ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยRead in English

กรณีเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลกับการขอหนังสือรับรองความประพฤติ คืออะไร และใช้ในกรณีใดบ้าง

กรณีเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลกับการขอหนังสือรับรองความประพฤติ คือขั้นตอนที่ดำเนินการผ่านศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเงื่อนไขตั้งต้นว่าต้องแนบเอกสารเชื่อมโยงประว

คำอธิบายเชิงลึก

กรณีเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลกับการขอหนังสือรับรองความประพฤติ คือขั้นตอนที่ดำเนินการผ่านศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเงื่อนไขตั้งต้นว่าต้องแนบเอกสารเชื่อมโยงประวัติชื่อทุกช่วงที่เคยใช้ เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไปคือ ใบเปลี่ยนชื่อหรือใบสำคัญการสมรส เอกสารแสดงตน และแบบคำร้อง การแจ้งชื่อเดิมให้ครบช่วยให้การตรวจสอบฐานทะเบียนประวัติสมบูรณ์ การรับรองเอกสารยืนยันเพียงลายมือชื่อ ตราประทับ และฐานะของผู้ลงนาม ไม่ได้ยืนยันเนื้อหาในเอกสาร

คนไทย: บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน + Passport (ถ้ามี) + รูปถ่าย 2 นิ้ว 4 ใบ

ต่างชาติ: Passport (bio page + Thai visa + entry stamp) + TM.6/TM.30 + ที่อยู่ในไทย + รูปถ่าย

หนังสือรับรองเหตุผลจากบริษัท/มหาวิทยาลัย/สถานทูต (บางเคส)

ทำไมเลือก iVC

ปรึกษา Police Clearance ฟรี

คำตอบสั้น

กรณีเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลกับการขอหนังสือรับรองความประพฤติ คืออะไร และใช้ในกรณีใดบ้าง — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า

ชุดเอกสารสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยที่พำนักในประเทศไทย

ศูนย์ฯ กำหนดชุดเอกสารหลักไว้ ได้แก่ หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ โดยควรมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) ใบสำคัญการสมรสหรือหย่าในกรณีหญิงที่สมรสหรือหย่า

ชายสัญชาติไทยอายุ 17–45 ปี ต้องแนบหลักฐานทางทหาร เช่น สด.8 สด.9 สด.43 ใบ รด. หรือหนังสือผ่อนผันทหาร ส่วนผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองตามที่ระบุข้างต้น

สำเนาทุกฉบับต้องเห็นรูปถ่ายและข้อความชัดเจน สำเนาที่ถ่ายจากภาพถ่ายในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ มักได้ความคมชัดไม่พอและถูกขอให้ยื่นใหม่

อายุการยอมรับเอกสาร

หนังสือรับรองความประพฤติไม่มี “วันหมดอายุ” พิมพ์อยู่บนตัวเอกสารในลักษณะเดียวกับหนังสือเดินทาง แต่หน่วยงานผู้รับแต่ละแห่งกำหนดเองว่าจะยอมรับเอกสารที่ออกภายในกี่เดือน จึงต้องยึดตามประกาศของหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก

เพราะเหตุนี้ การขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไปจึงอาจทำให้ต้องขอใหม่ ควรตรวจกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อน แล้วจึงกำหนดวันเริ่มกระบวนการ

หากต้องยื่นหลายหน่วยงานที่มีเกณฑ์อายุต่างกัน ให้ยึดเกณฑ์ที่สั้นที่สุดเป็นตัวตั้งในการวางแผน

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • สำเนาทุกฉบับคมชัด เห็นรูปถ่ายและตัวอักษรครบ
  • แผนขั้นตอนต่อเนื่อง (แปล / นิติกรณ์ หรือ Apostille / สถานทูตปลายทาง) ตามข้อกำหนดของผู้รับเอกสาร
  • คำร้องขอหนังสือรับรองความประพฤติตามแบบของศูนย์ฯ กรอกครบทุกช่อง
  • การสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร

ลำดับงานทั้งกระบวนการ

ขั้นงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนดผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. เตรียมเอกสารและคำร้องรวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นตามความพร้อมเอกสาร
3. พิมพ์ลายนิ้วมือพิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน)
4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูลศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน
5. แปลและรับรองต่อเนื่องแปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุลผู้ยื่น / กรมการกงสุลตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย

  • เอกสารประกอบภาษาต่างประเทศไม่มีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว
  • ยื่นผิดหน่วยงาน โดยนำคำขอสำหรับใช้ต่างประเทศไปยื่นที่หน่วยงานตรวจประวัติสำหรับใช้ในประเทศ
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ครอบคลุมขั้นตอนรับผล ทำให้ต้องทำหนังสือใหม่
  • หนังสือเดินทางเหลืออายุน้อยจนหน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสารที่อ้างอิงเลขเล่มนั้น
  • สำเนาไม่ชัด โดยเฉพาะสำเนาที่ถ่ายจากภาพในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ
  • ขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไปจนเกินเกณฑ์อายุที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ

อภิธานศัพท์

Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศ ออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม
หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสำหรับการใช้งานภายในประเทศ ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับหนังสือรับรองความประพฤติ
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
Testimony Memorandum
บันทึกถ้อยคำตามแบบของศูนย์ฯ มีทั้งฉบับสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยและผู้ถือสัญชาติอื่น
Letter of Power of Attorney
หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นคำร้องหรือรับผลแทน

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ข้อมูลในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศของหน่วยงานราชการที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า ขั้นตอนและเอกสารอาจปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

ขอตรวจประวัติด้วยตนเอง vs ยื่นผ่านผู้รับมอบอำนาจ

ต่างกันที่การพิสูจน์ตัวตนและการเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ

ประเด็นยื่นด้วยตนเองยื่นผ่านผู้รับมอบอำนาจ
การพิสูจน์ตัวตนแสดงบัตร/หนังสือเดินทางที่หน่วยงานต้องมีหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรครบ
ลายพิมพ์นิ้วมือพิมพ์ที่หน่วยงานได้ทันทีต้องพิมพ์ล่วงหน้าตามแบบฟอร์มที่กำหนด
กรณีอยู่ต่างประเทศต้องเดินทางกลับใช้ช่องทางมอบอำนาจได้ตามระเบียบ
ขั้นต่อไปนำผลไปรับรอง/แปลตามปลายทางเหมือนกัน แต่ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการต่อให้

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Police Clearance Certificate)

หนังสือรับรองความประพฤติออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ประกอบการขอวีซ่า ย้ายถิ่นฐาน สมัครงานต่างประเทศ และการรับรองวิชาชีพ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับจริง
  • หนังสือเดินทาง (หน้าข้อมูลส่วนบุคคล)
  • แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือที่ทำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • เอกสารระบุวัตถุประสงค์ เช่น หนังสือเรียกจากนายจ้าง หรือแบบฟอร์มวีซ่า
  • รูปถ่ายตามที่กำหนด และหนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. พิมพ์ลายนิ้วมือ

    ทำที่สถานีตำรวจในไทย หรือหน่วยงานที่รับรองได้หากอยู่ต่างประเทศ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วัน

  2. 2. ยื่นคำร้อง

    ยื่นชุดเอกสารต่อศูนย์บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พร้อมระบุประเทศปลายทาง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วัน

  3. 3. รอผลตรวจสอบ

    เจ้าหน้าที่ตรวจฐานข้อมูลประวัติและออกหนังสือรับรอง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: โดยทั่วไป 15–30 วันทำการ

  4. 4. แปลและรับรองต่อ

    แปลเป็นภาษาปลายทาง แล้วรับรองที่กรมการกงสุล และ/หรือขอ Apostille

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 3–7 วันทำการ

คำแนะนำจากงานจริง

  • แจ้งชื่อ-สกุลเดิมทุกชื่อที่เคยใช้ เพื่อให้ผลการตรวจครอบคลุมและไม่ถูกตั้งข้อสงสัยภายหลัง
  • ปลายทางหลายแห่งกำหนดให้เอกสารมีอายุไม่เกิน 3–6 เดือน ควรวางแผนวันยื่นให้สอดคล้อง

ข้อควรระวัง

  • ลายนิ้วมือที่พิมพ์ไม่ชัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
  • ไม่มีผู้ให้บริการใดเร่งผลการตรวจของตำรวจได้ ควรระวังคำโฆษณาที่อ้างว่ารับประกันเวลา

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น