหรับผู้ก่อตั้ง Startup/SME + Freelancer อิสระ
คนไทยที่ต้องการก่อตั้งบริษัทในโปรตุเกส (Sociedade Unipessoal/Lda) หรือย้ายธุรกิจ Freelance/Consulting เข้ามา + ต้องการ Path สู่ EU Citizenship 5 ปี
Visto D2 (Empreendedor) เป็น Long-Stay National Visa (Type D) สำหรับผู้ต้องการก่อตั้งบริษัทในโปรตุเกส หรือย้ายธุรกิจ Freelance/Independent Professional เข้ามา — **ไม่มี minimum investment ตามกฎหมาย** (ต่างจาก Golden Visa เดิม) แต่ Consulate ประเมินความสมเหตุสมผลของ Business Plan (แนะนำทุนบริษัท EUR 5,000–15,000 + Runway ส่วนตัว EUR 12,000+). ยื่น VFS Global กรุงเทพฯ ต่อ Consulate โปรตุเกส → รับ Visa 4 เดือน → เข้าโปรตุเกส → นัด AIMA (Agência para a Integração, Migrações e Asilo) → รับ Cartão de Residente 2 ปี → ต่อ 3 ปี → ปีที่ 5 ขอ PR หรือ Nacionalidade Portuguesa (Passport EU). D2 ยังคง qualified สำหรับ NHR 2.0 (IFICI) 20% flat tax 10 ปี ถ้าเป็น Innovation/R&D/Tech.
D2 ยืดหยุ่นสุดในกลุ่ม Non-Golden Visa — เน้น Business Viability:
แยกตามอาชีพ/บทบาทผู้สมัคร — iVC ส่ง Checklist เฉพาะให้คุณ
NIF ผ่าน Fiscal Representative ในโปรตุเกส (EUR 200–500/ปี) — เปิดบัญชี ActivoBank ออนไลน์ได้
ผ่าน portaldocidadao.pt หรือ IRN office — 1–3 ชม. ถ้าใช้ Nome Certificado + Capital EUR 5,000+
iVC จัดการที่กรมการกงสุล MFA + Sworn Translator ในโปรตุเกส (ไม่จำเป็นต้องแปลที่ไทย)
อาคาร Silom Complex — Biometric + สัมภาษณ์ Business Plan (30 นาที) — คิวรอ 1–2 เดือน
Consulate ส่งไปยัง AIMA Portugal พิจารณา — อนุมัติแล้วมารับ Passport ที่ VFS
AIMA เปิดคิวออนไลน์ agendamento.aima.gov.pt — คิวยาว 2–4 เดือนในลิสบอน
Biometric + ยื่นเอกสาร — Card ส่งมาบ้านใน 30–60 วัน ทาง CTT
แสดงว่าธุรกิจยังดำเนินอยู่ + จ่ายภาษี + Physical Presence 7 วัน/ปี
D2 ไม่มี minimum ตามกฎหมาย แต่ Consulate ประเมิน Viability:
จดทะเบียนบริษัทก่อนยื่น Visa = เพิ่มโอกาสอนุมัติ 30% เทียบกับส่ง Business Plan อย่างเดียว
Business Plan ต้องมี Local Contribution — สร้างงานให้คน Portuguese อย่างน้อย 1–2 ตำแหน่งใน 12 เดือนแรก
IFICI (NHR 2.0) 2024: เฉพาะ Innovation/R&D/Higher Ed/Startup Portugal — ยื่นภายใน 15 มกราคมของปีถัดจากปีที่เป็น Tax Resident
Fiscal Representative จำเป็นก่อนมี Residence — Anchorless/Bordr/Fresh Portugal ค่าบริการ EUR 200–500/ปี
AIMA Appointment ใช้ระบบสุ่ม — เข้าเว็บ agendamento.aima.gov.pt วันจันทร์เช้าโอกาสสูงสุด, หรือใช้ Nomad Gate/e-Residency for booking
Physical Presence 7 วัน/ปี ยืดหยุ่นสุดใน EU — เทียบสเปน 183 วัน / เยอรมนี 6 เดือน / ฝรั่งเศส 6 เดือน
ปีที่ 5 ขอ Nacionalidade Portuguesa = EU Passport ที่แข็งแรงสุดในโลก (Henley Index Top 5) — ทำงาน/อยู่/เรียนได้ 27 ประเทศ EU
Business Plan ทั่วไป/ไม่ Viable
ทุนต่ำ + ไม่มี Runway
ไม่มีที่พักในโปรตุเกส
Criminal Record ไทยเก่า (> 3 เดือน)
สัมภาษณ์ Business Plan ไม่ผ่าน (พูดไม่ตรงกับที่เขียน)
Health Insurance ไม่ครอบคลุม EU Schengen
ตัวอย่างประกอบการวางแผนเอกสารเท่านั้น ไม่ใช่สถิติหรือการรับประกันผล ผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง
ลักษณะผู้สมัคร: ชาย 34 ปี, ex-Tech Lead, SaaS B2B ให้บริษัท EU + Client US, ทุน EUR 12,000
ประเด็นที่ควรเตรียม: Startup Portugal Certification = Fast Track ทั้ง Visa และ IFICI
ลักษณะผู้สมัคร: หญิง 29 ปี, UX Designer freelance, Client US+UK, รายได้ EUR 60K/ปี
ประเด็นที่ควรเตรียม: Porto ถูกกว่า Lisboa 30% + Community Digital Nomad เข้มแข็ง — เหมาะ Freelance
ลักษณะผู้สมัคร: คู่สามีภรรยา 40+ ทุน EUR 25,000, จ้าง Portuguese 2 คน
ประเด็นที่ควรเตรียม: SME ที่จ้างคน Portuguese = Consulate + AIMA renewal ผ่านทุกครั้ง
ตรวจเอกสารก่อนยื่น 3 รอบ — รับประกันคืนค่าบริการถ้าปฏิเสธ ปรึกษาฟรี 24/7
ตัวจริงเรื่องเอกสารราชการไทย-ต่างประเทศ วีซ่าInvestor (Outbound) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา
ระบบติดตามเคสแบบ real-time ผ่านงานจริงหลายพันเคสตั้งแต่ปี 2013 ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส
ทุกเคส วีซ่าInvestor (Outbound) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:
ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.
ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.
ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.
ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.
ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.
ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.
แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ วีซ่าInvestor (Outbound) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น
1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า
2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร
3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน
4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)
5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป
6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด
เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา วีซ่าInvestor (Outbound) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง
อัปเดตสถานะทุก milestone ผ่าน LINE เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"
ราคาและค่าใช้จ่าย ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ตัวเลือกบริการเสริม ใน วีซ่าInvestor (Outbound). การยกเลิกและคืนเงิน ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ความปลอดภัยของข้อมูล ใน วีซ่าInvestor (Outbound). การติดตามสถานะ ใน วีซ่าInvestor (Outbound).
ทีมล่ามรับรองตรงตามรายชื่อกรมการกงสุล เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา
จากเคส วีซ่าInvestor (Outbound) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม
iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา