รับทำ affidavit
IVC ให้บริการ Notarial Services Attorney ครบวงจร ทั้งรับรองสำเนา รับรองลายมือชื่อ รับรองข้อเท็จจริง Administer Oath และออก Statutory Declaration ตามมาตรฐาน UNCITRAL และ Hague Convention
Notary Public โดยทนายผู้ขึ้นทะเบียนสภาทนายความ
- ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อฯ ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ
- ให้คำปรึกษาก่อนรับรอง — ป้องกันเอกสารถูกตีกลับ
- ใช้ตราประทับนูน (Embossed Seal) มาตรฐานสากล
- รองรับภาษาอังกฤษ/จีน/ญี่ปุ่น/เยอรมัน/ฝรั่งเศส
สรุปคำตอบสั้น
เอกสารที่จะนำไปใช้ต่างประเทศต้องผ่านสามชั้นตามลำดับ — รับรองโดยทนายที่ขึ้นทะเบียนสภาทนายความ → กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) → Apostille หรือสถานทูตปลายทางในไทยสำหรับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี สำหรับกรณี “รับทำ affidavit” ปกติ 3–5 วันทำการสำหรับสายงาน Apostille และ 5–10 วันทำการเมื่อต้องผ่านสถานทูต ค่าธรรมเนียมราชการแยกจากค่าบริการวิชาชีพ และอัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน
ข้อเท็จจริงหลัก
| ผู้รับรอง | ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) |
|---|---|
| ชั้นรับรองถัดไป | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ) |
| Apostille | ใช้ได้กับรัฐภาคี — มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 |
| ปลายทางที่ไม่ใช่ภาคี | ต้องรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ |
| ระยะเวลาโดยทั่วไป | 3–7 วันทำการ (ไม่รวมคิวของสถานทูตปลายทาง) |
| อายุเอกสารที่ปลายทางมักกำหนด | 3–6 เดือนนับจากวันคัดรับรอง |
| ตรวจทานล่าสุด | 2026-08-02 |
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารแสดงตน
- ทะเบียนบ้านฉบับคัดรับรองใหม่ (โดยทั่วไปไม่เกิน 3–6 เดือน)
- บัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวคนต่างด้าวที่ยังไม่หมดอายุ
- หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (ใช้สะกดชื่อ-สกุลเป็นมาตรฐานของทุกคำแปล)
- สำเนาวีซ่า/ตราประทับเข้าเมืองสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ
เอกสารที่จะรับรอง
- ร่างเอกสาร (POA/Affidavit) ที่ยังไม่ลงลายมือชื่อ — ต้องเซ็นต่อหน้าทนาย
- คำแปลทุกหน้า รวมตราประทับและข้อความด้านหลัง
- ฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หากปลายทางกำหนดอายุเอกสาร
- ต้นฉบับเอกสารที่จะรับรอง (นำมาแสดงต่อทนาย ไม่ใช้สำเนาถ่าย)
กรณีนิติบุคคล
- หนังสือรับรองบริษัทคัดใหม่ไม่เกิน 30 วัน (สำหรับงานนิติบุคคล)
- ตราประทับบริษัท (ถ้าระบุไว้ในหนังสือรับรอง)
- บัตรประชาชน/พาสปอร์ตของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. ตรวจเอกสาร | ตรวจความครบถ้วน อายุเอกสาร และการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง | ทีมเอกสาร | ภายในวันเดียวกัน |
| 2. แปล | แปลทุกหน้ารวมตราประทับ พร้อมทำ Certificate of Accuracy | นักแปลประจำคู่ภาษา | 1–3 วันทำการ |
| 3. รับรองโดยทนาย | ลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย รับคำสาบาน และประทับตรารับรอง | Notarial Services Attorney | 30–60 นาที ต่อชุด |
| 4. กรมการกงสุล | ยื่นรับรองคำแปลและลายมือชื่อที่แจ้งวัฒนะ | เจ้าหน้าที่เดินเอกสาร | 1–3 วันทำการ |
| 5. Apostille หรือสถานทูต | ขอ Apostille สำหรับรัฐภาคี หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง | ทีมกงสุลสัมพันธ์ | 1–7 วันทำการ ตามคิวปลายทาง |
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับ “รับทำ affidavit”
งานในกลุ่ม general อย่าง “รับทำ affidavit” มักติดที่รายละเอียดปลายทางมากกว่าตัวขั้นตอน สิ่งที่ต้องยืนยันก่อนเริ่มคือหน่วยงานผู้รับเอกสารต้องการคำแปลภาษาใด ต้องการฉบับคัดรับรองใหม่ภายในกี่เดือน และยอมรับ Apostille หรือบังคับให้ผ่านสถานทูต
เมื่อสามข้อนี้ชัดเจน ลำดับงานทั้งหมดจะถูกล็อกได้ตั้งแต่วันแรก และไม่ต้องย้อนกลับไปทำซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ระยะเวลารวมของงานยืดออกไปโดยไม่จำเป็น
งานต่างจังหวัดและลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ
ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถส่งเอกสารเข้ามาทางขนส่งเอกชนและนัดวันเซ็นเพียงครั้งเดียว ส่วนขั้นตอนกงสุลและสถานทูตดำเนินการที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด จึงไม่ต้องเดินทางซ้ำ
ผู้ที่อยู่ต่างประเทศมักใช้เส้นทางกลับด้าน คือให้ notary หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่พำนักรับรองก่อน ตามด้วย Apostille ของประเทศนั้นหรือสถานทูตไทย แล้วจึงแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลเมื่อเอกสารเข้ามาถึงไทย
ลำดับงานที่แนะนำสำหรับผู้ที่ค้นหา “รับทำ affidavit”
เริ่มจากรวบรวมต้นฉบับให้ครบทุกหน้า ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงหนังสือเดินทาง แล้วจึงส่งแปล จากนั้นนัดวันลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายเพียงครั้งเดียวเพื่อรับรองทั้งชุด ก่อนส่งเข้ากรมการกงสุลและขั้นตอนปลายทาง
การรวบงานเป็นชุดเดียวช่วยลดจำนวนรอบเดินเอกสาร ทำให้ควบคุมเวลาได้แม่นขึ้น และลดความเสี่ยงที่เอกสารบางฉบับจะหมดอายุก่อนวันยื่นจริง
การจัดชุดเอกสารหลายฉบับให้ผ่านในรอบเดียว
งานที่มีเอกสารหลายฉบับ เช่นชุดปิดดีลบริษัทหรือชุดยื่นวีซ่าครอบครัว ควรกำหนดมาตรฐานการสะกดชื่อ วันที่ และเลขที่เอกสารให้ตรงกันทุกฉบับก่อนส่งแปล เพราะหน่วยงานปลายทางตรวจความสอดคล้องข้ามฉบับ
แนะนำให้ทำสารบัญชุดเอกสารระบุว่าฉบับใดต้องผ่านโนตารี ฉบับใดต้องผ่านกงสุล และฉบับใดต้อง Apostille เพื่อให้ติดตามสถานะได้และไม่ตกหล่นเมื่อมีการเพิ่มเอกสารระหว่างทาง
Apostille กับการรับรองสถานทูต ต่างกันตรงไหน
อนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2024 เมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี เอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลสามารถขอ Apostille แล้วนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกชั้น
หากปลายทางไม่ใช่ภาคี เช่นบางประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกา ยังต้องเดินสายเดิมคือกรมการกงสุลรับรองแล้วนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ ซึ่งคิวและค่าธรรมเนียมเป็นไปตามที่แต่ละสถานทูตกำหนด
การตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งเข้ากระบวนการ
ก่อนเริ่มขั้นตอนใด ควรตรวจสามจุดเสมอ ได้แก่การสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง ความครบถ้วนของทุกหน้ารวมด้านหลัง และความตรงกันของเลขที่เอกสารและวันที่ระหว่างต้นฉบับกับคำแปล
การตรวจล่วงหน้าเพียงรอบเดียวช่วยตัดสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุดออกไปได้เกือบทั้งหมด และรักษาระยะเวลารวมของงานไม่ให้ยืดออกไปอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด
- ทำ Apostille ต้นฉบับแล้วลืมรับรองคำแปล ทำให้ปลายทางอ่านไม่ได้
- ใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่ยอมรับ (เช่น ออสเตรเลียต้องเป็น NAATI)
- เลขที่เอกสารหรือวันที่ในคำแปลคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ
- แปลไม่ครบทุกหน้า ตกตราประทับหรือข้อความด้านหลังเอกสาร
- ใช้สำเนาถ่ายแทนฉบับคัดรับรองใหม่ ทั้งที่ปลายทางกำหนดอายุ 3–6 เดือน
- สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — สาเหตุถูกตีกลับอันดับหนึ่ง
อภิธานศัพท์
- Non-Hague
- ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทย
- Notarial Services Attorney
- ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ทำหน้าที่เทียบเคียง Notary Public ในประเทศไทย
- Apostille
- หนังสือรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทาง มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนขั้นตอนสถานทูตสำหรับรัฐภาคี
- นิติกรณ์ (Legalization)
- การรับรองเอกสารและคำแปลโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นชั้นบังคับก่อนขอ Apostille หรือก่อนนำไปรับรองที่สถานทูต
- Certified True Copy
- การรับรองว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่ผู้รับรองได้ตรวจดูด้วยตนเอง ต้องนำต้นฉบับมาแสดงเสมอ
แหล่งอ้างอิงทางการ
ตรวจสอบล่าสุด 2026-08-02 — โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น
ขั้นตอนบริการ Notary Public กับ IVC
- ส่งเอกสารต้นฉบับ (สแกน) ผ่าน LINE @ivisathailand หรืออีเมล
- ทนายตรวจสอบและแจ้งราคา + timeline ภายใน 30 นาที
- นัดวันเซ็นต่อหน้าทนาย ณ สำนักงาน หรือ Mobile Notary
- ทนายรับรองลายมือชื่อ + ประทับตรานูน + Certificate
- ส่งเอกสารกลับ + ต่อ Legalization/Embassy หากต้องการ
ทำไมเลือก IVC สำหรับ "รับทำ affidavit"
IVC เป็นสำนักงานทนายความที่ให้บริการ Notarial Services Attorney มายาวนาน ทนายทุกท่านขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เอกสารที่ผ่านการรับรองของเราใช้ได้ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการยอมรับจากสถานทูตกว่า 60 ประเทศทั่วโลก พร้อมทีมล่ามและนักแปลภาษาต่างประเทศประจำสำนักงาน
หากท่านค้นหาคำว่า "รับทำ affidavit" — ท่านมาถูกที่แล้ว เรามีประสบการณ์ตรงกับ use case ของท่าน และให้คำปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงาน ไม่ต้องเกรงใจ ทักไลน์หรือโทรมาสอบถามได้ทันที
ปรึกษาทนายฟรี (LINE @ivisathailand)