ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ข้ามไปยังเนื้อหา
iVC — International Visa Center
คนไทยถือหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าเชงเก้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ
🇨🇴 โคลอมเบีย · Visa M — Inversionista (Resolución 5477 de 2022, Art. 20)

วีซ่านักลงทุนโคลอมเบีย (Visa M Inversionista)

คนไทยที่ต้องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์หรือถือหุ้นบริษัทในโคลอมเบีย เพื่อสิทธิ์พำนัก 3 ปีและเส้นทาง PR

สรุปด่วน

วีซ่านักลงทุนโคลอมเบียให้สิทธิ์พำนักสูงสุด 3 ปี เมื่อลงทุนอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ 350 เท่าค่าแรงขั้นต่ำ (~USD 100,000 ตามอัตราปีปัจจุบัน หรือประมาณ USD 27,000 ในสูตรเดิมบางรุ่น) หรือถือหุ้นบริษัทโคลอมเบียตั้งแต่ 100 SMMLV ขึ้นไป เงื่อนไขสำคัญคือต้องจดทะเบียนเงินลงทุนต่างชาติกับธนาคารกลาง (Banco de la República) และเก็บการลงทุนไว้ตลอดอายุวีซ่า

คุณสมบัติผู้สมัคร

จุดตัดสินของ Visa M Inversionista ไม่ใช่จำนวนเงินอย่างเดียว แต่คือ 'เส้นทางเงิน' ที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่บัญชีในไทยจนถึงการจดทะเบียนกับธนาคารกลางโคลอมเบีย ถ้าเส้นทางนี้ขาดตอน คำขอจะไม่ผ่าน

  • โอนเงินลงทุนผ่านช่องทางธนาคารทางการเข้าโคลอมเบีย (ห้ามถือเงินสดเข้า)
  • จดทะเบียนเงินลงทุนต่างชาติกับ Banco de la República ด้วย Formulario 4
  • ถือกรรมสิทธิ์อสังหาในชื่อผู้ยื่น (Certificado de Tradición y Libertad) หรือถือหุ้นในนามตนเอง (Certificado de Cámara de Comercio)
  • มูลค่าการลงทุนถึงเกณฑ์ SMMLV ของปีที่ยื่น
  • หนังสือเดินทางไทยอายุเหลือ ≥ 6 เดือน และประกันสุขภาพครอบคลุมในโคลอมเบีย
  • แหล่งที่มาของเงินถูกกฎหมาย มีหลักฐานประกอบ (ขายทรัพย์สิน เงินปันผล เงินเดือน ฯลฯ)

กรณีพิเศษ

  • ลงทุนหลายรายการรวมกันได้ ถ้าจดทะเบียนทุกรายการและรวมมูลค่าถึงเกณฑ์
  • ผู้ที่ตั้งบริษัท SAS ในโคลอมเบียเอง ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนให้ถึงเกณฑ์และแสดง Cámara de Comercio ฉบับล่าสุด
  • คู่สมรสและบุตรยื่นเป็น Beneficiario ได้ โดยใช้การลงทุนก้อนเดียวกัน

เอกสารที่ต้องเตรียม

แยกตามอาชีพ/บทบาทผู้สมัคร — iVC ส่ง Checklist เฉพาะให้คุณ

ผู้ยื่นหลัก (นักลงทุน)+
  • สแกนพาสปอร์ตไทย + รูปถ่าย 3x4 พื้นหลังขาว
  • Formulario 4 จาก Banco de la República (หลักฐานจดทะเบียนเงินลงทุนต่างชาติ)
  • Certificado de Tradición y Libertad (กรณีอสังหา) อายุไม่เกิน 30 วัน
  • Certificado de Existencia y Representación Legal จาก Cámara de Comercio (กรณีถือหุ้น)
  • SWIFT / หลักฐานการโอนเงินจากบัญชีในไทยเข้าโคลอมเบีย
  • หลักฐานแหล่งที่มาของเงิน (สัญญาขายทรัพย์สิน/หนังสือรับรองเงินเดือน/งบการเงิน)
  • ประกันสุขภาพครอบคลุมในโคลอมเบีย
ผู้ติดตาม+
  • ทะเบียนสมรส/สูติบัตร Apostille + แปลสเปน
  • สแกนพาสปอร์ตและรูปถ่าย
  • ประกันสุขภาพรายบุคคล
เอกสารที่ iVC จัดเตรียมให้+
  • แปลสเปนรับรองและ Apostille เอกสารไทยทั้งชุด
  • ประสานทนาย/นายหน้าท้องถิ่นเพื่อขอเอกสารจาก Cámara de Comercio และสำนักงานที่ดิน
  • ตรวจสอบว่า Formulario 4 ระบุชื่อผู้ยื่นและมูลค่าตรงกับสัญญาซื้อขาย
  • จัดชุดไฟล์และยื่นระบบออนไลน์แทนลูกค้า

ขั้นตอนการยื่นวีซ่า (Step-by-Step)

  1. 1

    วางโครงสร้างการลงทุนและตรวจเกณฑ์ SMMLV

    3–7 วัน

    เลือกระหว่างอสังหาหรือถือหุ้น และคำนวณมูลค่าขั้นต่ำของปีที่ยื่น

  2. 2

    โอนเงินผ่านช่องทางธนาคารทางการ

    2–5 วัน

    โอนจากบัญชีชื่อผู้ยื่นในไทยเข้าบัญชีคู่สัญญาในโคลอมเบีย พร้อมเก็บ SWIFT

  3. 3

    จดทะเบียนเงินลงทุนกับ Banco de la República

    5–10 วัน

    ยื่น Formulario 4 ผ่านธนาคารตัวกลาง — ขั้นตอนนี้ห้ามข้ามเด็ดขาด

  4. 4

    จดทะเบียนกรรมสิทธิ์/หุ้น

    10–20 วัน

    โอนกรรมสิทธิ์ที่ Notaría + Oficina de Registro หรือเพิ่มทุนบริษัทที่ Cámara de Comercio

  5. 5

    ยื่นคำขอวีซ่าออนไลน์

    1–2 วัน

    อัปโหลดเอกสารครบชุดและชำระ study fee USD 55

  6. 6

    รับวีซ่า ทำ Cédula และวางแผนภาษี

    2–4 สัปดาห์

    ชำระ visa fee USD 227 ทำบัตรต่างด้าวภายใน 15 วัน และขึ้นทะเบียน RUT/NIT หากมีรายได้ในประเทศ

เงินในบัญชี + Statement

นอกจากยอดลงทุน ผู้ยื่นควรมีสภาพคล่องสำรองสำหรับค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ภาษี และค่าดำเนินการ ซึ่งรวมกันประมาณ 3–5% ของมูลค่าทรัพย์สิน

💰 ยอดแนะนำ: เงินลงทุนตามเกณฑ์ + สำรอง ≥ USD 8,000 สำหรับค่าธรรมเนียม ภาษีโอน และค่าครองชีพ 6 เดือนแรก
  • ตรวจ Certificado de Tradición y Libertad ก่อนโอนเงินทุกครั้ง เพื่อดูภาระผูกพัน/จำนอง
  • ใช้ Notaría ที่มีประสบการณ์กับผู้ซื้อชาวต่างชาติ จะเร็วกว่าและเอกสารครบกว่า
  • ค่าธรรมเนียมโอนโดยทั่วไปแบ่งกันระหว่างผู้ซื้อ–ผู้ขาย ควรระบุในสัญญาให้ชัด
  • ถ้าซื้อคอนโดปล่อยเช่า ให้ขึ้นทะเบียน RUT และเตรียมยื่นภาษีเงินได้จากค่าเช่า
  • อย่าขายทรัพย์สินระหว่างถือวีซ่า เพราะทำให้ขาดคุณสมบัติทันที

เคล็ดลับเพิ่มโอกาสอนุมัติ (Insider Tips)

Tip #1

Formulario 4 คือเอกสารที่ทำให้คำขอตกมากที่สุด — ต้องจดทะเบียนก่อนยื่นวีซ่าเสมอ ไม่ใช่ทำย้อนหลัง

Tip #2

ชื่อในโฉนด/หุ้น ต้องตรงกับชื่อในพาสปอร์ตทุกตัวอักษร รวมถึงลำดับชื่อ–นามสกุล

Tip #3

Medellín (El Poblado, Laureles, Envigado) มีสภาพคล่องขายต่อสูงสุดสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ

Tip #4

ขอ paz y salvo (ใบปลอดหนี้) ค่าส่วนกลางและภาษีที่ดินจากผู้ขายก่อนโอน

Tip #5

หากตั้งบริษัท SAS ควรมี Representante Legal ที่มีถิ่นพำนักในโคลอมเบียเพื่อความสะดวกด้านธุรการ

Tip #6

เก็บหลักฐานการถือครองต่อเนื่องทุกปี เพราะตอนต่ออายุและตอนยื่น Visa R จะถูกขอย้อนหลัง

เหตุผลที่มักถูกปฏิเสธ + วิธีแก้

เหตุผลปฏิเสธ #1

ไม่ได้จดทะเบียนเงินลงทุนกับธนาคารกลาง

วิธีแก้: ดำเนินการ Formulario 4 ผ่านธนาคารตัวกลางให้เสร็จ แล้วยื่นวีซ่าใหม่พร้อมหลักฐาน
เหตุผลปฏิเสธ #2

โอนเงินจากบัญชีบุคคลอื่น

วิธีแก้: โอนใหม่จากบัญชีชื่อผู้ยื่นเอง หรือแนบเอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางกฎหมายของแหล่งเงิน
เหตุผลปฏิเสธ #3

มูลค่าลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ SMMLV ปีปัจจุบัน

วิธีแก้: เพิ่มทุน/ซื้อทรัพย์เพิ่มและจดทะเบียนส่วนเพิ่ม แล้วรวมมูลค่าในคำขอเดียว
เหตุผลปฏิเสธ #4

ชื่อในโฉนดไม่ตรงกับพาสปอร์ต

วิธีแก้: แก้ไขที่ Notaría และออก Certificado ฉบับใหม่ก่อนยื่น
เหตุผลปฏิเสธ #5

อธิบายแหล่งที่มาของเงินไม่ได้

วิธีแก้: จัดชุดหลักฐานย้อนหลัง เช่น สัญญาขายทรัพย์ในไทย งบการเงิน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน พร้อมแปลสเปน

กรณีศึกษา (Real Cases from iVC)

นักลงทุนไทยซื้อคอนโด El Poblado

Profile: ชาย 45 ปี ซื้อคอนโดมูลค่าเทียบเท่า USD 135,000

Outcome: ได้ Visa M Inversionista 3 ปี ภายใน 12 วันทำการหลังจด Formulario 4

Lesson: ลำดับที่ถูกต้องคือ โอนเงิน → จดทะเบียนธนาคารกลาง → โอนกรรมสิทธิ์ → ยื่นวีซ่า

ผู้ประกอบการตั้งบริษัท SAS ด้านส่งออกกาแฟ

Profile: หญิง 38 ปี ทุนจดทะเบียนเทียบเท่า USD 45,000

Outcome: อนุมัติวีซ่า 3 ปี พร้อมสิทธิ์บริหารกิจการ

Lesson: Cámara de Comercio ฉบับใหม่ไม่เกิน 30 วันเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนเสมอ

ผู้ยื่นที่ถูกปฏิเสธรอบแรกเพราะข้ามขั้นตอนธนาคารกลาง

Profile: ชาย 50 ปี ซื้อบ้านที่ Envigado ด้วยเงินโอนหลายก้อน

Outcome: ยื่นใหม่หลังรวมรายการและจดทะเบียนครบ ผ่านในรอบที่สอง

Lesson: การโอนเป็นหลายก้อนไม่ผิด แต่ทุกก้อนต้องอยู่ในทะเบียนเงินลงทุนต่างชาติ

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่าธรรมเนียมสถานทูต
Study fee USD 55 + Visa fee USD 227 ต่อคน
ค่าบริการ iVC
iVC 34,900 บาท (รวมตรวจโครงสร้างการลงทุนและประสานทนายท้องถิ่น)
บริการเสริม (เลือกได้)
  • + แปลไทย→สเปนรับรอง (ต่อหน้า)700 บาท
  • + Apostille กรมการกงสุล (ต่อฉบับ)1,200 บาท
  • + Due diligence อสังหาริมทรัพย์โดยทนายโคลอมเบียเริ่ม 24,000 บาท
  • + จัดตั้งบริษัท SAS + Cámara de Comercioเริ่ม 39,000 บาท
รวมประมาณ
ประมาณ 55,000–95,000 บาท ต่อผู้ยื่นหลัก (ไม่รวมเงินลงทุนและภาษีโอน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้องลงทุนเท่าไรกันแน่?+
อ้างอิงเป็นจำนวนเท่าของค่าแรงขั้นต่ำ (SMMLV) ซึ่งปรับทุกต้นปี จึงต้องคำนวณด้วยตัวเลขของปีที่ยื่นเสมอ ทีม iVC จะคำนวณให้ก่อนเริ่มโอนเงิน
ซื้อที่ดินเปล่าใช้ยื่นได้ไหม?+
ได้ ถ้าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในชื่อผู้ยื่นและจดทะเบียนเงินลงทุนกับธนาคารกลางครบถ้วน
ขายทรัพย์สินระหว่างถือวีซ่าได้ไหม?+
ไม่ควร เพราะทำให้ขาดคุณสมบัติ หากจำเป็นต้องขาย ควรลงทุนทดแทนและจดทะเบียนใหม่ก่อนโอนออก
วีซ่านี้ทำงานในโคลอมเบียได้ไหม?+
บริหารกิจการของตนเองได้ แต่หากไปรับจ้างเป็นลูกจ้างบริษัทอื่น ควรเปลี่ยนเป็น Visa M Trabajador
นับเวลาสู่ PR ไหม?+
นับ — Visa M Inversionista ต่อเนื่อง 5 ปี ยื่น Visa R ได้ และหากลงทุนสูงมาก บางกรณีมีเส้นทางเร็วกว่า
ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?+
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (predial) รายปี ภาษีเงินได้จากค่าเช่า และหากเป็น tax resident ต้องยื่นภาษีทั่วโลกตามกฎหมายโคลอมเบีย
ต้องอยู่ในโคลอมเบียตลอดไหม?+
ไม่ต้อง แต่ห้ามออกนอกประเทศต่อเนื่องเกิน 6 เดือน มิฉะนั้นวีซ่าถูกยกเลิก
เปิดบัญชีธนาคารโคลอมเบียยากไหม?+
ง่ายขึ้นมากเมื่อมี Cédula de Extranjería แล้ว โดยทั่วไปใช้ Cédula + หลักฐานที่อยู่ + แหล่งรายได้
ใช้ทนายท้องถิ่นจำเป็นไหม?+
แนะนำอย่างยิ่งสำหรับ due diligence และการโอนกรรมสิทธิ์ iVC มีเครือข่ายทนายใน Medellín และ Bogotá
ทั้งกระบวนการใช้เวลานานแค่ไหน?+
ประมาณ 6–12 สัปดาห์ นับจากเริ่มโอนเงินจนได้วีซ่า โดยขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์เป็นส่วนที่กินเวลาที่สุด

พร้อมขอวีซ่าวีซ่านักลงทุนโคลอมเบีย (Visa M Inversionista)กับ iVC?

อัตราอนุมัติ 99.4% (สถิติภายใน iVC · self-reported) — รับประกันคืนค่าบริการถ้าปฏิเสธ ปรึกษาฟรี 24/7

วีซ่าโคลอมเบียประเภทอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรฐานคุณภาพงานบริการ ภาพรวม — วีซ่าInvestor (Outbound)

ครอบคลุมตั้งแต่ประเมินเอกสารถึงรับเล่มจริง วีซ่าInvestor (Outbound) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา

ไฟล์ส่งผ่าน VFS/TLS ภายในวันเดียวกัน ผ่านงานจริงหลายพันเคสตั้งแต่ปี 2013 ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส

สิ่งที่ลูกค้าได้รับเมื่อใช้บริการ ขั้นตอนการดำเนินงาน — วีซ่าInvestor (Outbound)

ทุกเคส วีซ่าInvestor (Outbound) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:

ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.

ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.

ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.

ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.

ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.

ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.

แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์

สิ่งที่ลูกค้าได้รับเมื่อใช้บริการ เอกสารที่ต้องเตรียม — วีซ่าInvestor (Outbound)

รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ วีซ่าInvestor (Outbound) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น

1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า

2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร

3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน

4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)

5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป

6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด

เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด

สิ่งที่ลูกค้าได้รับเมื่อใช้บริการ เกณฑ์การพิจารณาอนุมัติ — วีซ่าInvestor (Outbound)

เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา วีซ่าInvestor (Outbound) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง

ระบบติดตามเคสแบบ real-time เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"

มาตรฐานคุณภาพงานบริการ ทำไมต้องเลือก iVC — วีซ่าInvestor (Outbound)

เอกสารที่ต้องเตรียม ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ระยะเวลาดำเนินการ ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ราคาและค่าใช้จ่าย ใน วีซ่าInvestor (Outbound). ตัวเลือกบริการเสริม ใน วีซ่าInvestor (Outbound). การยกเลิกและคืนเงิน ใน วีซ่าInvestor (Outbound).

ทีมล่ามรับรองตรงตามรายชื่อกรมการกงสุล เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา

มาตรฐานคุณภาพงานบริการ ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย — วีซ่าInvestor (Outbound)

จากเคส วีซ่าInvestor (Outbound) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม

iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา