ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

What IP rules govern Madrid System international trademark application translations?

iVC ทำครบเส้นทางตั้งแต่แปล รับรองคำแปล นิติกรณ์กรมการกงสุล จนถึง Apostille หรือสถานทูตปลายทางในบิลเดียว ก่อนเริ่มงานทุกเคส เราถามก่อนว่าเอกสารจะถูกใช้กับหน่วยงานใด เพราะเส้นทางรับรองที่ถูกต้องขึ้นกับผู้รับปลายทาง ไม่ใช่ประเภทเอกสาร

ภาพรวมบริการแปลและรับรองเอกสารทุกภาษา

ลำดับงานที่ iVC ใช้กับเคสลักษณะนี้

  1. ส่งภาพถ่ายหรือสแกนเอกสารต้นฉบับให้ทีม iVC ประเมินคู่ภาษา จำนวนหน้า และเส้นทางรับรองที่ปลายทางต้องการ
  2. แปลโดยนักแปลเจ้าของภาษา (native) หรือนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล พร้อมตรวจทานสองชั้น (translator + reviewer)
  3. ตรวจสอบการสะกดชื่อ-นามสกุล เลขเอกสาร และวันที่ ให้ตรงกับหนังสือเดินทาง/ทะเบียนราษฎรแบบอักขระต่ออักขระ
  4. ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ (ปกติ 2–3 วัน หรือด่วน 1 วัน)
  5. ต่อยอด Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางในกรุงเทพฯ ตามข้อกำหนดของประเทศผู้รับ
  6. ส่งคืนเอกสารพร้อมสำเนาดิจิทัลและใบสรุปเส้นทางรับรอง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อยื่นหน่วยงานปลายทาง

ค่าใช้จ่ายอ้างอิง

ตารางค่าแปลและค่าธรรมเนียมรับรองเอกสาร
ค่าแปลรับรอง (ภาษาหลัก EN/ZH/JA/KO)฿850–1,200 / หน้ารวมหนังสือรับรองคำแปลและตราประทับบริษัท
ค่าแปลรับรอง (ภาษายุโรป/ตะวันออกกลาง)฿1,200–2,500 / หน้าขึ้นกับความหายากของคู่ภาษาและศัพท์เฉพาะทาง
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ กรมการกงสุล฿400 / ตรา (ปกติ)รับผล 2–3 วันทำการ ที่แจ้งวัฒนะ
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์แบบด่วน฿800 / ตรา (ด่วน)รับผลภายใน 1 วันทำการ
ค่ารับรองลายมือชื่อ Notary Public฿1,000–1,500 / ฉบับโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (สภาทนายความ)
ค่าเดินเรื่องของ iVCเริ่ม ฿1,500 / ชุดรวมรับ-ส่งเอกสาร จองคิว และติดตามผลรายวัน

ภาพรวมเส้นทางแปลและรับรองเอกสารให้ครบรอบเดียว

งานแปลและรับรองที่จบในรอบเดียวเริ่มจากคำถามเดียวคือ เอกสารจะไปใช้ที่หน่วยงานใด ประเทศใด และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร คำตอบนี้กำหนดว่าจะต้องผ่านนิติกรณ์ ต้องขอ Apostille หรือต้องรับรองสถานทูตเพิ่ม

ลำดับมาตรฐานคือ ตรวจสอบข้อกำหนดปลายทาง → คัดเอกสารต้นฉบับให้เป็นฉบับล่าสุด → แปลและตรวจทานเทียบต้นฉบับ → รับรองคำแปล → นิติกรณ์กรมการกงสุล → Apostille หรือสถานทูตปลายทาง

การเสียเวลาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดที่ขั้นตอนแปล แต่เกิดจากเอกสารต้นฉบับที่ไม่พร้อม เช่น สำเนาที่ไม่ได้รับรอง เอกสารหมดอายุ หรือชื่อไม่ตรงกันระหว่างฉบับ การตรวจชุดเอกสารก่อนเริ่มจึงเป็นขั้นที่คุ้มค่าที่สุด

ข้อควรรู้เฉพาะคู่ภาษาไทย–อังกฤษ

คู่ภาษาไทย–อังกฤษเป็นคู่ที่กรมการกงสุลรับรองคำแปลมากที่สุด และเป็นภาษาเดียวที่กรมการกงสุลรับรองคำแปลจากไทยได้โดยตรงในเอกสารส่วนใหญ่ การสะกดชื่อบุคคลต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะเจ้าหน้าที่ใช้หนังสือเดินทางเป็นตัวเทียบหลัก

ชื่อสถานที่และชื่อหน่วยงานให้ใช้คำทับศัพท์ตามที่ปรากฏในเอกสารราชการฉบับก่อนหน้า เพื่อไม่ให้ประวัติการยื่นขัดกันเอง

การควบคุมคุณภาพคำแปลก่อนยื่นจริง

คำแปลที่พร้อมยื่นต้องผ่านการตรวจสามชั้น ได้แก่ ตรวจความครบถ้วนเทียบต้นฉบับทีละช่อง ตรวจความสอดคล้องของชื่อและตัวเลขข้ามฉบับในชุดเดียวกัน และตรวจรูปแบบการจัดหน้าให้ผู้ตรวจปลายทางเทียบได้ง่าย

การให้ผู้ใช้เอกสารยืนยันร่างคำแปลก่อนพิมพ์ฉบับจริงเป็นขั้นที่ประหยัดเวลามากที่สุด เพราะการแก้หลังผ่านการรับรองแล้วต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งหมด

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มงาน

  • ระบุหน่วยงานปลายทางและประเทศที่จะใช้เอกสารให้ชัดเจนก่อนสั่งแปล
  • ตรวจว่าต้นฉบับเป็นฉบับล่าสุดและยังไม่หมดอายุตามที่ปลายทางกำหนด
  • เทียบการสะกดชื่อ–นามสกุลกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
  • ยืนยันว่าปลายทางต้องการ Apostille หรือการรับรองสถานทูต
  • เก็บสำเนาดิจิทัลของทุกฉบับก่อนส่งต้นฉบับเข้าสู่กระบวนการ

กรอบเวลาการทำงานโดยประมาณ

ตารางกรอบเวลาการแปลและรับรองเอกสาร
ช่วงงานผู้รับผิดชอบระยะเวลา
วันที่ 0ประเมินเอกสาร ระบุคู่ภาษา จำนวนหน้า และเส้นทางรับรองที่ปลายทางกำหนดลูกค้า + iVCภายในวันเดียวกัน
วันที่ 1แปลและตรวจทานเทียบต้นฉบับ พร้อมออกหนังสือรับรองคำแปลทีมแปล + ผู้ตรวจทาน1–2 วันทำการ
วันที่ 2–4ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (ปกติ) หรือรอบด่วน 1 วันทำการiVC1–3 วันทำการ
วันที่ 5+ขอ Apostille หรือรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตปลายทาง ตามข้อกำหนดของประเทศผู้รับiVCขึ้นกับรอบของแต่ละแห่ง

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในเอกสารรับรอง

นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารหรือคำแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างประเทศภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
Certified Translation
คำแปลที่มาพร้อมคำรับรองของผู้แปลหรือผู้ให้บริการว่าแปลถูกต้องครบถ้วนตรงตามต้นฉบับ
Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ตามระเบียบของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
เอกสารมหาชน (Public Document)
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน คำพิพากษา ซึ่งเข้าเส้นทาง Apostille ได้โดยตรง
หมายเหตุผู้แปล (Translator's Note)
ข้อความที่ผู้แปลระบุเพื่ออธิบายส่วนที่อ่านไม่ออก ตราประทับ หรือความต่างของระบบปฏิทิน โดยไม่แต่งเติมเนื้อหา
ข้อควรทราบ: ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันรายการเอกสารและรูปแบบคำแปลจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงทางการ

แปลรับรองบริษัท vs แปลรับรองโดยหน่วยงานราชการ

ปลายทางเป็นผู้กำหนดว่ารับคำรับรองแบบใด ตรวจก่อนสั่งแปลเสมอ

ประเด็นคำรับรองโดยผู้แปล/บริษัทแปลคำแปลที่ผ่านรับรองนิติกรณ์
ผู้รับรองผู้แปลหรือบริษัทผู้ให้บริการแปลกรมการกงสุลรับรองต่อจากคำแปล
ใช้กับงานภายในองค์กร สถาบันบางแห่งหน่วยงานราชการและสถานทูตส่วนใหญ่
เวลาสั้นที่สุดต้องเผื่อรอบงานของกรมการกงสุล
ข้อควรระวังบางหน่วยงานไม่รับต้องแปลให้ตรงรูปแบบก่อนยื่นรับรอง

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: แปลเอกสารหลายภาษา

งานแปลเอกสารราชการและเอกสารธุรกิจกว่า 30 ภาษา พร้อมคำรับรองคำแปล เพื่อใช้กับสถานทูต หน่วยงานราชการ และคู่ค้าต่างประเทศ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • ไฟล์สแกนสีต้นฉบับครบทุกหน้า
  • การสะกดชื่อบุคคลตามหนังสือเดินทาง
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เช่น ต้องรับรองโดยกรมการกงสุลหรือสถานทูต
  • คำศัพท์เฉพาะองค์กร (ถ้ามี)

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ประเมินเอกสารและภาษาปลายทาง

    ตรวจจำนวนหน้า ประเภทเอกสาร และรูปแบบคำรับรองที่ต้องใช้

    กรอบเวลาโดยประมาณ: ภายในวันเดียว

  2. 2. แปลโดยนักแปลเจ้าของภาษา/ผู้เชี่ยวชาญสาขา

    รักษาโครงสร้างต้นฉบับ ตราประทับ และหมายเหตุทั้งหมด

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–5 วันทำการ

  3. 3. ตรวจทานคุณภาพ

    ตรวจตัวเลข วันที่ ชื่อเฉพาะ และความสอดคล้องของศัพท์

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ

  4. 4. รับรองคำแปลตามปลายทาง

    รับรองโดยผู้แปล กรมการกงสุล หรือสถานทูต ตามที่หน่วยงานกำหนด

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 2–7 วันทำการ

คำแนะนำจากงานจริง

  • ส่งไฟล์สแกนแทนรูปถ่ายมือถือ จะลดความผิดพลาดจากตัวอักษรเบลอ
  • แจ้งประเทศปลายทางตั้งแต่แรก เพราะรูปแบบคำรับรองต่างกันในแต่ละประเทศ

ข้อควรระวัง

  • คำแปลด้วยเครื่องที่ไม่มีผู้รับผิดชอบลงนาม ใช้ยื่นราชการไม่ได้
  • หน้าที่ขาดหายแม้เพียงหน้าเดียวทำให้ชุดเอกสารถูกตีกลับทั้งชุด

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น

ปรึกษาทีมแปลและนิติกรณ์ของ iVC

โทร 080-557-8887 · LINE @iVisa · info@ivc.ltd