ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่?
ค่าแปล NAATI ที่ iVC (Practitioner #45567) เริ่มต้น 850 บาท/หน้าสำหรับเอกสารมาตรฐาน (ทะเบียนบ้าน สูติบัตร บัตรประชาชน), 1,300–1,800 บาทสำหรับ transcript/สัญญา, 2,000–2,500 บาทสำหรับเอกสารแพทย์/กฎหมาย — คิดตามหน้าไม่คิดตามคำ ราคานี้รวม Digital Stamp + QR + hard copy ส่ง EMS ทั่วประเทศฟรี ส่วนลด 10–20% สำหรับ 5+ ชุด และมี e-Tax Invoice รองรับหัก ณ ที่จ่าย 3%
ทำไมเลือก iVC NAATI #45567
- ✓ นักแปล NAATI Practitioner #45567 ในสำนักงาน
- ✓ MARA-registered migration agent ในทีมเดียว
- ✓ 30,000+ เอกสารตั้งแต่ 2011 — 0% rejection 2024–2026
- ✓ Refund Guarantee ถ้าถูก reject จากความผิดเรา
สรุปคำตอบสั้น
ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่ — งานลักษณะนี้ต้องใช้คำแปลที่รับรองโดยผู้แปลซึ่งระบุตัวตนได้ iVC ดำเนินการโดย NAATI Practitioner #45567 (ไทย↔อังกฤษ) ประจำสำนักงาน ระยะเวลามาตรฐาน 1–3 วันทำการหลังยืนยันขอบเขตงาน พร้อมเลือกรับไฟล์ดิจิทัลหรือฉบับพิมพ์ตามที่ปลายทางกำหนด
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้ทุกเคส
- สำเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปถ่าย เพื่อล็อกการสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกันทุกฉบับ
- รายชื่อบุคคลทั้งหมดที่ปรากฏในเอกสาร พร้อมการสะกดภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในหนังสือเดินทาง
- ข้อกำหนดรูปแบบคำรับรองเฉพาะของหน่วยงานปลายทาง (ถ้ามีระบุไว้)
- รายการคำแปลเดิม (ถ้าเคยแปลแล้ว) เพื่อคงคำศัพท์เฉพาะและชื่อสถาบันให้สอดคล้อง
- ระบุว่าปลายทางต้องการต้นฉบับคู่คำแปลหรือรับเฉพาะคำแปล
- ชื่อหน่วยงานปลายทาง (Home Affairs, INZ, assessing body หรือมหาวิทยาลัย) และรอบยื่นที่วางไว้
ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. ประเมินเอกสาร | ตรวจความครบถ้วน ความคมชัดของสแกน และตรวจว่าปลายทางต้องการ NAATI-certified จริงหรือไม่ | Case officer | ภายใน 2 ชั่วโมงทำการ |
| 2. ยืนยันขอบเขตงาน | สรุปจำนวนหน้า รูปแบบปลายทาง การสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง และวันส่งมอบ | ลูกค้า + Case officer | 1 วันทำการ |
| 3. แปลโดย Practitioner #45567 | แปล Thai↔English พร้อม translator note อธิบายชื่อเอกสารราชการไทยที่ไม่มีคำเทียบตรง | NAATI Practitioner | 1–3 วันทำการ |
| 4. QC สองชั้น + ประทับตรา | ตรวจตัวเลข วันที่ เลขเอกสาร ชื่อสถานที่ แล้วประทับตรา NAATI พร้อม QR verification | Reviewer | 1 วันทำการ |
| 5. ส่งมอบ | ส่ง Digital PDF ก่อน แล้วตามด้วยฉบับพิมพ์ทางไปรษณีย์/ขนส่ง | Delivery desk | 1–2 วันทำการหลัง QC |
ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่ — สรุปสาระสำคัญเฉพาะหัวข้อนี้
ในทางปฏิบัติ หัวข้อ “ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่” จัดอยู่ในกลุ่มการประเมินค่าบริการ ซึ่งมีรายละเอียดต่างจากงานแปลทั่วไปตรงที่ปลายทางต้องตรวจสอบตัวผู้รับรองได้ ลำดับงานที่ถูกต้องช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการเร่งขั้นตอนแปล เพราะขั้นที่ช้าที่สุดมักเป็นการรอเอกสารต้นเรื่องจากหน่วยงานผู้ออก
สำหรับ “ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่” เราจะเริ่มจากการยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางระบุคำว่า NAATI-certified ไว้จริงหรือไม่ จากนั้นจึงล็อกการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง แล้วจึงเข้ากระบวนการแปลโดย Practitioner #45567 ปลายทางที่เราวางไว้คือชุดเอกสารที่ยื่นครั้งเดียวแล้วเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องส่งเพิ่ม
เมื่อหน่วยงานปลายทางทักท้วงคำแปล ควรทำอย่างไร
หากปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ครบหรือไม่ตรงเงื่อนไข สิ่งแรกที่ต้องทำคือขอถ้อยคำที่เขาระบุมาแบบตรงตัว เพราะคำว่า not certified, incomplete และ not legible นำไปสู่การแก้ไขคนละแบบ การเดาสาเหตุแล้วแก้ผิดจุดทำให้เสียรอบยื่นอีกครั้ง
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว งานที่เราเป็นผู้แปลจะแก้ไขและออกฉบับปรับปรุงให้ตามกระบวนการ พร้อมบันทึกเหตุผลการแก้ไขไว้ในแฟ้มเคส เพื่อให้มีร่องรอยตรวจสอบได้หากปลายทางขอคำชี้แจงเพิ่มเติมในรอบถัดไป
การเตรียมเอกสารเป็นชุดแทนการทยอยส่งทีละฉบับ
การส่งเอกสารมาแปลเป็นชุดเดียวช่วยให้คำศัพท์ ชื่อบุคคล และชื่อหน่วยงานสอดคล้องกันทั้งชุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปลายทางสังเกตทันที การทยอยส่งทีละฉบับในเวลาต่างกันมักทำให้เกิดความไม่สอดคล้องเล็ก ๆ ที่กลายเป็นคำถามในภายหลัง
อีกข้อดีของการทำเป็นชุดคือการวางแผนต้นทุนและเวลาได้แม่นยำ เพราะเราประเมินจำนวนหน้ารวมได้ครั้งเดียว และจัดคิวงานให้เสร็จพร้อมกันก่อนวันยื่น แทนที่จะมีเอกสารบางฉบับตกค้างจนต้องเร่งในวันสุดท้าย
ทำไมการแปลชื่อสถาบันและตำแหน่งงานจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
ชื่อมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการไทยหลายแห่งมีชื่อภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว การแปลใหม่ตามความหมายจะทำให้ชื่อไม่ตรงกับที่ปรากฏในฐานข้อมูลของหน่วยงานปลายทาง ซึ่งเป็นสาเหตุของการขอเอกสารยืนยันเพิ่ม
เช่นเดียวกับตำแหน่งงาน คำว่า หัวหน้างาน หรือ ผู้จัดการฝ่าย มีการเทียบหลายแบบ การเลือกคำที่สอดคล้องกับโครงสร้างองค์กรและหน้าที่จริงจึงสำคัญกว่าการแปลตามตัวอักษร โดยเฉพาะเมื่อเอกสารถูกใช้ประกอบการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ
กรอบเวลาและรูปแบบส่งมอบที่เหมาะกับ “ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่”
“ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่” เป็นงานที่วางแผนล่วงหน้าได้ กรอบเวลามาตรฐานคือ 1–3 วันทำการหลังยืนยันขอบเขตงาน ซึ่งเผื่อเวลาไว้สำหรับ QC สองชั้นและการยืนยันร่างคำแปลกับลูกค้าก่อนประทับตราแล้ว
แนะนำให้เลือกรับทั้งไฟล์ดิจิทัลและฉบับพิมพ์สำหรับ “ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่” เพราะบางหน่วยงานเก็บฉบับพิมพ์เข้าแฟ้ม ขณะที่การยื่นออนไลน์ใช้ไฟล์ดิจิทัล การสั่งพร้อมกันครั้งเดียวประหยัดกว่ารอบจัดส่งรอบที่สอง
ความต่างของข้อกำหนดระหว่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหน่วยงานการศึกษา
หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลียระบุชัดว่าคำแปลที่ทำในออสเตรเลียต้องมาจากผู้แปลที่ NAATI รับรอง ส่วนคำแปลที่ทำนอกออสเตรเลียต้องมีรายละเอียดผู้แปลครบถ้วนกำกับ การใช้ผู้แปลที่มีหมายเลข NAATI จึงเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดไม่ว่าจะแปลจากที่ใด
ฝั่งนิวซีแลนด์และสถาบันการศึกษามีถ้อยคำที่ต่างกันเล็กน้อย บางแห่งใช้คำว่า certified translation แบบกว้าง บางแห่งระบุ NAATI ตรง ๆ วิธีตัดสินใจที่ถูกต้องคืออ่านหน้าเงื่อนไขของหน่วยงานนั้นในรอบที่คุณยื่นจริง เพราะข้อกำหนดมีการปรับเป็นระยะ
จัดไฟล์อย่างไรให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้เร็ว
ระบบยื่นออนไลน์ส่วนใหญ่จำกัดจำนวนไฟล์และขนาดต่อหัวข้อ วิธีที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้เร็วคือรวมหน้าต้นฉบับกับหน้าคำแปลของเอกสารฉบับเดียวกันไว้ในไฟล์เดียว เรียงต้นฉบับก่อนแล้วตามด้วยคำแปล ไม่แยกเป็นสองไฟล์คนละหัวข้อ
ตั้งชื่อไฟล์ด้วยรูปแบบเดียวกันทั้งชุด เช่น ชื่อผู้สมัคร-ประเภทเอกสาร-ปีที่ออก จะช่วยให้ทั้งคุณและเจ้าหน้าที่ไล่รายการได้ตรงกัน และเมื่อถูกขอเอกสารเพิ่มภายหลังก็ระบุได้ทันทีว่าฉบับไหนส่งไปแล้ว
อายุเอกสารต้นทางกับอายุคำแปล เป็นคนละเรื่องกัน
คำแปลที่รับรองแล้วไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง สิ่งที่หมดอายุคือเอกสารต้นทาง เช่น หนังสือรับรองบริษัทที่หน่วยงานปลายทางกำหนดว่าต้องคัดไม่เกิน 6 เดือน หรือหนังสือรับรองความประพฤติที่หลายประเทศกำหนดอายุไว้ 3–6 เดือนนับจากวันออก
ดังนั้นการเก็บคำแปลเก่าไว้ใช้ซ้ำจึงทำได้เมื่อเอกสารต้นทางยังอยู่ในเกณฑ์อายุที่ปลายทางรับ แต่หากต้นทางหมดอายุแล้ว ต้องคัดใหม่และแปลใหม่ทั้งชุด เพราะเลขที่เอกสารและวันที่ออกจะเปลี่ยน ทำให้คำแปลเดิมไม่ตรงกับต้นฉบับที่ยื่นจริง
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มงาน “ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่”
ก่อนเปิดงาน “ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่” ขอให้เตรียมสแกนสีต้นฉบับครบทุกหน้า ชื่อหน่วยงานปลายทาง และกำหนดวันที่ต้องใช้เอกสาร สามข้อนี้ทำให้เราตอบขอบเขตงานและกรอบเวลาที่แม่นยำได้ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรก โดยไม่ต้องถามกลับหลายรอบ
หากเคยมีคำแปลเดิมของเอกสารชุดเดียวกัน ให้ส่งมาด้วยเสมอ เพราะการคงคำศัพท์เฉพาะและชื่อสถาบันให้ตรงกับที่เคยยื่นไปแล้ว ช่วยลดข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่ในกรณี “ค่าแปล NAATI บัตรประชาชน หน้าละเท่าไหร่” ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่พบบ่อย
ผู้ประกอบวิชาชีพที่เปลี่ยนที่ทำงานหลายแห่ง
ประวัติการทำงานที่กระจายหลายองค์กรทำให้หนังสือรับรองมีรูปแบบต่างกันมาก บางฉบับไม่ระบุขอบเขตงาน วิธีแก้คือขอให้ต้นสังกัดออกฉบับใหม่ที่ระบุตำแหน่ง ช่วงเวลา และหน้าที่ให้ครบ ก่อนนำมาแปล เพราะ assessing body ประเมินจากรายละเอียดหน้าที่ ไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่ง
ผู้สมัครที่เปลี่ยนสถานะสมรสระหว่างเตรียมเอกสาร
เมื่อสถานะเปลี่ยนระหว่างทาง เอกสารบางฉบับที่แปลไว้แล้วจะสะท้อนสถานะเดิม ทางที่ถูกต้องคือเพิ่มเอกสารที่แสดงการเปลี่ยนสถานะพร้อมคำแปล และเรียงลำดับตามวันที่ให้ชัด เพื่อให้ผู้ตรวจเห็นลำดับเหตุการณ์ต่อเนื่อง ไม่ใช่ข้อมูลที่ขัดกัน
ผู้ประกอบวิชาชีพที่ต้องยื่นทั้งใบอนุญาตและหลักฐานการอบรม
หลายสภาวิชาชีพออกทั้งใบอนุญาตหลักและหลักฐานการอบรมต่อเนื่องเป็นคนละฉบับ การยื่นเฉพาะใบอนุญาตมักไม่พอ เราจึงตรวจ checklist ของหน่วยงานประเมินก่อน แล้วแจ้งรายการที่ยังขาดตั้งแต่รอบประเมินราคา ไม่ใช่หลังแปลเสร็จ
ครอบครัวที่ยื่นพร้อมกันหลายคน
เมื่อยื่นทั้งครอบครัว เอกสารจะซ้อนกันหลายชุด ทั้งสูติบัตรบุตร ทะเบียนบ้าน และเอกสารการเงินของผู้สนับสนุน วิธีจัดการคือทำตารางจับคู่ว่าเอกสารฉบับไหนใช้กับผู้สมัครคนไหน แล้วแปลเป็นชุดเดียวกัน จะช่วยให้การอัปโหลดเข้าระบบเป็นระเบียบและตรวจย้อนกลับได้ง่าย
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ
- ส่งสแกนเฉพาะหน้าที่คิดว่าสำคัญ แล้วตกหน้าที่มีตราประทับหรือหมายเหตุด้านหลัง
- ไม่เก็บไฟล์ดิจิทัลที่มี QR ไว้สำรอง เมื่อต้องยื่นซ้ำจึงต้องขอออกใหม่
- รอจนได้เอกสารครบทุกฉบับจึงเริ่มส่งแปล ทั้งที่แบ่งส่งเป็นระยะได้และประหยัดเวลากว่า
- ไม่เผื่อเวลารอเอกสารจากสำนักทะเบียนหรือสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นขั้นที่ควบคุมยากที่สุด
- ยื่นคำแปลโดยไม่แนบต้นฉบับ ทั้งที่ปลายทางกำหนดให้ยื่นคู่กัน
- ใช้ภาพถ่ายจากมือถือที่เอียงและมีเงา ทำให้ตัวเลขบางตัวอ่านผิดพลาด
- ตัดหน้าที่มีตราประทับออกจากไฟล์เพื่อลดขนาด ทำให้คำแปลขาดหลักฐานการรับรอง
อภิธานศัพท์ที่ควรรู้
- Certified Translator
- ระดับการรับรองของผู้แปลเอกสาร ต่างจาก Certified Interpreter ที่รับรองงานล่ามพูด
- Grade description
- คำอธิบายระบบการให้คะแนนของสถาบัน มักพิมพ์ท้ายทรานสคริปต์ และจำเป็นต่อการเทียบวุฒิ
- ใบ รบ.1
- ระเบียนแสดงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่ใช้ประกอบการเทียบวุฒิและสมัครเรียนต่อ
- Practitioner number
- หมายเลขประจำตัวนักแปลที่ใช้ตรวจสอบตัวตนในไดเรกทอรีสาธารณะของ NAATI
- Certified true copy
- สำเนาที่ผู้มีอำนาจรับรองว่าตรงกับต้นฉบับ ใช้เมื่อปลายทางไม่รับต้นฉบับไปเก็บ
- ช.3 / ช.5
- หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว และการเปลี่ยนชื่อสกุล ซึ่งใช้เชื่อมโยงชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน
- NAATI
- หน่วยงานรับรองมาตรฐานนักแปลและล่ามของออสเตรเลีย การรับรองผูกกับตัวบุคคลผู้แปล ไม่ใช่บริษัท
- คร.2 / คร.6
- ใบสำคัญการสมรส และใบสำคัญการหย่า ซึ่งเป็นเอกสารคนละฉบับกับทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า
ข้อมูลผู้ให้บริการที่ตรวจสอบได้
- ให้บริการลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมจัดส่งฉบับพิมพ์เมื่อจำเป็น
- รองรับงานต่อเนื่องถึงขั้นตอน Apostille ตามที่ไทยเข้าเป็นภาคีมีผล 22 ธันวาคม 2024
- ทีมงานประกอบด้วยนักแปล ผู้ตรวจทาน และเจ้าหน้าที่ดูแลเคส แยกหน้าที่กันชัดเจนในทุกงาน
- ดำเนินการภายใต้กรอบ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย
- ให้บริการต่อเนื่องถึงขั้นตอนรับรองกรมการกงสุลและสถานทูตในสำนักงานเดียว
คำแปล NAATI vs คำแปลรับรองกงสุล
ใช้คนละวัตถุประสงค์ บางเคสต้องใช้ทั้งสองอย่าง
| ประเด็น | NAATI (ออสเตรเลีย) | คำแปลรับรองกงสุล |
|---|---|---|
| ผู้รับรองคำแปล | นักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI | นักแปลที่รับผิดชอบคำแปล + รับรองนิติกรณ์ |
| หน่วยงานที่มักกำหนด | หน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Home Affairs | หน่วยงานไทยและสถานทูตประเทศอื่น |
| ตราที่ปรากฏ | ตราและหมายเลขนักแปล NAATI | ตรารับรองของกรมการกงสุล |
| ใช้ร่วมกันได้ไหม | ได้ เมื่อปลายทางต้องการทั้งคำแปลและนิติกรณ์ | ได้ ตามลำดับที่ปลายทางกำหนด |
ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ
ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น
| ประเด็น | ดำเนินการเอง | ให้ iVC ดูแล |
|---|---|---|
| การตรวจเอกสารก่อนยื่น | ตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงาน | ที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง |
| เวลาที่คุณต้องใช้ | เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเอง | เราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า |
| ความเสี่ยงตีกลับ | พบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้น | ตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น |
| ความรู้เฉพาะทาง | ต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเอง | ทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส |
| กรณีเอกสารมีปัญหา | ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเอง | เราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที |
เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร
ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น
- ประเมินเคสก่อนเริ่ม
- ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
- วางแผนเอกสารรายบุคคล
- จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
- เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
- แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
- ติดตามจนจบเคส
- รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
- ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
- เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่
ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ
คู่มือปฏิบัติ: แปลรับรอง NAATI (ออสเตรเลีย)
หน่วยงานออสเตรเลีย (Home Affairs, VEVO, มหาวิทยาลัย, Services Australia) ยอมรับคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลผู้ได้รับรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับและหมายเลขผู้แปล
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
- ไฟล์สแกนสีของเอกสารต้นฉบับ ครบทุกหน้า ความละเอียดอ่านออกชัดเจน
- การสะกดชื่อภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง
- รายการชื่อบุคคล/สถานที่ที่ต้องการให้สะกดแบบเฉพาะ (ถ้ามี)
- ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เช่น ต้องเป็น certified extract หรือฉบับเต็ม
ขั้นตอนและวิธีการ
1. ตรวจเอกสารและขอบเขตงาน
นับจำนวนหน้า ตรวจความชัด และยืนยันรูปแบบที่ปลายทางกำหนด
กรอบเวลาโดยประมาณ: ภายในวันเดียว
2. แปลโดยนักแปล NAATI
แปลตรงตามต้นฉบับ รวมตราประทับ ลายเซ็น และหมายเหตุที่ปรากฏ
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–3 วันทำการ
3. ตรวจทานสองชั้น
ตรวจเลขที่เอกสาร วันเดือนปี และการสะกดชื่อเทียบกับหนังสือเดินทาง
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ
4. ประทับตรา NAATI และส่งมอบ
ออกไฟล์ PDF พร้อมตราประทับและหมายเลขผู้แปล ใช้ยื่นออนไลน์ได้
กรอบเวลาโดยประมาณ: วันเดียวกัน
คำแนะนำจากงานจริง
- งานยื่นวีซ่าออสเตรเลียส่วนใหญ่ใช้ไฟล์ PDF ที่มีตรา NAATI ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ฉบับกระดาษ
- ถ้าจะใช้ในไทยด้วย ควรทำคำแปลอีกชุดที่รับรองโดยกรมการกงสุล
ข้อควรระวัง
- คำแปลที่ไม่มีหมายเลขผู้แปล NAATI มักถูกปฏิเสธโดยหน่วยงานออสเตรเลีย
- การแก้ไขข้อมูลให้ต่างจากต้นฉบับถือเป็นการแปลผิดและอาจกระทบต่อการพิจารณา
ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน
แหล่งอ้างอิงทางการ
ปรึกษานักแปล NAATI โดยตรง — ตอบภายใน 5 นาที (จ-ส 9:00–18:00)