ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Is Thai notarisation accepted in Hague Apostille countries??

Thailand joined the Hague Apostille Convention on 22 Dec 2024 — one legalization step is eliminated for the 126 member states.

Apostille vs Notary vs Legalization

From live cases handled at our Silom–Sathorn office this month, the practical answer is: Apostille ≠ Notary Public — Notary Public is the attorney's certification of a signature or copy (done in Thailand by IVC), while Apostille is a certificate issued by Thailand's MFA Consular Affairs Department confirming that the notary's own credentials are authentic (replacing the older embassy-legalization chain). Documents must pass Notary first, then can receive Apostille.

Thailand acceded to the Hague Apostille Convention on 22 December 2024 → Apostilled Thai documents are accepted directly in 126 member states with no destination-embassy step: USA, Japan, South Korea, UK, Germany, France, Italy, Spain, Australia, New Zealand, and 116 others.

Where Apostille works

Non-members still requiring Legalization + destination embassy: China mainland (but Hong Kong uses Apostille), UAE, Saudi Arabia, Qatar, Kuwait, Vietnam, Cambodia, Laos, Myanmar — 43 countries worldwide. IVC maintains a country-by-country checklist we share on request.

Apostille procedure at MFA Chaeng Watthana: (1) document in English + notarized by a Thai notarial-services lawyer; (2) submit at Consular Affairs, THB 200 fee per stamp; (3) processing 3–5 business days (or 1 day with THB 400 expedite); (4) receive Apostille sticker/stamp ready for cross-border use.

Getting Apostille in Thailand

IVC end-to-end Apostille pricing: THB 2,500–4,500 per document (Notary + MFA + Apostille + EMS/DHL courier), delivered in 5–10 business days — 30–50% cheaper and faster than the old Legalization + Embassy chain.

สรุปคำตอบสั้น

เส้นทางเอกสารมาตรฐานสำหรับกรณีนี้คือ — ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) รับรองก่อน จากนั้นกรมการกงสุลรับรองคำแปล/ลายมือชื่อ แล้วจึงขอ Apostille หากปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา สำหรับกรณี “Is Thai notarisation accepted in Hague Apostille countries?” กรอบเวลาโดยทั่วไป 3–7 วันทำการ ไม่รวมคิวของสถานทูตปลายทาง ค่าธรรมเนียมราชการแยกจากค่าบริการวิชาชีพ และอัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน

ข้อเท็จจริงหลัก

ผู้รับรองทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์)
ชั้นรับรองถัดไปกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ)
Apostilleใช้ได้กับรัฐภาคี — มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
ปลายทางที่ไม่ใช่ภาคีต้องรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ
ระยะเวลาโดยทั่วไป3–7 วันทำการ (ไม่รวมคิวของสถานทูตปลายทาง)
อายุเอกสารที่ปลายทางมักกำหนด3–6 เดือนนับจากวันคัดรับรอง
ตรวจทานล่าสุด2026-08-02

เอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารแสดงตน

  • หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (ใช้สะกดชื่อ-สกุลเป็นมาตรฐานของทุกคำแปล)
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากชื่อในเอกสารเก่าไม่ตรงพาสปอร์ต
  • บัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวคนต่างด้าวที่ยังไม่หมดอายุ
  • สำเนาวีซ่า/ตราประทับเข้าเมืองสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ

เอกสารที่จะรับรอง

  • ฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หากปลายทางกำหนดอายุเอกสาร
  • ชื่อและที่อยู่ของหน่วยงานปลายทางที่จะรับเอกสาร
  • คำแปลทุกหน้า รวมตราประทับและข้อความด้านหลัง
  • ต้นฉบับเอกสารที่จะรับรอง (นำมาแสดงต่อทนาย ไม่ใช้สำเนาถ่าย)

กรณีนิติบุคคล

  • บัตรประชาชน/พาสปอร์ตของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • บอจ.5 บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • ตราประทับบริษัท (ถ้าระบุไว้ในหนังสือรับรอง)

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจเอกสารตรวจความครบถ้วน อายุเอกสาร และการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทางทีมเอกสารภายในวันเดียวกัน
2. แปลแปลทุกหน้ารวมตราประทับ พร้อมทำ Certificate of Accuracyนักแปลประจำคู่ภาษา1–3 วันทำการ
3. รับรองโดยทนายลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย รับคำสาบาน และประทับตรารับรองNotarial Services Attorney30–60 นาที ต่อชุด
4. กรมการกงสุลยื่นรับรองคำแปลและลายมือชื่อที่แจ้งวัฒนะเจ้าหน้าที่เดินเอกสาร1–3 วันทำการ
5. Apostille หรือสถานทูตขอ Apostille สำหรับรัฐภาคี หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางทีมกงสุลสัมพันธ์1–7 วันทำการ ตามคิวปลายทาง

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับ “Is Thai notarisation accepted in Hague Apostille countries?”

งานในกลุ่ม apostille อย่าง “Is Thai notarisation accepted in Hague Apostille countries?” มักติดที่รายละเอียดปลายทางมากกว่าตัวขั้นตอน สิ่งที่ต้องยืนยันก่อนเริ่มคือหน่วยงานผู้รับเอกสารต้องการคำแปลภาษาใด ต้องการฉบับคัดรับรองใหม่ภายในกี่เดือน และยอมรับ Apostille หรือบังคับให้ผ่านสถานทูต

เมื่อสามข้อนี้ชัดเจน ลำดับงานทั้งหมดจะถูกล็อกได้ตั้งแต่วันแรก และไม่ต้องย้อนกลับไปทำซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ระยะเวลารวมของงานยืดออกไปโดยไม่จำเป็น

อายุเอกสารและการวางแผนเวลา

หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่กำหนดอายุเอกสารทะเบียนราษฎรไว้ 3–6 เดือนนับจากวันคัดรับรอง การเริ่มงานเร็วเกินไปโดยไม่ดูวันนัดยื่นอาจทำให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว

แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือคำนวณย้อนจากวันยื่นจริง เผื่อเวลาให้กงสุลและสถานทูตอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ และคัดเอกสารใหม่เฉพาะเมื่อใกล้เข้าสู่กระบวนการแล้วเท่านั้น

ลำดับงานที่แนะนำสำหรับผู้ที่ค้นหา “Is Thai notarisation accepted in Hague Apostille countries?”

เริ่มจากรวบรวมต้นฉบับให้ครบทุกหน้า ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงหนังสือเดินทาง แล้วจึงส่งแปล จากนั้นนัดวันลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายเพียงครั้งเดียวเพื่อรับรองทั้งชุด ก่อนส่งเข้ากรมการกงสุลและขั้นตอนปลายทาง

การรวบงานเป็นชุดเดียวช่วยลดจำนวนรอบเดินเอกสาร ทำให้ควบคุมเวลาได้แม่นขึ้น และลดความเสี่ยงที่เอกสารบางฉบับจะหมดอายุก่อนวันยื่นจริง

Apostille กับการรับรองสถานทูต ต่างกันตรงไหน

อนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2024 เมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี เอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลสามารถขอ Apostille แล้วนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกชั้น

หากปลายทางไม่ใช่ภาคี เช่นบางประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกา ยังต้องเดินสายเดิมคือกรมการกงสุลรับรองแล้วนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ ซึ่งคิวและค่าธรรมเนียมเป็นไปตามที่แต่ละสถานทูตกำหนด

ค่าธรรมเนียมราชการกับค่าบริการวิชาชีพ

ค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการแยกออกจากค่าบริการวิชาชีพเสมอ และอัตราของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศ จึงควรยืนยันตัวเลขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนวางแผนงบประมาณ

สำหรับงานปริมาณมาก การรวมส่งเป็นชุดเดียวช่วยลดจำนวนรอบการเดินเอกสารและระยะเวลารวมของโครงการได้อย่างมีนัยสำคัญ

การจัดชุดเอกสารหลายฉบับให้ผ่านในรอบเดียว

งานที่มีเอกสารหลายฉบับ เช่นชุดปิดดีลบริษัทหรือชุดยื่นวีซ่าครอบครัว ควรกำหนดมาตรฐานการสะกดชื่อ วันที่ และเลขที่เอกสารให้ตรงกันทุกฉบับก่อนส่งแปล เพราะหน่วยงานปลายทางตรวจความสอดคล้องข้ามฉบับ

แนะนำให้ทำสารบัญชุดเอกสารระบุว่าฉบับใดต้องผ่านโนตารี ฉบับใดต้องผ่านกงสุล และฉบับใดต้อง Apostille เพื่อให้ติดตามสถานะได้และไม่ตกหล่นเมื่อมีการเพิ่มเอกสารระหว่างทาง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่ยอมรับ (เช่น ออสเตรเลียต้องเป็น NAATI)
  • แกะแม็กซ์แล้วเย็บใหม่จนตราประทับขาด กงสุลปฏิเสธการรับรอง
  • ใช้สำเนาถ่ายแทนฉบับคัดรับรองใหม่ ทั้งที่ปลายทางกำหนดอายุ 3–6 เดือน

อภิธานศัพท์

Affidavit
คำให้การที่ทำภายใต้คำสาบานหรือคำปฏิญาณต่อหน้าผู้มีอำนาจรับคำสาบาน ใช้ประกอบคดีหรือคำขอของหน่วยงานต่างประเทศ
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองเอกสารและคำแปลโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นชั้นบังคับก่อนขอ Apostille หรือก่อนนำไปรับรองที่สถานทูต
Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ทำหน้าที่เทียบเคียง Notary Public ในประเทศไทย

แหล่งอ้างอิงทางการ

ตรวจสอบล่าสุด 2026-08-02 — โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

Notarial Services Attorney (ไทย) vs Notary Public ต่างประเทศ

ผู้รับรองต่างระบบกัน ปลายทางเป็นผู้กำหนดว่ารับแบบใด

ประเด็นทนายผู้ทำคำรับรอง (ไทย)Notary Public ต่างประเทศ
ผู้มีอำนาจทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความโนตารีตามกฎหมายของประเทศนั้น
ใช้ที่ไหนเอกสารที่ทำในไทยเพื่อส่งออกไปต่างประเทศเอกสารที่ลงนามในประเทศนั้น
ขั้นต่อไปมักต้องรับรองต่อที่กรมการกงสุล/Apostilleตามระเบียบของประเทศผู้ออก
สิ่งที่รับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบานตามอำนาจที่กฎหมายท้องถิ่นให้ไว้

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: Notarial Services Attorney (โนตารี)

ในประเทศไทยงานโนตารีดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ใช้กับเอกสารที่ต้องส่งไปใช้ต่างประเทศ เช่น หนังสือมอบอำนาจ สำเนาถูกต้อง คำให้การ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารที่ต้องการรับรอง (ต้นฉบับ + สำเนา)
  • บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ลงนาม (ต้องมาลงนามต่อหน้า)
  • หนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือน กรณีนิติบุคคล
  • แบบฟอร์มหรือถ้อยคำที่ปลายทางกำหนด (ถ้ามี)

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ตรวจวัตถุประสงค์การใช้งาน

    ระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เพื่อเลือกรูปแบบคำรับรองที่ถูกต้อง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: ภายในวันเดียว

  2. 2. จัดเตรียมถ้อยคำรับรอง

    ร่างคำรับรอง (jurat/acknowledgement/certified true copy) ให้ตรงกับที่ปลายทางต้องการ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ

  3. 3. ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารระบุตัวตน และลงลายมือชื่อต่อหน้า

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 30–60 นาที

  4. 4. รับรองและออกเลขทะเบียน

    ทนายลงนาม ประทับตรา และบันทึกในสมุดทะเบียนงานรับรอง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: วันเดียวกัน

  5. 5. ต่อยอดสู่ MFA / Apostille

    หากปลายทางต้องการ นำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุลและ/หรือขอ Apostille

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 2–5 วันทำการ

คำแนะนำจากงานจริง

  • ถามปลายทางว่าต้องการรับรองแบบใด (รับรองลายมือชื่อ หรือรับรองสำเนาถูกต้อง) ก่อนนัดหมาย
  • อย่าเซ็นเอกสารมาล่วงหน้า เพราะการรับรองลายมือชื่อต้องเซ็นต่อหน้า

ข้อควรระวัง

  • โนตารีในไทยไม่ใช่ Notary Public แบบระบบคอมมอนลอว์ บางประเทศจึงขอ MFA หรือ Apostille ต่อ
  • เอกสารที่มีข้อความขัดกฎหมายไทยหรือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบไม่ได้ ทนายจะไม่รับรอง

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

Ask a lawyer directly — 30-minute response (Mon–Sat 9:00–18:00 ICT)