ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia?

Thai professional licenses (doctor, nurse, pharmacist, dentist, physiotherapist, psychologist, engineer, teacher, CPA) require NAATI translation for AHPRA / Engineers Australia / TRA / VETASSESS / ACS / CPA Australia — iVC has direct experience with all 15 AHPRA-regulated professions and knows the specific requirements of each assessing body.

Why iVC NAATI Practitioner #45567

สรุปคำตอบสั้น

Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia — งานลักษณะนี้ต้องใช้คำแปลที่รับรองโดยผู้แปลซึ่งระบุตัวตนได้ iVC ดำเนินการโดย NAATI Practitioner #45567 (ไทย↔อังกฤษ) ประจำสำนักงาน ระยะเวลามาตรฐาน 1–3 วันทำการหลังยืนยันขอบเขตงาน พร้อมเลือกรับไฟล์ดิจิทัลหรือฉบับพิมพ์ตามที่ปลายทางกำหนด

เอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้ทุกเคส

  • อีเมลและเบอร์ที่ติดต่อได้จริงในเวลาทำการ สำหรับยืนยันร่างคำแปลก่อนประทับตรา
  • วันที่ต้องใช้เอกสารจริง ไม่ใช่วันที่อยากได้ เพื่อจัดลำดับงานให้ตรงกับ deadline
  • สำเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปถ่าย เพื่อล็อกการสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกันทุกฉบับ
  • รายชื่อบุคคลทั้งหมดที่ปรากฏในเอกสาร พร้อมการสะกดภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในหนังสือเดินทาง
  • ข้อกำหนดรูปแบบคำรับรองเฉพาะของหน่วยงานปลายทาง (ถ้ามีระบุไว้)
  • รายการคำแปลเดิม (ถ้าเคยแปลแล้ว) เพื่อคงคำศัพท์เฉพาะและชื่อสถาบันให้สอดคล้อง

เอกสารเฉพาะสำหรับงานลักษณะนี้

  • ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากชื่อบนใบอนุญาตไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • เอกสารสมาชิกสภาวิชาชีพ (แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาวิศวกร คุรุสภา) ตามที่ปลายทางระบุ
  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฉบับปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ
  • หนังสือรับรองประสบการณ์ทำงานที่ระบุตำแหน่ง ช่วงเวลา และขอบเขตงาน

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ประเมินเอกสารตรวจความครบถ้วน ความคมชัดของสแกน และตรวจว่าปลายทางต้องการ NAATI-certified จริงหรือไม่Case officerภายใน 2 ชั่วโมงทำการ
2. ยืนยันขอบเขตงานสรุปจำนวนหน้า รูปแบบปลายทาง การสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง และวันส่งมอบลูกค้า + Case officer1 วันทำการ
3. แปลโดย Practitioner #45567แปล Thai↔English พร้อม translator note อธิบายชื่อเอกสารราชการไทยที่ไม่มีคำเทียบตรงNAATI Practitioner1–3 วันทำการ
4. QC สองชั้น + ประทับตราตรวจตัวเลข วันที่ เลขเอกสาร ชื่อสถานที่ แล้วประทับตรา NAATI พร้อม QR verificationReviewer1 วันทำการ
5. ส่งมอบส่ง Digital PDF ก่อน แล้วตามด้วยฉบับพิมพ์ทางไปรษณีย์/ขนส่งDelivery desk1–2 วันทำการหลัง QC

Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia — สรุปสาระสำคัญเฉพาะหัวข้อนี้

สิ่งที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ “Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia” จัดอยู่ในกลุ่มเอกสารวิชาชีพ ซึ่งมีรายละเอียดต่างจากงานแปลทั่วไปตรงที่ปลายทางต้องตรวจสอบตัวผู้รับรองได้ การวางแผนเผื่อรอบแก้ไขหนึ่งรอบเป็นเรื่องปกติของงานลักษณะนี้ และเป็นสิ่งที่ทำให้กำหนดยื่นไม่พลาด

สำหรับ “Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia” เราจะเริ่มจากการยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางระบุคำว่า NAATI-certified ไว้จริงหรือไม่ จากนั้นจึงล็อกการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง แล้วจึงเข้ากระบวนการแปลโดย Practitioner #45567 ผลลัพธ์ที่ต้องการคือชุดเอกสารที่เจ้าหน้าที่อ่านจบแล้วไม่มีคำถามค้าง

ค่าใช้จ่ายแฝงที่มักถูกมองข้ามในการเตรียมเอกสาร

ต้นทุนที่คนมักลืมคำนวณไม่ใช่ค่าแปล แต่เป็นค่าเสียเวลาจากการทำซ้ำ เช่น การต้องคัดเอกสารต้นทางใหม่เพราะฉบับเดิมเก่าเกินเงื่อนไข การต้องแปลเพิ่มเพราะปลายทางขอเอกสารประกอบที่ไม่ได้อยู่ในรายการแรก หรือการต้องส่งเอกสารรอบสองเพราะยื่นไม่ครบ

วิธีลดต้นทุนแฝงคือการตรวจ checklist ของปลายทางให้จบก่อนเริ่มแปลหนึ่งรอบเต็ม แล้วจัดกลุ่มเอกสารทั้งหมดเป็นชุดเดียว การทำแบบนี้ยังช่วยให้คำศัพท์และการสะกดชื่อสอดคล้องกันทั้งชุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปลายทางสังเกตเห็นได้ทันที

ทำงานร่วมกับ migration agent และสถาบันการศึกษาอย่างไร

หลายเคสมาถึงเราผ่าน migration agent หรือเจ้าหน้าที่แนะแนวที่ดูแลผู้สมัครอยู่แล้ว รูปแบบที่ทำงานได้ดีที่สุดคือให้เอเจนต์ส่ง checklist ของหน่วยงานปลายทางมาพร้อมไฟล์ เพื่อให้เราจัดรูปแบบคำแปลให้ตรงข้อกำหนดตั้งแต่รอบแรก แทนการแก้ย้อนหลัง

สำหรับงานปริมาณมากหรือรอบรับสมัครที่มีกำหนดตายตัว เราจัดคิวแบบล็อกช่วงเวลาไว้ล่วงหน้าได้ ทำให้เอเจนต์วางแผนแจ้งผู้สมัครได้แม่นยำ และลดความเสี่ยงที่งานจะไปกระจุกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดรับ

การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างดำเนินการ

เอกสารที่ส่งมาแปลมักมีข้อมูลอ่อนไหว ทั้งเลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลการเงิน และข้อมูลสุขภาพ เราดำเนินการภายใต้กรอบ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย โดยจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับเคสนั้น และไม่ส่งต่อให้บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอม

ลูกค้าสามารถขอให้ลบไฟล์ต้นฉบับหลังส่งมอบงานเสร็จได้ โดยเราจะคงไว้เฉพาะบันทึกที่จำเป็นต่อการออกเอกสารซ้ำหรือการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นเมื่อหน่วยงานปลายทางขอยืนยันความถูกต้องของคำแปลในภายหลัง

กรอบเวลาและรูปแบบส่งมอบที่เหมาะกับ “Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia”

“Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia” เป็นงานที่วางแผนล่วงหน้าได้ กรอบเวลามาตรฐานคือ 1–3 วันทำการหลังยืนยันขอบเขตงาน ซึ่งเผื่อเวลาไว้สำหรับ QC สองชั้นและการยืนยันร่างคำแปลกับลูกค้าก่อนประทับตราแล้ว

แนะนำให้เลือกรับทั้งไฟล์ดิจิทัลและฉบับพิมพ์สำหรับ “Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia” เพราะบางหน่วยงานเก็บฉบับพิมพ์เข้าแฟ้ม ขณะที่การยื่นออนไลน์ใช้ไฟล์ดิจิทัล การสั่งพร้อมกันครั้งเดียวประหยัดกว่ารอบจัดส่งรอบที่สอง

มาตรฐานการตรวจทานภายในก่อนประทับตรา

งานทุกชิ้นผ่านการตรวจสองชั้น ชั้นแรกเป็นการตรวจความถูกต้องเชิงภาษาและความครบถ้วนของเนื้อหา ชั้นที่สองเป็นการตรวจข้อมูลที่ผิดแล้วเสียหายทันที ได้แก่ ตัวเลข วันที่ เลขประจำตัว เลขที่เอกสาร ชื่อหน่วยงานผู้ออก และการเรียงลำดับหน้า

การตรวจชั้นที่สองสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะข้อผิดพลาดประเภทตัวเลขมักไม่ถูกจับด้วยการอ่านทวนตามปกติ แต่จะถูกจับทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ปลายทางเทียบกับฐานข้อมูลของเขา และผลลัพธ์คือคำขอเอกสารเพิ่มซึ่งกินเวลามากกว่าการตรวจให้ละเอียดตั้งแต่ต้นหลายเท่า

การวางแผนย้อนกลับจากวันยื่นจริง

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเริ่มนับถอยหลังจากวันที่ต้องกดยื่นจริง ไม่ใช่จากวันที่เริ่มเตรียมเอกสาร ตั้งต้นด้วยวันยื่น แล้วเผื่อเวลาสำหรับตรวจไฟล์ในระบบปลายทาง การขอเอกสารต้นทางเพิ่มจากอำเภอหรือสถาบันการศึกษา และรอบจัดส่งกรณีต้องใช้ฉบับพิมพ์

ในทางปฏิบัติ ตัวแปรที่ควบคุมยากที่สุดไม่ใช่ขั้นตอนแปล แต่คือการรอเอกสารต้นทาง เช่น การคัดทะเบียนราษฎรข้ามเขต การขอทรานสคริปต์รอบใหม่จากมหาวิทยาลัย หรือการรอหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพ เราจึงแนะนำให้เริ่มไล่รายการต้นทางพร้อมกับส่งไฟล์ให้เราประเมิน แทนที่จะทำทีละขั้น

เมื่อไรที่ NAATI อย่างเดียวไม่พอ และต้องต่อ Apostille หรือรับรองสถานทูต

สำหรับคำร้องวีซ่ากับ Home Affairs และ INZ คำแปล NAATI ใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านกรมการกงสุลหรือสถานทูตเพิ่ม แต่หากเอกสารจะถูกใช้ในกระบวนการทางกฎหมาย เช่น ยื่นต่อศาล จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สิน หน่วยงานปลายทางมักขอการรับรองชั้นรัฐเพิ่ม

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ทำให้เอกสารราชการไทยที่จะใช้ในประเทศภาคีสามารถขอ Apostille จากกรมการกงสุลได้แทนการรับรองสองชั้นแบบเดิม เราจะตรวจสอบก่อนเริ่มงานว่าปลายทางอยู่ในกลุ่มไหน เพื่อไม่ให้ลูกค้าจ่ายค่าขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มงาน “Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia”

ก่อนเปิดงาน “Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia” ขอให้เตรียมสแกนสีต้นฉบับครบทุกหน้า ชื่อหน่วยงานปลายทาง และกำหนดวันที่ต้องใช้เอกสาร สามข้อนี้ทำให้เราตอบขอบเขตงานและกรอบเวลาที่แม่นยำได้ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรก โดยไม่ต้องถามกลับหลายรอบ

หากเคยมีคำแปลเดิมของเอกสารชุดเดียวกัน ให้ส่งมาด้วยเสมอ เพราะการคงคำศัพท์เฉพาะและชื่อสถาบันให้ตรงกับที่เคยยื่นไปแล้ว ช่วยลดข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่ในกรณี “Can I use a NAATI translation of my Thai driver's license to drive legally in Australia” ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่พบบ่อย

งานที่ปลายทางขอให้ผู้แปลระบุคำรับรองในรูปแบบเฉพาะ

บางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำของคำรับรองหรือขอให้ระบุข้อมูลเพิ่ม เช่น วิธีที่ผู้แปลได้รับเอกสาร กรณีเช่นนี้ต้องแจ้งเราตั้งแต่ต้น เพราะการเพิ่มถ้อยคำหลังประทับตราแล้วเท่ากับต้องออกฉบับใหม่ ซึ่งเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

เคสที่ชื่อสถานที่ในเอกสารเปลี่ยนไปตามเวลา

โรงเรียนและหน่วยงานบางแห่งเปลี่ยนชื่อหรือถูกควบรวมในภายหลัง ทำให้ชื่อในเอกสารเก่ากับปัจจุบันไม่ตรงกัน ทางออกคือแปลตามชื่อที่ปรากฏในต้นฉบับ แล้วใส่หมายเหตุระบุชื่อปัจจุบันกำกับ เพื่อให้ผู้ตรวจเชื่อมโยงข้อมูลได้โดยไม่ต้องสอบถามเพิ่ม

ผู้ยื่นที่อยู่ต่างประเทศแล้วและต้องใช้เอกสารไทย

กรณีผู้ยื่นอยู่ต่างประเทศ การส่งฉบับพิมพ์กลับไปกินเวลาและมีความเสี่ยงเรื่องพัสดุ ทางที่เร็วกว่าคือให้ญาติในไทยคัดเอกสารต้นทาง ส่งสแกนมาให้เราแปล แล้วรับไฟล์ดิจิทัลไปใช้ก่อน ส่วนฉบับพิมพ์ค่อยจัดส่งตามในกรณีที่จำเป็นจริง

ผู้ยื่นที่มีเอกสารจากหลายจังหวัดคนละรูปแบบ

สำนักทะเบียนแต่ละแห่งใช้แบบฟอร์มและตราประทับที่ต่างกันเล็กน้อย เมื่อนำมาเรียงเป็นชุดเดียวจึงดูไม่สม่ำเสมอ วิธีจัดการคือคงรูปแบบต้นฉบับไว้ตามจริง แล้วใช้โครงสร้างคำแปลแบบเดียวกันทั้งชุด เพื่อให้ผู้ตรวจเทียบข้อมูลข้ามฉบับได้ง่าย

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • ใช้บริการที่ไม่เปิดเผยหมายเลขผู้แปล แล้วตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้เมื่อปลายทางสอบถาม
  • เข้าใจว่าคำแปลรับรองทั่วไปใช้แทนคำแปลที่ปลายทางระบุว่าต้อง NAATI-certified ได้
  • เลือกเอกสารการเงินผิดประเภท เช่น ใช้สมุดบัญชีถ่ายสำเนาแทน statement ที่ธนาคารออก
  • เริ่มแปลก่อนตรวจ checklist ปลายทาง แล้วต้องแปลเพิ่มอีกรอบภายหลัง
  • แปลชื่อมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานใหม่ตามความหมาย แทนการใช้ชื่อภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ
  • ไม่เก็บไฟล์คำแปลฉบับดิจิทัลไว้ ทำให้ต้องขอออกใหม่เมื่อยื่นรอบถัดไป
  • อัปโหลดไฟล์แยกหน้าเป็นสิบไฟล์ จนระบบปลายทางจัดลำดับเอกสารสับสน

อภิธานศัพท์ที่ควรรู้

Directionality
ทิศทางการแปลที่ระบุในการรับรอง เช่น ไทย→อังกฤษ ซึ่งไม่ครอบคลุมทิศทางกลับโดยอัตโนมัติ
บอจ.5
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ยื่นต่อนายทะเบียน ใช้แสดงโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท
Certified Translator
ระดับการรับรองของผู้แปลเอกสาร ต่างจาก Certified Interpreter ที่รับรองงานล่ามพูด
Grade description
คำอธิบายระบบการให้คะแนนของสถาบัน มักพิมพ์ท้ายทรานสคริปต์ และจำเป็นต่อการเทียบวุฒิ
ใบ รบ.1
ระเบียนแสดงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่ใช้ประกอบการเทียบวุฒิและสมัครเรียนต่อ
Practitioner number
หมายเลขประจำตัวนักแปลที่ใช้ตรวจสอบตัวตนในไดเรกทอรีสาธารณะของ NAATI
Certified true copy
สำเนาที่ผู้มีอำนาจรับรองว่าตรงกับต้นฉบับ ใช้เมื่อปลายทางไม่รับต้นฉบับไปเก็บ
ช.3 / ช.5
หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว และการเปลี่ยนชื่อสกุล ซึ่งใช้เชื่อมโยงชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน

ข้อมูลผู้ให้บริการที่ตรวจสอบได้

  • ให้บริการลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมจัดส่งฉบับพิมพ์เมื่อจำเป็น
  • รองรับงานต่อเนื่องถึงขั้นตอน Apostille ตามที่ไทยเข้าเป็นภาคีมีผล 22 ธันวาคม 2024
  • ทีมงานประกอบด้วยนักแปล ผู้ตรวจทาน และเจ้าหน้าที่ดูแลเคส แยกหน้าที่กันชัดเจนในทุกงาน
  • ดำเนินการภายใต้กรอบ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย
  • ให้บริการต่อเนื่องถึงขั้นตอนรับรองกรมการกงสุลและสถานทูตในสำนักงานเดียว

คำแปล NAATI vs คำแปลรับรองกงสุล

ใช้คนละวัตถุประสงค์ บางเคสต้องใช้ทั้งสองอย่าง

ประเด็นNAATI (ออสเตรเลีย)คำแปลรับรองกงสุล
ผู้รับรองคำแปลนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATIนักแปลที่รับผิดชอบคำแปล + รับรองนิติกรณ์
หน่วยงานที่มักกำหนดหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Home Affairsหน่วยงานไทยและสถานทูตประเทศอื่น
ตราที่ปรากฏตราและหมายเลขนักแปล NAATIตรารับรองของกรมการกงสุล
ใช้ร่วมกันได้ไหมได้ เมื่อปลายทางต้องการทั้งคำแปลและนิติกรณ์ได้ ตามลำดับที่ปลายทางกำหนด

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: แปลรับรอง NAATI (ออสเตรเลีย)

หน่วยงานออสเตรเลีย (Home Affairs, VEVO, มหาวิทยาลัย, Services Australia) ยอมรับคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลผู้ได้รับรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับและหมายเลขผู้แปล

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • ไฟล์สแกนสีของเอกสารต้นฉบับ ครบทุกหน้า ความละเอียดอ่านออกชัดเจน
  • การสะกดชื่อภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง
  • รายการชื่อบุคคล/สถานที่ที่ต้องการให้สะกดแบบเฉพาะ (ถ้ามี)
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เช่น ต้องเป็น certified extract หรือฉบับเต็ม

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ตรวจเอกสารและขอบเขตงาน

    นับจำนวนหน้า ตรวจความชัด และยืนยันรูปแบบที่ปลายทางกำหนด

    กรอบเวลาโดยประมาณ: ภายในวันเดียว

  2. 2. แปลโดยนักแปล NAATI

    แปลตรงตามต้นฉบับ รวมตราประทับ ลายเซ็น และหมายเหตุที่ปรากฏ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–3 วันทำการ

  3. 3. ตรวจทานสองชั้น

    ตรวจเลขที่เอกสาร วันเดือนปี และการสะกดชื่อเทียบกับหนังสือเดินทาง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ

  4. 4. ประทับตรา NAATI และส่งมอบ

    ออกไฟล์ PDF พร้อมตราประทับและหมายเลขผู้แปล ใช้ยื่นออนไลน์ได้

    กรอบเวลาโดยประมาณ: วันเดียวกัน

คำแนะนำจากงานจริง

  • งานยื่นวีซ่าออสเตรเลียส่วนใหญ่ใช้ไฟล์ PDF ที่มีตรา NAATI ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ฉบับกระดาษ
  • ถ้าจะใช้ในไทยด้วย ควรทำคำแปลอีกชุดที่รับรองโดยกรมการกงสุล

ข้อควรระวัง

  • คำแปลที่ไม่มีหมายเลขผู้แปล NAATI มักถูกปฏิเสธโดยหน่วยงานออสเตรเลีย
  • การแก้ไขข้อมูลให้ต่างจากต้นฉบับถือเป็นการแปลผิดและอาจกระทบต่อการพิจารณา

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

แหล่งอ้างอิงทางการ

Talk to NAATI Practitioner #45567 — 5-min response (Mon–Sat 9:00–18:00 ICT)