ร้านอาหารไทยใน Westlands — อนุมัติ Class G ใน 3 เดือน
ลักษณะผู้สมัคร: ผู้ประกอบการไทยลงทุน USD 120,000 เปิดร้านอาหารไทย 80 ที่นั่ง จ้างพนักงานเคนยา 14 คน
ประเด็นที่ควรเตรียม: การจ้างงานจำนวนมากสัมพันธ์กับอัตราอนุมัติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คนไทยที่ต้องการตั้งบริษัท ร้านอาหารไทย โรงแรม หรือธุรกิจส่งออก-นำเข้าในเคนยา ด้วยเงินลงทุนตั้งแต่ USD 100,000
Class G Investor Permit ให้คนไทยที่ลงทุนในธุรกิจเคนยาไม่น้อยกว่า USD 100,000 พำนักและบริหารกิจการได้ 2 ปีต่อครั้ง ต่ออายุได้ต่อเนื่อง ต้องจดทะเบียนบริษัทในเคนยา แสดงหลักฐานการโอนเงินลงทุนเข้าประเทศ และมีแผนจ้างงานชาวเคนยา ค่าธรรมเนียมประมาณ USD 2,000 ต่อปี พิจารณา 2–4 เดือน
Class G ไม่ได้วัดแค่จำนวนเงิน แต่วัดว่าเงินนั้นสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจเคนยาจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาความสมเหตุสมผลของแผนธุรกิจ การจ้างงานคนท้องถิ่น และการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือทักษะ ควบคู่กับหลักฐานการโอนเงินที่ตรวจสอบย้อนได้
แยกตามอาชีพ/บทบาทผู้สมัคร — iVC ส่ง Checklist เฉพาะให้คุณ
ตรวจว่าธุรกิจที่ต้องการทำอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นเต็มหรือไม่ และต้องมีใบอนุญาตเฉพาะจากหน่วยงานใดเพิ่มเติม
จองชื่อบริษัท ยื่นจดทะเบียน รับ Certificate of Incorporation และ CR12 จากนั้นขอ KRA PIN ของนิติบุคคล
เปิดบัญชีนิติบุคคลกับ Equity Bank, KCB หรือ Stanbic แล้วโอนเงินลงทุน USD 100,000 พร้อมขอหนังสือยืนยันจากธนาคาร
อัปโหลดเอกสารบริษัท แผนธุรกิจ หลักฐานการโอนเงิน และเอกสารส่วนบุคคล ชำระค่าธรรมเนียมยื่น USD 100
DIS อาจเรียกสัมภาษณ์เพื่อยืนยันความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจจริง และตรวจเยี่ยมสถานประกอบการในบางกรณี
ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต รับ permit 2 ปี ลงทะเบียน Foreign National ภายใน 30 วัน และเริ่มจ้างพนักงานตามแผน
เงินลงทุน USD 100,000 เป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับใบอนุญาต ผู้ลงทุนควรวางงบดำเนินงานเพิ่มอีกอย่างน้อย 12 เดือน เพราะธุรกิจในเคนยามักใช้เวลา 9–18 เดือนจึงเข้าสู่จุดคุ้มทุน โดยเฉพาะภาคบริการและร้านอาหาร
แผนธุรกิจที่ระบุจำนวนตำแหน่งงานคนเคนยาชัดเจนเป็นตัวเร่งการอนุมัติที่ได้ผลที่สุด
เตรียมสถานประกอบการให้พร้อมก่อนสัมภาษณ์ เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอเข้าตรวจเยี่ยมโดยแจ้งล่วงหน้าไม่นาน
ใช้ที่ปรึกษาบัญชีท้องถิ่นตั้งแต่วันแรก เพื่อให้ TCC ไม่ขาดต่อเนื่องซึ่งจำเป็นตอนต่ออายุ
อย่าใช้ที่อยู่บริษัทเป็น virtual office อย่างเดียว เพราะเป็นสัญญาณลบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
ต่ออายุ permit ควรเตรียมงบการเงินที่แสดงการดำเนินงานจริงและสลิปเงินเดือนพนักงานชาวเคนยา
หากจะจ้างคนไทยเพิ่ม ต้องขอ Class D แยกให้พนักงานแต่ละคน Class G ครอบคลุมเฉพาะผู้ลงทุน
เก็บสำเนาสัญญาเช่า ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภค และภาพถ่ายกิจการไว้เป็นหลักฐานการดำเนินงานจริง
ธุรกิจที่เชื่อมกับการส่งออกหรือการท่องเที่ยวมักได้รับมุมมองบวกจากหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน
พิสูจน์การโอนเงินลงทุนเข้าเคนยาไม่ได้
แผนธุรกิจกว้างเกินไปไม่มีตัวเลขรองรับ
ไม่มีแผนจ้างงานคนเคนยา
ธุรกิจอยู่ในสาขาที่สงวนหรือมีข้อจำกัดสำหรับต่างชาติ
เอกสารบริษัทไม่สอดคล้องกัน เช่น CR12 ไม่ตรงกับผู้ยื่น
แหล่งที่มาของเงินทุนไม่ชัดเจน
Tax Compliance Certificate หมดอายุตอนพิจารณา
ตัวอย่างประกอบการวางแผนเอกสารเท่านั้น ไม่ใช่สถิติหรือการรับประกันผล ผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง
ลักษณะผู้สมัคร: ผู้ประกอบการไทยลงทุน USD 120,000 เปิดร้านอาหารไทย 80 ที่นั่ง จ้างพนักงานเคนยา 14 คน
ประเด็นที่ควรเตรียม: การจ้างงานจำนวนมากสัมพันธ์กับอัตราอนุมัติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ลักษณะผู้สมัคร: นักลงทุนโอนเงินหลายงวดจากบัญชีส่วนตัวและบัญชีญาติ รวม USD 105,000
ประเด็นที่ควรเตรียม: การโอนกระจายหลายบัญชีทำให้กระบวนการยืดเยื้อ ควรวางแผนเส้นทางเงินให้เรียบง่ายตั้งแต่ต้น
ลักษณะผู้สมัคร: กิจการสปาชายทะเลที่ดำเนินการมา 2 ปี ต้องการต่ออายุ permit
ประเด็นที่ควรเตรียม: การต่ออายุพิจารณาจากผลการดำเนินงานจริง ไม่ใช่แผนอีกต่อไป จึงต้องรักษาบัญชีให้เรียบร้อยตลอดเวลา
ตรวจเอกสารก่อนยื่น 3 รอบ — รับประกันคืนค่าบริการถ้าปฏิเสธ ปรึกษาฟรี 24/7
ตัวจริงเรื่องเอกสารราชการไทย-ต่างประเทศ วีซ่าInvestor (Outbound) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา
อัปเดตสถานะทุก milestone ผ่าน LINE ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกระทรวงพาณิชย์ ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส
ทุกเคส วีซ่าInvestor (Outbound) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:
ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.
ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.
ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.
ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.
ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.
ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.
แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ วีซ่าInvestor (Outbound) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น
1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า
2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร
3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน
4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)
5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป
6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด
เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา วีซ่าInvestor (Outbound) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง
ระบบติดตามเคสแบบ real-time เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"
การติดตามสถานะ ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ความปลอดภัยของข้อมูล ใน วีซ่าInvestor (Outbound). การยกเลิกและคืนเงิน ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ตัวเลือกบริการเสริม ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ราคาและค่าใช้จ่าย ใน วีซ่าInvestor (Outbound).
มี Case Officer ประจำเคสตลอด 24 ชม. เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา
จากเคส วีซ่าInvestor (Outbound) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม
iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา