ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เอกสารพิมพ์ลายนิ้วมือ fbi

iVC มี checklist เอกสารต่างกันสำหรับคนไทย / ต่างชาติ / ในไทย / ต่างประเทศ — ส่ง checklist ตามเคสให้ทาง LINE ก่อนเริ่มงาน

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ Police Clearance

ลำดับขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ส่งสำเนาเอกสารประจำตัว (หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน และหลักฐานทหารสำหรับชายไทยอายุ 17–45 ปี) เพื่อตรวจความครบถ้วน
  2. รับใบเสนอราคาแบบแจกแจงค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในประเทศไทย หรือที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยหากอยู่ต่างประเทศ
  4. ยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และติดตามคิวตรวจสอบ
  5. เมื่อได้รับเอกสาร ดำเนินการแปลและรับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
  6. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง (กรณีประเทศนอกภาคี) และจัดส่งเอกสารให้ผู้ขอ

ขอบเขตงานของ iVC ในหัวข้อ “เอกสารพิมพ์ลายนิ้วมือ fbi

iVC ให้บริการเตรียมเอกสารและยื่นคำร้องแทนผู้ขอมาตั้งแต่ปี 2554 (2011) ครอบคลุมทั้งคนไทยในประเทศและต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เคยพำนักในประเทศไทย และกรณีมอบอำนาจ โดยหน่วยงานผู้ออกเอกสารคือศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการพิจารณาและกรอบเวลาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ ผู้ให้บริการเอกชนไม่สามารถรับประกันผลได้

ทีมงานประกอบด้วยนักแปล NAATI (หมายเลข 45567) สำหรับคู่ภาษาไทย–อังกฤษ และผู้ประสานงานด้านนิติกรณ์กรมการกงสุลและสถานทูต ทำให้สามารถต่อขั้นตอนแปล–รับรอง–ยื่นสถานทูตได้ต่อเนื่องจากจุดเดียวที่สำนักงานสุขุมวิท 22 คลองเตย กรุงเทพฯ

รับ checklist เอกสาร

คำตอบสั้น

เอกสารพิมพ์ลายนิ้วมือ fbi — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า

ชุดเอกสารสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยที่พำนักในประเทศไทย

ศูนย์ฯ กำหนดชุดเอกสารหลักไว้ ได้แก่ หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ โดยควรมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) ใบสำคัญการสมรสหรือหย่าในกรณีหญิงที่สมรสหรือหย่า

ชายสัญชาติไทยอายุ 17–45 ปี ต้องแนบหลักฐานทางทหาร เช่น สด.8 สด.9 สด.43 ใบ รด. หรือหนังสือผ่อนผันทหาร ส่วนผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองตามที่ระบุข้างต้น

สำเนาทุกฉบับต้องเห็นรูปถ่ายและข้อความชัดเจน สำเนาที่ถ่ายจากภาพถ่ายในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ มักได้ความคมชัดไม่พอและถูกขอให้ยื่นใหม่

ความแตกต่างตามประเทศปลายทาง

เส้นทางเอกสารแตกแยกกันตั้งแต่ต้นที่คำถามเดียวคือ ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ หากเป็นภาคี เอกสารมหาชนของไทยจบที่ใบ Apostille ที่ออกโดยกรมการกงสุล หากไม่ใช่ภาคี ต้องผ่านนิติกรณ์แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย

ภาษาของคำแปลก็ต่างกันตามปลายทาง บางประเทศรับคำแปลภาษาอังกฤษ บางประเทศกำหนดคำแปลเป็นภาษาราชการของตนและกำหนดผู้แปลที่ยอมรับ จึงควรยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานผู้รับก่อนสั่งแปล

ควรตรวจสอบสถานะภาคีจากรายชื่อของ HCCH โดยตรง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงและมีข้อยกเว้นระหว่างบางรัฐภาคี

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • สำเนาทุกฉบับคมชัด เห็นรูปถ่ายและตัวอักษรครบ
  • แผนขั้นตอนต่อเนื่อง (แปล / นิติกรณ์ หรือ Apostille / สถานทูตปลายทาง) ตามข้อกำหนดของผู้รับเอกสาร
  • คำร้องขอหนังสือรับรองความประพฤติตามแบบของศูนย์ฯ กรอกครบทุกช่อง
  • การสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร

ลำดับงานทั้งกระบวนการ

ขั้นงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนดผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. เตรียมเอกสารและคำร้องรวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นตามความพร้อมเอกสาร
3. พิมพ์ลายนิ้วมือพิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน)
4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูลศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน
5. แปลและรับรองต่อเนื่องแปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุลผู้ยื่น / กรมการกงสุลตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย

  • ขาดหลักฐานการยื่นคำร้องขอวีซ่า ทั้งที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อยื่นวีซ่า
  • เอกสารประกอบภาษาต่างประเทศไม่มีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว
  • ยื่นผิดหน่วยงาน โดยนำคำขอสำหรับใช้ต่างประเทศไปยื่นที่หน่วยงานตรวจประวัติสำหรับใช้ในประเทศ
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ครอบคลุมขั้นตอนรับผล ทำให้ต้องทำหนังสือใหม่
  • หนังสือเดินทางเหลืออายุน้อยจนหน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสารที่อ้างอิงเลขเล่มนั้น
  • สำเนาไม่ชัด โดยเฉพาะสำเนาที่ถ่ายจากภาพในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ

อภิธานศัพท์

Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
Testimony Memorandum
บันทึกถ้อยคำตามแบบของศูนย์ฯ มีทั้งฉบับสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยและผู้ถือสัญชาติอื่น
Letter of Power of Attorney
หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นคำร้องหรือรับผลแทน
แบบพิมพ์ลายนิ้วมือ
แบบฟอร์มบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือ มีฉบับเฉพาะสำหรับการตรวจสอบประวัติจากนอกประเทศไทย
เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้
Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศ ออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ระยะเวลาดำเนินการเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันจำนวนวันหรือผลการพิจารณาได้ · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น