ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

thai police clearance for foreign spouse

K1/K3 (USA), Spouse/Partner (UK), Partner 309/820 (Australia), Spouse (Canada) — ทุกกรณีต้องมี Police Clearance ทั้งคู่สมรส iVC จัดครบทั้งคนไทยและต่างชาติ

Police Clearance สำหรับแต่งงาน / วีซ่าคู่สมรส

ลำดับขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ส่งสำเนาเอกสารประจำตัว (หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน และหลักฐานทหารสำหรับชายไทยอายุ 17–45 ปี) เพื่อตรวจความครบถ้วน
  2. รับใบเสนอราคาแบบแจกแจงค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในประเทศไทย หรือที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยหากอยู่ต่างประเทศ
  4. ยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และติดตามคิวตรวจสอบ
  5. เมื่อได้รับเอกสาร ดำเนินการแปลและรับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
  6. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง (กรณีประเทศนอกภาคี) และจัดส่งเอกสารให้ผู้ขอ

ขอบเขตงานของ iVC ในหัวข้อ “thai police clearance for foreign spouse

iVC ให้บริการเตรียมเอกสารและยื่นคำร้องแทนผู้ขอมาตั้งแต่ปี 2554 (2011) ครอบคลุมทั้งคนไทยในประเทศและต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เคยพำนักในประเทศไทย และกรณีมอบอำนาจ โดยหน่วยงานผู้ออกเอกสารคือศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการพิจารณาและกรอบเวลาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ ผู้ให้บริการเอกชนไม่สามารถรับประกันผลได้

ทีมงานประกอบด้วยนักแปล NAATI (หมายเลข 45567) สำหรับคู่ภาษาไทย–อังกฤษ และผู้ประสานงานด้านนิติกรณ์กรมการกงสุลและสถานทูต ทำให้สามารถต่อขั้นตอนแปล–รับรอง–ยื่นสถานทูตได้ต่อเนื่องจากจุดเดียวที่สำนักงานสุขุมวิท 22 คลองเตย กรุงเทพฯ

ปรึกษาวีซ่าคู่สมรส + Police Clearance

คำตอบสั้น

thai police clearance for foreign spouse — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า

ใช้ประกอบการสมรสและวีซ่าคู่สมรส

คำร้องประเภทสมรสของผู้สมัครที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ศูนย์ฯ ระบุให้แนบทะเบียนสมรสและเอกสารแสดงตนของคู่สมรส ส่วนผู้ถือสัญชาติไทยที่เคยเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือมีการสมรส/หย่า ต้องแนบหลักฐานการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นด้วย เพื่อให้ชื่อในฐานข้อมูลตรงกับเอกสารปัจจุบัน

ความไม่ตรงกันของชื่อ-สกุลระหว่างหนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน และทะเบียนสมรส เป็นเหตุให้เอกสารถูกทักท้วงบ่อย การเตรียมหลักฐานเชื่อมชื่อทุกช่วงจึงควรทำตั้งแต่รอบแรก

หากเอกสารต้องนำไปใช้ต่างประเทศ ให้วางแผนขั้นตอนรับรองต่อเนื่อง ทั้งการแปล การนิติกรณ์หรือ Apostille และการรับรองที่สถานทูตปลายทางในกรณีที่ประเทศนั้นไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮก

การมอบอำนาจ: สิ่งที่ทำแทนได้ และสิ่งที่ทำแทนไม่ได้

ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติเผยแพร่แบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ (Letter of Power of Attorney) อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ของศูนย์ฯ ผู้รับมอบอำนาจสามารถยื่นคำร้อง ส่งเอกสารประกอบ และรับผลแทนผู้ร้องได้ตามเงื่อนไขที่ระบุในแบบฟอร์ม

สิ่งที่มอบอำนาจแทนไม่ได้คือการพิมพ์ลายนิ้วมือ เพราะเป็นข้อมูลชีวมิติของตัวผู้ร้องเอง ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดจึงพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในพื้นที่ ส่วนผู้ที่อยู่ต่างประเทศใช้แบบพิมพ์ลายนิ้วมือสำหรับการตรวจสอบประวัติจากต่างประเทศที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ไว้

เอกสารมอบอำนาจที่ลงนามในต่างประเทศ หน่วยงานผู้รับมักขอให้มีการรับรองลายมือชื่อ เช่น โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย หรือโดยผู้มีอำนาจรับรองในประเทศนั้นแล้วจึงผ่านขั้นตอน Apostille ตามระบบของประเทศต้นทาง

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

  • แผนขั้นตอนต่อเนื่อง (แปล / นิติกรณ์ หรือ Apostille / สถานทูตปลายทาง) ตามข้อกำหนดของผู้รับเอกสาร
  • คำร้องขอหนังสือรับรองความประพฤติตามแบบของศูนย์ฯ กรอกครบทุกช่อง
  • การสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบสำคัญการสมรสหรือหย่า หากมีการเปลี่ยนแปลง
  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี

ลำดับงานทั้งกระบวนการ

ขั้นงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนดผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. เตรียมเอกสารและคำร้องรวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นตามความพร้อมเอกสาร
3. พิมพ์ลายนิ้วมือพิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน)
4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูลศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน
5. แปลและรับรองต่อเนื่องแปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุลผู้ยื่น / กรมการกงสุลตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย

  • หนังสือมอบอำนาจไม่ครอบคลุมขั้นตอนรับผล ทำให้ต้องทำหนังสือใหม่
  • หนังสือเดินทางเหลืออายุน้อยจนหน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสารที่อ้างอิงเลขเล่มนั้น
  • สำเนาไม่ชัด โดยเฉพาะสำเนาที่ถ่ายจากภาพในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ
  • ขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไปจนเกินเกณฑ์อายุที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • ลายพิมพ์นิ้วมือจาง เลอะ หรือเคลื่อน ทำให้เทียบฐานข้อมูลไม่ได้
  • ชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษในคำร้องไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

อภิธานศัพท์

Testimony Memorandum
บันทึกถ้อยคำตามแบบของศูนย์ฯ มีทั้งฉบับสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยและผู้ถือสัญชาติอื่น
Letter of Power of Attorney
หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นคำร้องหรือรับผลแทน
แบบพิมพ์ลายนิ้วมือ
แบบฟอร์มบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือ มีฉบับเฉพาะสำหรับการตรวจสอบประวัติจากนอกประเทศไทย
เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้
Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศ ออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม
หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสำหรับการใช้งานภายในประเทศ ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับหนังสือรับรองความประพฤติ

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

หน้านี้ให้ข้อมูลกระบวนการเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย กรณีที่มีประวัติคดีความควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น