ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

How to notarize a commercial invoice in Thailand?

Lawyers Council standard: THB 500–1,000 per document; corporate bundles THB 3,500–8,000 flat. e-Tax invoice issued; Thai 3% withholding accepted.

Three pricing tiers

IVC's Notarial Services Attorneys (Lawyers Council of Thailand) — from 500+ notarizations per month — answer directly: Thai notary fees follow a three-tier structure — (1) single documents at THB 500 per page for passport copies, bank statement certifications, or witnessing a simple signature; (2) standard sets at THB 800–1,000 per document for POAs, affidavits, and declarations with English translation; (3) corporate bundles at THB 3,500–8,000 flat covering board resolutions, certified copies of company documents, and signing-authority packages.

Hidden extras first-time clients miss: (a) English translation at THB 400–600 per page if not yet translated; (b) MFA Consular fees at THB 200 per stamp, +THB 400 for expedited (1-day) service; (c) destination embassy legalization at THB 1,000–5,000 depending on country; (d) door-to-door courier at THB 800–1,500 if you can't travel to Chaeng Watthana yourself.

Hidden costs to add

Real case last month: A client incorporating in Singapore needed notarization of a Director Resolution, Certified Copy of the company affidavit, and a POA for the local corporate secretary — Notary fees THB 4,800 + MFA + Singapore embassy legalization THB 2,700 = THB 7,500 all-in, delivered in 6 business days.

Why IVC prices at the standard rate rather than cheaper: every attorney is a licensed Notarial Services Attorney registered with the Lawyers Council + carries professional indemnity insurance + issues the Certificate of Notarization in the exact format embassies accept. Prices below THB 500 usually indicate an unregistered "certification" that embassies reject at the counter.

Real quote breakdown

Payment methods: bank transfer / Visa-MC (+3% card fee) / QR PromptPay / cash at reception. Full e-Tax invoice issued same day. Repeat corporate clients qualify for 30-day credit terms and BOI-friendly consolidated billing.

สรุปคำตอบสั้น

เส้นทางเอกสารมาตรฐานสำหรับกรณีนี้คือ — รับรองโดยทนายที่ขึ้นทะเบียนสภาทนายความ → กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) → Apostille หรือสถานทูตปลายทางในไทยสำหรับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี สำหรับกรณี “How to notarize a commercial invoice in Thailand” ปกติ 3–5 วันทำการสำหรับสายงาน Apostille และ 5–10 วันทำการเมื่อต้องผ่านสถานทูต ค่าธรรมเนียมราชการแยกจากค่าบริการวิชาชีพ และอัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน

ข้อเท็จจริงหลัก

ผู้รับรองทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์)
ชั้นรับรองถัดไปกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ)
Apostilleใช้ได้กับรัฐภาคี — มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
ปลายทางที่ไม่ใช่ภาคีต้องรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ
ระยะเวลาโดยทั่วไป3–7 วันทำการ (ไม่รวมคิวของสถานทูตปลายทาง)
อายุเอกสารที่ปลายทางมักกำหนด3–6 เดือนนับจากวันคัดรับรอง
ตรวจทานล่าสุด2026-08-02

เอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารแสดงตน

  • หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (ใช้สะกดชื่อ-สกุลเป็นมาตรฐานของทุกคำแปล)
  • บัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวคนต่างด้าวที่ยังไม่หมดอายุ
  • ทะเบียนบ้านฉบับคัดรับรองใหม่ (โดยทั่วไปไม่เกิน 3–6 เดือน)
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากชื่อในเอกสารเก่าไม่ตรงพาสปอร์ต

เอกสารที่จะรับรอง

  • ฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หากปลายทางกำหนดอายุเอกสาร
  • คำแปลทุกหน้า รวมตราประทับและข้อความด้านหลัง
  • ร่างเอกสาร (POA/Affidavit) ที่ยังไม่ลงลายมือชื่อ — ต้องเซ็นต่อหน้าทนาย
  • ชื่อและที่อยู่ของหน่วยงานปลายทางที่จะรับเอกสาร

กรณีนิติบุคคล

  • บัตรประชาชน/พาสปอร์ตของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • ตราประทับบริษัท (ถ้าระบุไว้ในหนังสือรับรอง)
  • หนังสือรับรองบริษัทคัดใหม่ไม่เกิน 30 วัน (สำหรับงานนิติบุคคล)

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจเอกสารตรวจความครบถ้วน อายุเอกสาร และการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทางทีมเอกสารภายในวันเดียวกัน
2. แปลแปลทุกหน้ารวมตราประทับ พร้อมทำ Certificate of Accuracyนักแปลประจำคู่ภาษา1–3 วันทำการ
3. รับรองโดยทนายลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย รับคำสาบาน และประทับตรารับรองNotarial Services Attorney30–60 นาที ต่อชุด
4. กรมการกงสุลยื่นรับรองคำแปลและลายมือชื่อที่แจ้งวัฒนะเจ้าหน้าที่เดินเอกสาร1–3 วันทำการ
5. Apostille หรือสถานทูตขอ Apostille สำหรับรัฐภาคี หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางทีมกงสุลสัมพันธ์1–7 วันทำการ ตามคิวปลายทาง

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับ “How to notarize a commercial invoice in Thailand”

งานในกลุ่ม price อย่าง “How to notarize a commercial invoice in Thailand” มักติดที่รายละเอียดปลายทางมากกว่าตัวขั้นตอน สิ่งที่ต้องยืนยันก่อนเริ่มคือหน่วยงานผู้รับเอกสารต้องการคำแปลภาษาใด ต้องการฉบับคัดรับรองใหม่ภายในกี่เดือน และยอมรับ Apostille หรือบังคับให้ผ่านสถานทูต

เมื่อสามข้อนี้ชัดเจน ลำดับงานทั้งหมดจะถูกล็อกได้ตั้งแต่วันแรก และไม่ต้องย้อนกลับไปทำซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ระยะเวลารวมของงานยืดออกไปโดยไม่จำเป็น

การตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งเข้ากระบวนการ

ก่อนเริ่มขั้นตอนใด ควรตรวจสามจุดเสมอ ได้แก่การสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง ความครบถ้วนของทุกหน้ารวมด้านหลัง และความตรงกันของเลขที่เอกสารและวันที่ระหว่างต้นฉบับกับคำแปล

การตรวจล่วงหน้าเพียงรอบเดียวช่วยตัดสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุดออกไปได้เกือบทั้งหมด และรักษาระยะเวลารวมของงานไม่ให้ยืดออกไปอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์

ลำดับงานที่แนะนำสำหรับผู้ที่ค้นหา “How to notarize a commercial invoice in Thailand”

เริ่มจากรวบรวมต้นฉบับให้ครบทุกหน้า ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงหนังสือเดินทาง แล้วจึงส่งแปล จากนั้นนัดวันลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายเพียงครั้งเดียวเพื่อรับรองทั้งชุด ก่อนส่งเข้ากรมการกงสุลและขั้นตอนปลายทาง

การรวบงานเป็นชุดเดียวช่วยลดจำนวนรอบเดินเอกสาร ทำให้ควบคุมเวลาได้แม่นขึ้น และลดความเสี่ยงที่เอกสารบางฉบับจะหมดอายุก่อนวันยื่นจริง

ทนายโนตารีของไทยทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้

ประเทศไทยไม่มีระบบ Notary Public แบบ civil-law ผู้ที่ทำหน้าที่เทียบเคียงคือทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ อำนาจครอบคลุมการรับรองลายมือชื่อ การรับคำสาบาน การรับรองสำเนาถูกต้อง และการรับรองข้อเท็จจริงที่ทนายรู้เห็นด้วยตนเอง

สิ่งที่ทนายโนตารีทำแทนไม่ได้คือการรับรองคำแปลในนามรัฐ ซึ่งเป็นอำนาจของกรมการกงสุล และการออก Apostille ซึ่งออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทางเท่านั้น การเข้าใจเส้นแบ่งนี้ช่วยให้วางลำดับเอกสารได้ถูกตั้งแต่ต้นและลดโอกาสเสียเวลาซ้ำรอบ

Apostille กับการรับรองสถานทูต ต่างกันตรงไหน

อนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2024 เมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี เอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลสามารถขอ Apostille แล้วนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกชั้น

หากปลายทางไม่ใช่ภาคี เช่นบางประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกา ยังต้องเดินสายเดิมคือกรมการกงสุลรับรองแล้วนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ ซึ่งคิวและค่าธรรมเนียมเป็นไปตามที่แต่ละสถานทูตกำหนด

การเซ็นต่อหน้าทนายและการใช้ล่าม

เอกสารประเภทหนังสือมอบอำนาจ คำให้การ และคำประกาศตามกฎหมาย ต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายเท่านั้น หากลงนามมาก่อนจะต้องพิมพ์ฉบับใหม่ ผู้ลงนามต้องแสดงเอกสารแสดงตนฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ

กรณีผู้ลงนามไม่เข้าใจภาษาของเอกสาร ต้องมีล่ามอธิบายเนื้อหาก่อนลงนาม และล่ามจะถูกระบุไว้ในคำรับรอง ขั้นตอนนี้สำคัญเพราะหน่วยงานปลายทางหลายแห่งตรวจว่าผู้ลงนามเข้าใจเนื้อหาจริงหรือไม่

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ลงลายมือชื่อมาก่อนถึงสำนักงาน ทำให้ทนายรับรองการลงนามต่อหน้าไม่ได้
  • ใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่ยอมรับ (เช่น ออสเตรเลียต้องเป็น NAATI)
  • สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — สาเหตุถูกตีกลับอันดับหนึ่ง
  • ทำ Apostille ต้นฉบับแล้วลืมรับรองคำแปล ทำให้ปลายทางอ่านไม่ได้
  • ใช้สำเนาถ่ายแทนฉบับคัดรับรองใหม่ ทั้งที่ปลายทางกำหนดอายุ 3–6 เดือน
  • เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิวสถานทูต

อภิธานศัพท์

Non-Hague
ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทย
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองเอกสารและคำแปลโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นชั้นบังคับก่อนขอ Apostille หรือก่อนนำไปรับรองที่สถานทูต

แหล่งอ้างอิงทางการ

ตรวจสอบล่าสุด 2026-08-02 — โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

Notarial Services Attorney (ไทย) vs Notary Public ต่างประเทศ

ผู้รับรองต่างระบบกัน ปลายทางเป็นผู้กำหนดว่ารับแบบใด

ประเด็นทนายผู้ทำคำรับรอง (ไทย)Notary Public ต่างประเทศ
ผู้มีอำนาจทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความโนตารีตามกฎหมายของประเทศนั้น
ใช้ที่ไหนเอกสารที่ทำในไทยเพื่อส่งออกไปต่างประเทศเอกสารที่ลงนามในประเทศนั้น
ขั้นต่อไปมักต้องรับรองต่อที่กรมการกงสุล/Apostilleตามระเบียบของประเทศผู้ออก
สิ่งที่รับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบานตามอำนาจที่กฎหมายท้องถิ่นให้ไว้

ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ

ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น

ประเด็นดำเนินการเองให้ iVC ดูแล
การตรวจเอกสารก่อนยื่นตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงานที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง
เวลาที่คุณต้องใช้เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเองเราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า
ความเสี่ยงตีกลับพบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้นตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น
ความรู้เฉพาะทางต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเองทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส
กรณีเอกสารมีปัญหาต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเองเราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที

เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น

ประเมินเคสก่อนเริ่ม
ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
วางแผนเอกสารรายบุคคล
จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ติดตามจนจบเคส
รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ

คู่มือปฏิบัติ: Notarial Services Attorney (โนตารี)

ในประเทศไทยงานโนตารีดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ใช้กับเอกสารที่ต้องส่งไปใช้ต่างประเทศ เช่น หนังสือมอบอำนาจ สำเนาถูกต้อง คำให้การ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารที่ต้องการรับรอง (ต้นฉบับ + สำเนา)
  • บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ลงนาม (ต้องมาลงนามต่อหน้า)
  • หนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือน กรณีนิติบุคคล
  • แบบฟอร์มหรือถ้อยคำที่ปลายทางกำหนด (ถ้ามี)

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. 1. ตรวจวัตถุประสงค์การใช้งาน

    ระบุประเทศและหน่วยงานปลายทาง เพื่อเลือกรูปแบบคำรับรองที่ถูกต้อง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: ภายในวันเดียว

  2. 2. จัดเตรียมถ้อยคำรับรอง

    ร่างคำรับรอง (jurat/acknowledgement/certified true copy) ให้ตรงกับที่ปลายทางต้องการ

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 1 วันทำการ

  3. 3. ลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง

    ผู้ลงนามแสดงตนพร้อมเอกสารระบุตัวตน และลงลายมือชื่อต่อหน้า

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 30–60 นาที

  4. 4. รับรองและออกเลขทะเบียน

    ทนายลงนาม ประทับตรา และบันทึกในสมุดทะเบียนงานรับรอง

    กรอบเวลาโดยประมาณ: วันเดียวกัน

  5. 5. ต่อยอดสู่ MFA / Apostille

    หากปลายทางต้องการ นำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุลและ/หรือขอ Apostille

    กรอบเวลาโดยประมาณ: 2–5 วันทำการ

คำแนะนำจากงานจริง

  • ถามปลายทางว่าต้องการรับรองแบบใด (รับรองลายมือชื่อ หรือรับรองสำเนาถูกต้อง) ก่อนนัดหมาย
  • อย่าเซ็นเอกสารมาล่วงหน้า เพราะการรับรองลายมือชื่อต้องเซ็นต่อหน้า

ข้อควรระวัง

  • โนตารีในไทยไม่ใช่ Notary Public แบบระบบคอมมอนลอว์ บางประเทศจึงขอ MFA หรือ Apostille ต่อ
  • เอกสารที่มีข้อความขัดกฎหมายไทยหรือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบไม่ได้ ทนายจะไม่รับรอง

ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน

Ask a lawyer directly — 30-minute response (Mon–Sat 9:00–18:00 ICT)