ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยRead in English

การคำนวณเงินสมทบประกันสังคม มีขั้นตอนอย่างไร

เงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 คำนวณจากค่าจ้างในช่วงฐานขั้นต่ำ 1,650 บาทถึงขั้นสูง 15,000 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างมีหน้าที่หักและนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในขณะนั้นจึงควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง

เริ่มจากตรวจว่าต้องทราบฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณตามประกาศที่ใช้บังคับในขณะนั้น จากนั้นเตรียม ข้อมูลค่าจ้างรายเดือนของลูกจ้าง ทะเบียนลูกจ้าง และแบบนำส่งเงินสมทบ ยื่นต่อหน่วยงานผู้รับเรื่อง แล้วติดตามผลตามช่องทางที่หน่วยงานแจ้ง หากเอกสารจะใช้ต่างประเทศให้ทำต่อตามลำดับนี้ ลำดับมาตรฐานของเอกสารที่จะใช้ต่างประเทศคือ ขอเอกสารฉบับทางการจากหน่วยงานต้นเรื่อง แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด ผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นต่อหน่วยงานปลายทางหรือสถานทูตตามเส้นทางที่กำหนด ก่อนเริ่มดำเนินการ ควรยืนยันรายการเอกสารกับหน่วยงานผู้ออกเอกสารและหน่วยงานปลายทางที่จะใช้เอกสาร

สรุปคำตอบสั้น

เงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 คำนวณจากค่าจ้างในช่วงฐานขั้นต่ำ 1,650 บาทถึงขั้นสูง 15,000 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างมีหน้าที่หักและนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในขณะนั้นจึงควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

คำนวณค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานตามเพดาน 15,000 บาท → หักเงินสมทบส่วนลูกจ้างในงวดจ่ายค่าจ้าง → จัดทำแบบ สปส.1-10 พร้อมรายชื่อผู้ประกันตน → นำส่งผ่านธนาคาร ระบบ e-Payment หรือสำนักงานพื้นที่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป → เก็บใบเสร็จเพื่อออกหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเมื่อลูกจ้างร้องขอ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • แบบ สปส.1-10 พร้อมรายละเอียดผู้ประกันตนรายบุคคล
  • ข้อมูลค่าจ้างรายเดือนที่ใช้คำนวณตามเพดานที่กฎหมายกำหนด
  • หลักฐานการนำส่งหรือใบเสร็จรับเงินย้อนหลังตามงวดที่ต้องการรับรอง
  • หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนที่ร้องขอ
  • รายการเดินบัญชีเงินเดือนกรณีต้องกระทบยอดกับยอดนำส่ง
  • หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

สาระสำคัญของ “การคำนวณเงินสมทบประกันสังคม มีขั้นตอนอย่างไร”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม เงินสมทบ การนำส่ง และหลักฐานการส่งเงินสมทบ ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สำนักงานประกันสังคม (กองเงินสมทบ) ตามกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและประสานการรับรอง แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

กำหนดนำส่งคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หัก การนำส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและคิดเป็นรายเดือนของยอดค้าง

กำหนดนำส่งคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หัก การนำส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและคิดเป็นรายเดือนของยอดค้าง

กำหนดนำส่งคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หัก การนำส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและคิดเป็นรายเดือนของยอดค้าง

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

กำหนดนำส่งคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หัก การนำส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและคิดเป็นรายเดือนของยอดค้าง

กำหนดนำส่งคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หัก การนำส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและคิดเป็นรายเดือนของยอดค้าง

กำหนดนำส่งคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หัก การนำส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและคิดเป็นรายเดือนของยอดค้าง

เมื่อลูกจ้างพ้นสภาพ นายจ้างต้องแจ้งด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในกำหนด มิฉะนั้นระบบจะยังคิดเงินสมทบต่อเนื่องและกระทบสิทธิของลูกจ้างเอง

หน้าที่ขึ้นทะเบียนเป็นของนายจ้าง ไม่ใช่ลูกจ้าง และกำหนดเวลา 30 วันนับจากวันเริ่มจ้างของลูกจ้างแต่ละราย ไม่ใช่นับจากวันที่นายจ้างสะดวก

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม เงินสมทบ การนำส่ง และหลักฐานการส่งเงินสมทบ คือเอกสารครบแต่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ช่วงเวลาการจ้างงานในหนังสือรับรองไม่ตรงกับงวดที่นำส่งเงินสมทบ หรือการสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจกรอบเวลาไม่ครบ ทั้งกำหนดขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อายุความของการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน และอายุของหนังสือรับรองที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากที่สุด

สาเหตุที่เรื่องไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • นำส่งเงินสมทบหลังวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทำให้เกิดเงินเพิ่ม
  • ใช้ค่าจ้างจริงเกินเพดานมาคำนวณจนยอดนำส่งไม่ตรงกับระบบ
  • รายชื่อผู้ประกันตนในแบบไม่ตรงกับทะเบียนลูกจ้างที่ขึ้นไว้
  • ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งจนสิ้นสภาพโดยไม่ทราบล่วงหน้า
  • ขอหนังสือรับรองย้อนหลังในงวดที่ยังนำส่งไม่ครบ
  • ลูกจ้างต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ยังมีผลบังคับ

อภิธานศัพท์ประกันสังคมและสภาวิชาชีพ

Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
สปส.6-09
แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนเมื่อลูกจ้างออกจากงาน
ผู้ประกันตนมาตรา 33
ลูกจ้างในสถานประกอบการที่นายจ้างขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
ประโยชน์ทดแทน 7 กรณี
เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ตามความคุ้มครองของกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 39
ผู้เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และสมัครส่งเงินสมทบต่อโดยสมัครใจตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
กองทุนเงินทดแทน
กองทุนที่คุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ซึ่งแยกจากกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 40
ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง สมัครเข้าระบบโดยเลือกทางเลือกความคุ้มครองตามที่ประกาศ

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม แพทยสภา หรือสภาวิชาชีพใด และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

สิทธิประกันสังคม vs ประกันสุขภาพเอกชน (สำหรับคนทำงานต่างชาติ)

ใช้คู่กันได้ และบางกรณีหน่วยงานกำหนดให้มีอย่างใดอย่างหนึ่งชัดเจน

ประเด็นประกันสังคมประกันสุขภาพเอกชน
ผู้ขึ้นทะเบียนนายจ้างขึ้นทะเบียนลูกจ้างตามกฎหมายผู้เอาประกันเลือกกรมธรรม์เอง
ขอบเขตตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ใช้ประกอบวีซ่าใช้เป็นหลักฐานการจ้างงานได้บางประเภทวีซ่ากำหนดวงเงินขั้นต่ำ
สิ่งที่ต้องตรวจการนำส่งเงินสมทบครบถ้วนความคุ้มครองตรงตามที่หน่วยงานกำหนด

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: ประกันสังคม / สภาวิชาชีพ

งานขึ้นทะเบียนลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคม และการรับรองคุณวุฒิ/ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ในไทยหรือต่างประเทศ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง/ผู้ประกันตน ตามแบบที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานของลูกจ้างต่างชาติ
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลของนายจ้าง
  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ/หนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ตรวจสิทธิและหน้าที่

    ยืนยันว่าลูกจ้างเข้าข่ายต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมหรือไม่

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วัน

  2. 2. ยื่นขึ้นทะเบียน

    นายจ้างยื่นขึ้นทะเบียนภายในกำหนดนับแต่วันเริ่มจ้าง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: ภายใน 30 วันนับแต่รับเข้าทำงาน

  3. 3. ขอหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพ

    ยื่นคำขอหนังสือรับรองสถานะสมาชิก/ใบอนุญาต พร้อมเอกสารการศึกษา

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 5–20 วันทำการ

  4. 4. แปลและรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ

    แปลอังกฤษ รับรองกรมการกงสุล และขอ Apostille ถ้าปลายทางเป็นภาคี

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 3–7 วันทำการ

คำแนะนำจากงานจริง

  • ตรวจชื่อสถาบันการศึกษาในคำแปลให้ตรงกับชื่อทางการภาษาอังกฤษของสถาบัน
  • หน่วยงานต่างประเทศบางแห่งขอให้สภาวิชาชีพส่งเอกสารตรง ควรถามช่องทางก่อน

ข้อควรระวัง

  • ขึ้นทะเบียนล่าช้ามีเบี้ยปรับตามกฎหมายประกันสังคม
  • หนังสือรับรองสถานะสมาชิกมักมีอายุจำกัด ควรขอเมื่อใกล้ใช้จริง

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-5578887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

แหล่งอ้างอิงทางการ

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล