ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยRead in English

เมื่อได้เอกสารจาก การพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อประกอบคำขอในประเทศไทย แล้วต้องทำอะไรต่อ

ตรวจความถูกต้องของชื่อ วันที่ และเลขที่เอกสารทันทีที่ได้รับ สแกนเก็บสำเนาไว้ จากนั้นดำเนินการรับรองต่อในเส้นทางที่ปลายทางกำหนด แล้วจึงยื่นภายในกรอบอายุเอกสาร หากต้องการให้ทีมงานตรวจรายการเอกสารก่อนยื่น ติดต่อได้ทางโทรศัพ

คำอธิบายเชิงลึก

ตรวจความถูกต้องของชื่อ วันที่ และเลขที่เอกสารทันทีที่ได้รับ สแกนเก็บสำเนาไว้ จากนั้นดำเนินการรับรองต่อในเส้นทางที่ปลายทางกำหนด แล้วจึงยื่นภายในกรอบอายุเอกสาร หากต้องการให้ทีมงานตรวจรายการเอกสารก่อนยื่น ติดต่อได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลของสำนักงาน

iVC มีเครื่องพิมพ์ลายนิ้วมือมาตรฐาน RTP ในสำนักงาน BTS พร้อมพงษ์ 5 นาทีเดิน

โรงพักท้องถิ่นทั่วประเทศรับพิมพ์ลายนิ้วมือฟรี (ต้องขอบันทึกที่ RTP รับรอง)

USA ต้องใช้ FBI FD-258 fingerprint card format — iVC มีให้

ทำไมเลือก iVC

ปรึกษา Police Clearance ฟรี

คำตอบสั้น

เมื่อได้เอกสารจาก การพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อประกอบคำขอในประเทศไทย แล้วต้องทำอะไรต่อ — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า

ลายพิมพ์นิ้วมือ: จุดชี้ขาดของความสำเร็จรอบเดียว

การตรวจสอบประวัติใช้การเทียบลายพิมพ์นิ้วมือเป็นหลัก คุณภาพของรอยพิมพ์จึงกำหนดว่าคำร้องจะผ่านในรอบเดียวหรือไม่ รอยที่จาง เลอะ หรือเคลื่อนขณะกลิ้งนิ้ว ทำให้เทียบไม่ได้และต้องเริ่มขั้นตอนใหม่

ผู้ที่อยู่ต่างประเทศใช้แบบพิมพ์ลายนิ้วมือสำหรับการตรวจสอบประวัติจากนอกประเทศไทยที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ไว้ และมักต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในประเทศนั้นเป็นผู้ดำเนินการพิมพ์และลงนามกำกับ

ก่อนส่งชุดเอกสาร ควรตรวจว่าข้อมูลบนแบบพิมพ์ ทั้งชื่อ วันเดือนปีเกิด และเลขหนังสือเดินทาง ตรงกับเอกสารประกอบทุกฉบับ เพราะข้อมูลไม่ตรงกันแม้จุดเดียวก็ทำให้ชุดเอกสารถูกตีกลับ

ลำดับงานหลังได้รับหนังสือรับรองความประพฤติ

เมื่อได้รับหนังสือรับรองความประพฤติแล้ว หากปลายทางเป็นหน่วยงานต่างประเทศ มักต้องผ่านการรับรองต่ออีกชั้นหนึ่ง ลำดับมาตรฐานคือ ต้นฉบับจากตำรวจ → แปล (ถ้าปลายทางกำหนด) → นิติกรณ์/Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทาง เฉพาะกรณีที่ประเทศนั้นยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก

ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลคือ นิติกรณ์ละ 200 บาท สำหรับบริการปกติ ส่วนบริการด่วนคิดอัตราสูงกว่าตามประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของกระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมนี้คิดต่อ 1 ตรา ดังนั้นเอกสารหลายฉบับหรือหลายชุดจะคิดแยกกัน

ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2024 ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ทำให้เอกสารมหาชนของไทยที่จะใช้ในรัฐภาคีอื่นจบได้ที่ใบ Apostille โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตปลายทาง ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้งว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ เพราะเส้นทางเอกสารต่างกันตั้งแต่ต้น

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • สำเนาทุกฉบับคมชัด เห็นรูปถ่ายและตัวอักษรครบ
  • แผนขั้นตอนต่อเนื่อง (แปล / นิติกรณ์ หรือ Apostille / สถานทูตปลายทาง) ตามข้อกำหนดของผู้รับเอกสาร
  • คำร้องขอหนังสือรับรองความประพฤติตามแบบของศูนย์ฯ กรอกครบทุกช่อง
  • การสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร

ลำดับงานทั้งกระบวนการ

ขั้นงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนดผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. เตรียมเอกสารและคำร้องรวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นตามความพร้อมเอกสาร
3. พิมพ์ลายนิ้วมือพิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน)
4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูลศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน
5. แปลและรับรองต่อเนื่องแปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุลผู้ยื่น / กรมการกงสุลตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย

  • ขาดหลักฐานการยื่นคำร้องขอวีซ่า ทั้งที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อยื่นวีซ่า
  • เอกสารประกอบภาษาต่างประเทศไม่มีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว
  • ยื่นผิดหน่วยงาน โดยนำคำขอสำหรับใช้ต่างประเทศไปยื่นที่หน่วยงานตรวจประวัติสำหรับใช้ในประเทศ
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ครอบคลุมขั้นตอนรับผล ทำให้ต้องทำหนังสือใหม่
  • หนังสือเดินทางเหลืออายุน้อยจนหน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสารที่อ้างอิงเลขเล่มนั้น
  • สำเนาไม่ชัด โดยเฉพาะสำเนาที่ถ่ายจากภาพในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ

อภิธานศัพท์

Testimony Memorandum
บันทึกถ้อยคำตามแบบของศูนย์ฯ มีทั้งฉบับสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยและผู้ถือสัญชาติอื่น
Letter of Power of Attorney
หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นคำร้องหรือรับผลแทน
แบบพิมพ์ลายนิ้วมือ
แบบฟอร์มบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือ มีฉบับเฉพาะสำหรับการตรวจสอบประวัติจากนอกประเทศไทย
เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้
Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศ ออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม
หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสำหรับการใช้งานภายในประเทศ ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับหนังสือรับรองความประพฤติ

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ข้อมูลในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศของหน่วยงานราชการที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า ขั้นตอนและเอกสารอาจปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

ขอตรวจประวัติด้วยตนเอง vs ยื่นผ่านผู้รับมอบอำนาจ

ต่างกันที่การพิสูจน์ตัวตนและการเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ

ประเด็นยื่นด้วยตนเองยื่นผ่านผู้รับมอบอำนาจ
การพิสูจน์ตัวตนแสดงบัตร/หนังสือเดินทางที่หน่วยงานต้องมีหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรครบ
ลายพิมพ์นิ้วมือพิมพ์ที่หน่วยงานได้ทันทีต้องพิมพ์ล่วงหน้าตามแบบฟอร์มที่กำหนด
กรณีอยู่ต่างประเทศต้องเดินทางกลับใช้ช่องทางมอบอำนาจได้ตามระเบียบ
ขั้นต่อไปนำผลไปรับรอง/แปลตามปลายทางเหมือนกัน แต่ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการต่อให้

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Police Clearance Certificate)

หนังสือรับรองความประพฤติออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ประกอบการขอวีซ่า ย้ายถิ่นฐาน สมัครงานต่างประเทศ และการรับรองวิชาชีพ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับจริง
  • หนังสือเดินทาง (หน้าข้อมูลส่วนบุคคล)
  • แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือที่ทำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • เอกสารระบุวัตถุประสงค์ เช่น หนังสือเรียกจากนายจ้าง หรือแบบฟอร์มวีซ่า
  • รูปถ่ายตามที่กำหนด และหนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. พิมพ์ลายนิ้วมือ

    ทำที่สถานีตำรวจในไทย หรือหน่วยงานที่รับรองได้หากอยู่ต่างประเทศ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วัน

  2. 2. ยื่นคำร้อง

    ยื่นชุดเอกสารต่อศูนย์บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พร้อมระบุประเทศปลายทาง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วัน

  3. 3. รอผลตรวจสอบ

    เจ้าหน้าที่ตรวจฐานข้อมูลประวัติและออกหนังสือรับรอง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: โดยทั่วไป 15–30 วันทำการ

  4. 4. แปลและรับรองต่อ

    แปลเป็นภาษาปลายทาง แล้วรับรองที่กรมการกงสุล และ/หรือขอ Apostille

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 3–7 วันทำการ

คำแนะนำจากงานจริง

  • แจ้งชื่อ-สกุลเดิมทุกชื่อที่เคยใช้ เพื่อให้ผลการตรวจครอบคลุมและไม่ถูกตั้งข้อสงสัยภายหลัง
  • ปลายทางหลายแห่งกำหนดให้เอกสารมีอายุไม่เกิน 3–6 เดือน ควรวางแผนวันยื่นให้สอดคล้อง

ข้อควรระวัง

  • ลายนิ้วมือที่พิมพ์ไม่ชัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
  • ไม่มีผู้ให้บริการใดเร่งผลการตรวจของตำรวจได้ ควรระวังคำโฆษณาที่อ้างว่ารับประกันเวลา

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น