เอเจนซี่รับยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI พร้อมดำเนินการขอวีซ่าและ Work Permit ให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ
คำตอบโดยตรง
สรุปสั้น: หากกิจการเข้าข่ายบัญชีส่งเสริม BOI จะได้ทั้งสิทธิภาษีและโควตาวีซ่า-ใบอนุญาตทำงาน แต่ถ้าไม่เข้าข่ายต้องพิจารณา Foreign Business License หรือสิทธิตาม Treaty of Amity แทน
ผู้ค้นหาเป็นนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการถือหุ้นข้างมากอย่างถูกกฎหมาย และใช้สิทธิยกเว้นภาษีหรือโควตาวีซ่า
สิทธิประโยชน์ BOI และใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- BOI ให้สิทธิยกเว้น/ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล และโควตาวีซ่า-ใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-Expert
- Foreign Business License (FBL) ใช้กับกิจการในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติที่ไม่เข้าข่าย BOI
- Treaty of Amity รองรับผู้ถือสัญชาติอเมริกันให้ถือหุ้นได้ถึง 100% ในกิจการที่กำหนด
- แผนธุรกิจต้องแสดงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างงานไทย และมูลค่าเพิ่มในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
- ต้องรายงานผลการดำเนินงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริมทุกปี มิฉะนั้นอาจถูกเพิกถอนสิทธิ
ขั้นตอนดำเนินการจริง
- ประชุมประเมินโครงสร้าง (structure call) เพื่อระบุสัดส่วนผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน และข้อจำกัดตามกฎหมายไทย
- จัดทำ checklist เอกสารทั้งฝั่งไทยและต่างประเทศ พร้อมระบุเอกสารที่ต้องผ่าน Apostille หรือสถานทูตไทย
- ร่างเอกสารสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) โดยทีมกฎหมายและนักแปลที่ขึ้นทะเบียน เพื่อให้ใช้ได้ทั้งในไทยและสำนักงานใหญ่ต่างประเทศ
- ยื่นจดทะเบียน/ขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามข้อท้วงติงของนายทะเบียนแบบรายวัน
- ส่งมอบชุดเอกสารสำเร็จ พร้อมปฏิทินหน้าที่ตามกฎหมายรายเดือน/รายปี (ภาษี ประกันสังคม รายงานประจำปี)
- วางระบบเตือนล่วงหน้า 60 วันสำหรับใบอนุญาต วีซ่า และใบอนุญาตทำงานที่ใกล้หมดอายุ
ค่าบริการและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
| ค่าแปลรับรอง (คู่ภาษาหลัก) | ฿850–1,200 / หน้า | รวมหนังสือรับรองคำแปลและตราประทับบริษัท |
| ค่าแปล NAATI / Sworn / MoJ | ฿1,200–2,800 / หน้า | ตามระดับผู้แปลและความเร่งด่วนที่ปลายทางกำหนด |
| ค่าล่ามวิชาชีพ | ฿4,500–18,000 / วัน | ล่ามศาล ล่ามการแพทย์ ล่ามธุรกิจ และล่ามพูดพร้อม |
| นิติกรณ์กรมการกงสุล | ฿400 (ปกติ) / ฿800 (ด่วน) ต่อตรา | แจ้งวัฒนะ — ปกติ 2–3 วันทำการ ด่วน 1 วันทำการ |
| Notary Public / Affidavit | ฿1,000–1,500 / ฉบับ | โดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ สภาทนายความ |
| ค่าเดินเรื่องและบริหารเคสของ iVC | เริ่ม ฿1,500 / ชุด | รับ-ส่งเอกสาร จองคิว ติดตามผลรายวัน สรุปสถานะเป็นลายลักษณ์อักษร |
ทำไมต้องให้ iVC ดูแลเรื่องนี้
เรารับงานที่เชื่อมหลายบริการในเคสเดียว เช่น แปล + นิติกรณ์ + สถานทูต + วีซ่า จึงไม่ต้องประสานหลายเจ้าและไม่มีเอกสารตกหล่น
เรารองรับลูกค้าต่างจังหวัดและต่างประเทศเต็มรูปแบบ ผ่านการรับ-ส่งเอกสารแบบติดตามสถานะและการยืนยันตัวตนทางวิดีโอ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
- ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว (TAT License) แบบ Inbound และ Outbound ต้องวางเงินค้ำประกันเท่าไหร่
- แพ็กเกจรวม: จดบริษัท ขอ BOI สมัครวีซ่า Non-B และใบอนุญาตทำงาน สำหรับนักลงทุนต่างชาติแบบเบ็ดเสร็จ
- เอเจนซี่ยื่นขอใบรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBC) ภายใต้ BOI ครบวงจร
- บริการแจ้งเตือนต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (Business License) เช่น ใบอนุญาตนำเที่ยว หรือ อย. ประจำปีป้องกันการถูกเพิกถอน
- Is there a combined package for hiring a Chinese interpreter to open a corporate bank account and handle BOI documents
- What is the difference when applying for a new work permit for a foreign employee under a BOI-promoted company
ประเมินสิทธิ BOI / FBL ของโครงการคุณ
โทร 080-557-8887 · LINE @iVisa · contact@ivc.ltd — ประเมินราคาและกรอบเวลาฟรีก่อนเริ่มงานทุกเคส
บริบทที่ต้องเข้าใจก่อนเริ่มงาน: เอเจนซี่รับยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI พร้อมดำเนินการขอวีซ่าและ Work Permit ให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ
ในทางปฏิบัติ ความเสี่ยงสูงสุดของงานประเภทนี้ไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนราชการ แต่อยู่ที่ช่วงรอยต่อระหว่างผู้ให้บริการหลายราย เช่น ผู้แปลรายหนึ่ง ผู้รับรองอีกราย และผู้เดินเรื่องอีกราย เมื่อเกิดข้อท้วงติงจึงไม่มีใครรับผิดชอบภาพรวม การรวมสายงานไว้ที่ทีมเดียวพร้อมผู้ประสานงานเคสคนเดียวจึงช่วยให้ติดตามสถานะได้จริง และเมื่อถูกตีกลับก็แก้ไขได้ภายในรอบเดียวโดยไม่ต้องส่งเอกสารกลับไปมาระหว่างหลายสำนักงาน
งานเอกสารข้ามพรมแดนของไทยมีลักษณะเป็น “ลูกโซ่การรับรอง” กล่าวคือ เอกสารหนึ่งฉบับมักต้องผ่านผู้ปฏิบัติงานหลายชั้นตามลำดับที่ปลายทางกำหนด เริ่มจากต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ ตามด้วยคำแปลที่ทำโดยผู้แปลซึ่งมีคุณสมบัติตรงประเภทงาน จากนั้นจึงเข้าสู่การรับรองลายมือชื่อหรือการรับรองนิติกรณ์ และปิดท้ายด้วยการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางในกรณีที่ประเทศนั้นยังไม่ยอมรับระบบ Apostille หากลำดับใดสลับที่ ผลลัพธ์ที่พบบ่อยที่สุดคือถูกตีกลับทั้งชุด และต้องเริ่มนับกรอบเวลาใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมของตัวงานเองหลายเท่า
ในทางปฏิบัติ ความเสี่ยงสูงสุดของงานประเภทนี้ไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนราชการ แต่อยู่ที่ช่วงรอยต่อระหว่างผู้ให้บริการหลายราย เช่น ผู้แปลรายหนึ่ง ผู้รับรองอีกราย และผู้เดินเรื่องอีกราย เมื่อเกิดข้อท้วงติงจึงไม่มีใครรับผิดชอบภาพรวม การรวมสายงานไว้ที่ทีมเดียวพร้อมผู้ประสานงานเคสคนเดียวจึงช่วยให้ติดตามสถานะได้จริง และเมื่อถูกตีกลับก็แก้ไขได้ภายในรอบเดียวโดยไม่ต้องส่งเอกสารกลับไปมาระหว่างหลายสำนักงาน
รายการเอกสารที่ควรเตรียมล่วงหน้า
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
- รายละเอียดคู่ภาษาที่ต้องใช้ และรูปแบบชื่อเฉพาะ (ชื่อบุคคล สถานที่ ตำแหน่ง) ที่ต้องการให้สะกดตรงกันทุกฉบับ
- ข้อมูลกรอบเวลาที่ต้องใช้จริง (deadline) เพื่อเลือกระหว่างช่องทางปกติกับช่องทางเร่งด่วนของหน่วยงาน
- บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับล่าสุด (กรณีมีการย้ายที่อยู่ ควรใช้ฉบับที่ปรับปรุงแล้ว)
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
- รายละเอียดคู่ภาษาที่ต้องใช้ และรูปแบบชื่อเฉพาะ (ชื่อบุคคล สถานที่ ตำแหน่ง) ที่ต้องการให้สะกดตรงกันทุกฉบับ
- ข้อมูลกรอบเวลาที่ต้องใช้จริง (deadline) เพื่อเลือกระหว่างช่องทางปกติกับช่องทางเร่งด่วนของหน่วยงาน
- บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับล่าสุด (กรณีมีการย้ายที่อยู่ ควรใช้ฉบับที่ปรับปรุงแล้ว)
กรอบเวลาโดยประมาณของแต่ละขั้นตอน
| ขั้นตอน | กรอบเวลาโดยทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ประเมินเคสและยืนยันเส้นทางรับรอง | ภายใน 1 วันทำการ | หลังได้รับไฟล์สแกนครบและข้อกำหนดของปลายทาง |
| จัดทำคำแปลและตรวจทานสองชั้น | โดยทั่วไป 1–3 วันทำการ | ขึ้นกับจำนวนหน้า คู่ภาษา และความเฉพาะทางของศัพท์ |
| รับรองลายมือชื่อ / คำรับรองผู้แปล | โดยทั่วไป 1 วันทำการ | นัดหมายตามคิวของผู้ทำคำรับรอง |
| นิติกรณ์กรมการกงสุล | ปกติ 2–3 วันทำการ / ด่วน 1 วันทำการ | กรอบเวลาตามประกาศของกรมการกงสุล อาจยาวขึ้นในช่วงคิวหนาแน่น |
| รับรองสถานเอกอัครราชทูตปลายทาง | แตกต่างรายประเทศ 2 วัน – 4 สัปดาห์ | บางแห่งรับเฉพาะวันที่กำหนด และมีวันหยุดตามปฏิทินของประเทศนั้น |
| จัดส่งและสรุปแฟ้มเคส | 1–5 วันทำการ | ในประเทศส่งด่วน ต่างประเทศตามบริการขนส่งที่เลือก |
กรอบเวลาข้างต้นเป็นค่าโดยทั่วไปที่พบจากการปฏิบัติงาน ไม่ใช่คำมั่นของหน่วยงานราชการ และอาจเปลี่ยนแปลงตามปริมาณคิวและประกาศของแต่ละหน่วยงาน
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยและวิธีป้องกัน
ใช้สำเนาแทนต้นฉบับในขั้นตอนที่หน่วยงานบังคับต้นฉบับ
แนวทางแก้ไข: ขอคัดฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หรือขอหนังสือรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้มีอำนาจ
คำแปลไม่มีข้อความรับรองของผู้แปลหรือไม่ระบุคุณสมบัติผู้แปล
แนวทางแก้ไข: ใช้แบบฟอร์มคำรับรองที่ระบุชื่อ คุณสมบัติ และข้อมูลติดต่อของผู้แปลครบถ้วน
หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์หรือขอบเขตแคบเกินไป
แนวทางแก้ไข: ระบุขอบเขตให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานที่ต้องยื่น และแนบสำเนาบัตรของทั้งสองฝ่าย
ชื่อภาษาอังกฤษในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
แนวทางแก้ไข: ยึดการสะกดตามหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ และแจ้งทีมงานตั้งแต่ก่อนเริ่มแปล
ลำดับการรับรองสลับขั้น เช่น ยื่นสถานทูตก่อนนิติกรณ์
แนวทางแก้ไข: ยืนยันลำดับกับปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วดำเนินการตามลำดับนั้นอย่างเคร่งครัด
หน้าเอกสารไม่ครบ ขาดหน้าหลังหรือหน้าตราประทับ
แนวทางแก้ไข: สแกนทุกหน้ารวมหน้าที่ดูเหมือนว่าง เพราะตราประทับและหมายเลขควบคุมมักอยู่ด้านหลัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานBOI / ใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว
ประเทศปลายทางรับ Apostille หรือต้องรับรองสถานทูต?
ขึ้นกับว่าประเทศนั้นเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และมีความสัมพันธ์ตามอนุสัญญากับไทยหรือไม่ กรณีไม่เข้าเงื่อนไข จะใช้เส้นทางนิติกรณ์กรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย
หากเอกสารถูกตีกลับต้องทำอย่างไร?
ขอเหตุผลการตีกลับเป็นลายลักษณ์อักษรหรือบันทึกข้อความจากเจ้าหน้าที่ก่อน แล้วจึงแก้เฉพาะจุดที่ระบุ การแก้แบบเดาโดยไม่มีเหตุผลชัดเจนมักทำให้เสียเวลาซ้ำรอบสอง
จะติดตามสถานะงานได้อย่างไร?
ควรได้รับเลขรับเรื่องหรือหลักฐานการยื่นทุกขั้นตอน พร้อมการรายงานสถานะเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อเกิดข้อโต้แย้งเรื่องกรอบเวลา
ถ้าอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ ดำเนินการได้ไหม?
ทำได้โดยส่งไฟล์สแกนเพื่อประเมินก่อน แล้วจัดส่งต้นฉบับตามมาทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน ส่วนขั้นตอนที่ต้องมีผู้ยื่นแทนใช้หนังสือมอบอำนาจที่ระบุขอบเขตให้ครบถ้วน
ค่าธรรมเนียมราชการเปลี่ยนบ่อยหรือไม่?
เปลี่ยนได้ตามประกาศของแต่ละหน่วยงาน จึงควรยืนยันอัตราล่าสุดกับหน่วยงานผู้ให้บริการ ณ วันที่ยื่นจริง ตัวเลขที่อ้างถึงในหน้านี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ตรวจทานเท่านั้น
แปลภาษาที่ไม่ใช่อังกฤษต้องทำอย่างไร?
ต้องใช้ผู้แปลที่ปลายทางยอมรับสำหรับคู่ภาษานั้นโดยเฉพาะ บางประเทศรับเฉพาะผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศตนเอง จึงอาจต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วแปลต่อที่ปลายทาง
แหล่งอ้างอิงและขอบเขตความรับผิดชอบ
- HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีอนุสัญญา)
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau)
ตรวจทานล่าสุด: 30 กรกฎาคม 2026 · iVC เป็นผู้ให้บริการเตรียมเอกสาร แปล รับรอง และเดินเรื่องแทน ไม่ใช่หน่วยงานรัฐและไม่ใช่ตัวแทนของสถานเอกอัครราชทูตใด การอนุมัติหรือการยอมรับเอกสารเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับปลายทางเท่านั้น โปรดยืนยันข้อกำหนดและอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่นจริง