ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ทำ Notary Public หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องทำอย่างไร?

POA ต้องระบุขอบเขตอำนาจชัดเจน + ตัวการเซ็นต่อหน้าทนาย + แนบสำเนาบัตรทั้ง 2 ฝ่าย + ระบุอายุ POA (แนะนำ 6-12 เดือน)

ประเภท POA ที่พบบ่อย

จากงานจริงที่สำนักงาน IVC สีลม–สาทร เดือนล่าสุด สรุปได้ว่า: Power of Attorney ที่รับรอง Notary Public ในไทยแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก: (1) General POA — อำนาจกว้าง ๆ ทำแทนได้แทบทุกอย่าง (ไม่แนะนำ) (2) Special POA — อำนาจเฉพาะเรื่อง เช่น "ขายที่ดินแปลง ก" (แนะนำที่สุด) (3) Corporate POA — จากบริษัทมอบให้พนักงาน/ตัวแทน (4) Springing POA — มีผลเมื่อเงื่อนไขบางอย่างเกิด เช่น ตัวการหมดสติ

จุดสำคัญที่ทำให้ POA ถูกสถานทูตหรือหน่วยงานปลายทางปฏิเสธ: (ก) ระบุอำนาจกว้างเกินไป — เขียน "จัดการทรัพย์สินทั้งหมด" สถานทูตหลายประเทศไม่รับ ต้องระบุเลขที่โฉนด/บัญชี/รายการชัดเจน (ข) ไม่มีวันหมดอายุ — บางประเทศบังคับต้องมี (ค) ตัวการเซ็นล่วงหน้าไม่ต่อหน้าทนาย — เป็นเหตุให้ notarization เป็นโมฆะ (ง) ไม่แนบสำเนาบัตร + พาสปอร์ตทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมรับรอง

จุดที่ทำให้ POA ถูกปฏิเสธ

การทำ POA ในไทย ขั้นตอน: (1) ร่าง POA เป็นภาษาอังกฤษ + แนบคำแปลไทย (ถ้าตัวแทนเป็นคนไทย) (2) ทั้งตัวการ + พยาน 2 คน เดินทางมาสำนักงาน (พยานเป็นคนของ IVC ได้ ไม่ต้องพาไปเอง) (3) เซ็นต่อหน้าทนาย ทนายประทับตรานูน + ออก Notarial Certificate (4) นำไปประทับตรากรมการกงสุล (Legalization) (5) นำไปประทับตราสถานทูตประเทศปลายทาง

กรณีตัวการอยู่ต่างประเทศจะทำ POA ให้คนในไทย: (a) ไปทำ notary ที่ประเทศต้นทางก่อน (b) ประทับตรา Apostille (ถ้าอยู่ในกลุ่ม Hague) หรือ Legalization ที่ Thai Embassy ประเทศต้นทาง (c) ส่ง original มาไทย (d) แปลไทย + รับรองที่กรมการกงสุลไทย พร้อมใช้งานได้

การทำ POA จากต่างประเทศ

ค่าใช้จ่ายรวม POA ครบชุด (Notary + Legalization + Embassy + แปล) เฉลี่ย 4,500–7,500 บาท ระยะเวลา 7–14 วันทำการ IVC ทำครบวงจร in-house ไม่ต้องวิ่งหลายที่

สรุปคำตอบสั้น

เอกสารที่จะนำไปใช้ต่างประเทศต้องผ่านสามชั้นตามลำดับ — โนตารีของไทย → นิติกรณ์กรมการกงสุล → Apostille (ภาคี) หรือ Legalization ที่สถานทูต (ไม่ใช่ภาคี) สำหรับกรณี “ทำ Notary Public หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องทำอย่างไร” โดยทั่วไปใช้เวลา 3–7 วันทำการ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานและปลายทาง ค่าธรรมเนียมราชการแยกจากค่าบริการวิชาชีพ และอัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน

ข้อเท็จจริงหลัก

ผู้รับรองทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์)
ชั้นรับรองถัดไปกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ)
Apostilleใช้ได้กับรัฐภาคี — มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
ปลายทางที่ไม่ใช่ภาคีต้องรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ
ระยะเวลาโดยทั่วไป3–7 วันทำการ (ไม่รวมคิวของสถานทูตปลายทาง)
อายุเอกสารที่ปลายทางมักกำหนด3–6 เดือนนับจากวันคัดรับรอง
ตรวจทานล่าสุด2026-08-02

เอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารแสดงตน

  • ทะเบียนบ้านฉบับคัดรับรองใหม่ (โดยทั่วไปไม่เกิน 3–6 เดือน)
  • บัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวคนต่างด้าวที่ยังไม่หมดอายุ
  • หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (ใช้สะกดชื่อ-สกุลเป็นมาตรฐานของทุกคำแปล)
  • สำเนาวีซ่า/ตราประทับเข้าเมืองสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ

เอกสารที่จะรับรอง

  • ร่างเอกสาร (POA/Affidavit) ที่ยังไม่ลงลายมือชื่อ — ต้องเซ็นต่อหน้าทนาย
  • คำแปลทุกหน้า รวมตราประทับและข้อความด้านหลัง
  • ฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หากปลายทางกำหนดอายุเอกสาร
  • ต้นฉบับเอกสารที่จะรับรอง (นำมาแสดงต่อทนาย ไม่ใช้สำเนาถ่าย)

กรณีนิติบุคคล

  • หนังสือรับรองบริษัทคัดใหม่ไม่เกิน 30 วัน (สำหรับงานนิติบุคคล)
  • ตราประทับบริษัท (ถ้าระบุไว้ในหนังสือรับรอง)
  • บัตรประชาชน/พาสปอร์ตของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจเอกสารตรวจความครบถ้วน อายุเอกสาร และการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทางทีมเอกสารภายในวันเดียวกัน
2. แปลแปลทุกหน้ารวมตราประทับ พร้อมทำ Certificate of Accuracyนักแปลประจำคู่ภาษา1–3 วันทำการ
3. รับรองโดยทนายลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย รับคำสาบาน และประทับตรารับรองNotarial Services Attorney30–60 นาที ต่อชุด
4. กรมการกงสุลยื่นรับรองคำแปลและลายมือชื่อที่แจ้งวัฒนะเจ้าหน้าที่เดินเอกสาร1–3 วันทำการ
5. Apostille หรือสถานทูตขอ Apostille สำหรับรัฐภาคี หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางทีมกงสุลสัมพันธ์1–7 วันทำการ ตามคิวปลายทาง

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับ “ทำ Notary Public หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องทำอย่างไร”

งานในกลุ่ม poa อย่าง “ทำ Notary Public หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องทำอย่างไร” มักติดที่รายละเอียดปลายทางมากกว่าตัวขั้นตอน สิ่งที่ต้องยืนยันก่อนเริ่มคือหน่วยงานผู้รับเอกสารต้องการคำแปลภาษาใด ต้องการฉบับคัดรับรองใหม่ภายในกี่เดือน และยอมรับ Apostille หรือบังคับให้ผ่านสถานทูต

เมื่อสามข้อนี้ชัดเจน ลำดับงานทั้งหมดจะถูกล็อกได้ตั้งแต่วันแรก และไม่ต้องย้อนกลับไปทำซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ระยะเวลารวมของงานยืดออกไปโดยไม่จำเป็น

การจัดชุดเอกสารหลายฉบับให้ผ่านในรอบเดียว

งานที่มีเอกสารหลายฉบับ เช่นชุดปิดดีลบริษัทหรือชุดยื่นวีซ่าครอบครัว ควรกำหนดมาตรฐานการสะกดชื่อ วันที่ และเลขที่เอกสารให้ตรงกันทุกฉบับก่อนส่งแปล เพราะหน่วยงานปลายทางตรวจความสอดคล้องข้ามฉบับ

แนะนำให้ทำสารบัญชุดเอกสารระบุว่าฉบับใดต้องผ่านโนตารี ฉบับใดต้องผ่านกงสุล และฉบับใดต้อง Apostille เพื่อให้ติดตามสถานะได้และไม่ตกหล่นเมื่อมีการเพิ่มเอกสารระหว่างทาง

ลำดับงานที่แนะนำสำหรับผู้ที่ค้นหา “ทำ Notary Public หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องทำอย่างไร”

เริ่มจากรวบรวมต้นฉบับให้ครบทุกหน้า ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงหนังสือเดินทาง แล้วจึงส่งแปล จากนั้นนัดวันลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายเพียงครั้งเดียวเพื่อรับรองทั้งชุด ก่อนส่งเข้ากรมการกงสุลและขั้นตอนปลายทาง

การรวบงานเป็นชุดเดียวช่วยลดจำนวนรอบเดินเอกสาร ทำให้ควบคุมเวลาได้แม่นขึ้น และลดความเสี่ยงที่เอกสารบางฉบับจะหมดอายุก่อนวันยื่นจริง

ทนายโนตารีของไทยทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้

ประเทศไทยไม่มีระบบ Notary Public แบบ civil-law ผู้ที่ทำหน้าที่เทียบเคียงคือทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ อำนาจครอบคลุมการรับรองลายมือชื่อ การรับคำสาบาน การรับรองสำเนาถูกต้อง และการรับรองข้อเท็จจริงที่ทนายรู้เห็นด้วยตนเอง

สิ่งที่ทนายโนตารีทำแทนไม่ได้คือการรับรองคำแปลในนามรัฐ ซึ่งเป็นอำนาจของกรมการกงสุล และการออก Apostille ซึ่งออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทางเท่านั้น การเข้าใจเส้นแบ่งนี้ช่วยให้วางลำดับเอกสารได้ถูกตั้งแต่ต้นและลดโอกาสเสียเวลาซ้ำรอบ

งานต่างจังหวัดและลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ

ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถส่งเอกสารเข้ามาทางขนส่งเอกชนและนัดวันเซ็นเพียงครั้งเดียว ส่วนขั้นตอนกงสุลและสถานทูตดำเนินการที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด จึงไม่ต้องเดินทางซ้ำ

ผู้ที่อยู่ต่างประเทศมักใช้เส้นทางกลับด้าน คือให้ notary หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่พำนักรับรองก่อน ตามด้วย Apostille ของประเทศนั้นหรือสถานทูตไทย แล้วจึงแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลเมื่อเอกสารเข้ามาถึงไทย

การเซ็นต่อหน้าทนายและการใช้ล่าม

เอกสารประเภทหนังสือมอบอำนาจ คำให้การ และคำประกาศตามกฎหมาย ต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายเท่านั้น หากลงนามมาก่อนจะต้องพิมพ์ฉบับใหม่ ผู้ลงนามต้องแสดงเอกสารแสดงตนฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ

กรณีผู้ลงนามไม่เข้าใจภาษาของเอกสาร ต้องมีล่ามอธิบายเนื้อหาก่อนลงนาม และล่ามจะถูกระบุไว้ในคำรับรอง ขั้นตอนนี้สำคัญเพราะหน่วยงานปลายทางหลายแห่งตรวจว่าผู้ลงนามเข้าใจเนื้อหาจริงหรือไม่

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — สาเหตุถูกตีกลับอันดับหนึ่ง
  • ลงลายมือชื่อมาก่อนถึงสำนักงาน ทำให้ทนายรับรองการลงนามต่อหน้าไม่ได้
  • แกะแม็กซ์แล้วเย็บใหม่จนตราประทับขาด กงสุลปฏิเสธการรับรอง
  • เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิวสถานทูต
  • ทำ Apostille ต้นฉบับแล้วลืมรับรองคำแปล ทำให้ปลายทางอ่านไม่ได้
  • ใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่ยอมรับ (เช่น ออสเตรเลียต้องเป็น NAATI)

อภิธานศัพท์

Certified True Copy
การรับรองว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่ผู้รับรองได้ตรวจดูด้วยตนเอง ต้องนำต้นฉบับมาแสดงเสมอ
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองเอกสารและคำแปลโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นชั้นบังคับก่อนขอ Apostille หรือก่อนนำไปรับรองที่สถานทูต
Apostille
หนังสือรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทาง มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนขั้นตอนสถานทูตสำหรับรัฐภาคี
Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ทำหน้าที่เทียบเคียง Notary Public ในประเทศไทย
Non-Hague
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทย

แหล่งอ้างอิงทางการ

ตรวจสอบล่าสุด 2026-08-02 — โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

Notarial Services Attorney (ไทย) vs Notary Public ต่างประเทศ

ผู้รับรองต่างระบบกัน ปลายทางเป็นผู้กำหนดว่ารับแบบใด

ประเด็นทนายผู้ทำคำรับรอง (ไทย)Notary Public ต่างประเทศ
ผู้มีอำนาจทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความโนตารีตามกฎหมายของประเทศนั้น
ใช้ที่ไหนเอกสารที่ทำในไทยเพื่อส่งออกไปต่างประเทศเอกสารที่ลงนามในประเทศนั้น
ขั้นต่อไปมักต้องรับรองต่อที่กรมการกงสุล/Apostilleตามระเบียบของประเทศผู้ออก
สิ่งที่รับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบานตามอำนาจที่กฎหมายท้องถิ่นให้ไว้

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: Notarial Services Attorney (โนตารี)

ในประเทศไทยงานโนตารีดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ใช้กับเอกสารที่ต้องส่งไปใช้ต่างประเทศ เช่น หนังสือมอบอำนาจ สำเนาถูกต้อง คำให้การ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารที่ต้องการรับรอง (ต้นฉบับ + สำเนา)
  • บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ลงนาม (ต้องมาลงนามต่อหน้า)
  • หนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือน กรณีนิติบุคคล
  • แบบฟอร์มหรือถ้อยคำที่ปลายทางกำหนด (ถ้ามี)

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ตรวจวัตถุประสงค์การใช้งาน

    ระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เพื่อเลือกรูปแบบคำรับรองที่ถูกต้อง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: ภายในวันเดียว

  2. 2. จัดเตรียมถ้อยคำรับรอง

    ร่างคำรับรอง (jurat/acknowledgement/certified true copy) ให้ตรงกับที่ปลายทางต้องการ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ

  3. 3. ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารระบุตัวตน และลงลายมือชื่อต่อหน้า

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 30–60 นาที

  4. 4. รับรองและออกเลขทะเบียน

    ทนายลงนาม ประทับตรา และบันทึกในสมุดทะเบียนงานรับรอง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: วันเดียวกัน

  5. 5. ต่อยอดสู่ MFA / Apostille

    หากปลายทางต้องการ นำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุลและ/หรือขอ Apostille

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 2–5 วันทำการ

คำแนะนำจากงานจริง

  • ถามปลายทางว่าต้องการรับรองแบบใด (รับรองลายมือชื่อ หรือรับรองสำเนาถูกต้อง) ก่อนนัดหมาย
  • อย่าเซ็นเอกสารมาล่วงหน้า เพราะการรับรองลายมือชื่อต้องเซ็นต่อหน้า

ข้อควรระวัง

  • โนตารีในไทยไม่ใช่ Notary Public แบบระบบคอมมอนลอว์ บางประเทศจึงขอ MFA หรือ Apostille ต่อ
  • เอกสารที่มีข้อความขัดกฎหมายไทยหรือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบไม่ได้ ทนายจะไม่รับรอง

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

ถามทนายโดยตรง — ตอบภายใน 30 นาที (จ.-ส. 9:00–18:00)