ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
หนังสือเดินทางนานาชาติหลากประเทศบนโต๊ะทำงานที่ปรึกษาวีซ่า iVC มองเห็นวัดพระแก้วผ่านหน้าต่าง

รับรองบันทึกข้อตกลงก่อนสมรส กรมการกงสุล

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ โดยมีผลตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ทำให้เอกสารที่ส่งไปยังรัฐภาคีจบที่ Apostille ไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกชั้น

นิติกรณ์กรมการกงสุลและ Apostille

สรุปคำตอบสั้น

รับรองบันทึกข้อตกลงก่อนสมรส กรมการกงสุล: การสมรสในประเทศไทยมีผลตามกฎหมายเมื่อนายทะเบียนบันทึกการสมรสที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น คู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติต้องยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของตนในประเทศไทย แปลเป็นภาษาไทย และรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจดทะเบียน เมื่อจดเสร็จจึงนำใบสำคัญการสมรสไปแปลและผ่าน Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศที่จะใช้

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตฝ่ายต่างชาติ → แปลเป็นภาษาไทย → นิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ/เขตพร้อมพยาน → คัดสำเนารับรอง → แปลและ Apostille สำหรับใช้ต่างประเทศ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจคุณสมบัติยืนยันอายุ สถานะการสมรสเดิม สัญชาติ และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อIVC + คู่สมรสภายในวันทำการเดียวกัน
2. นัดสถานทูตจองคิวและเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติคู่สมรส (เราจัดเช็กลิสต์ให้)ตามคิวของแต่ละสถานทูต
3. แปลเอกสารแปลหนังสือรับรองสถานภาพและเอกสารประกอบเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองผู้แปลIVCตามปริมาณเอกสาร
4. รับรองกรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ (ปกติ 200 บาท/ฉบับ · ด่วน 400 บาท/ฉบับ)IVC (มอบอำนาจ)ตามรอบบริการของกรมการกงสุล
5. จดทะเบียนสมรสคู่สมรสแสดงตนต่อนายทะเบียนพร้อมพยาน และจดแจ้งสัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี)คู่สมรสภายในวันนัดที่อำเภอ/เขต
6. คัดสำเนารับรองคัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรองตามจำนวนหน่วยงานที่ต้องยื่นIVC + คู่สมรสหลังจดทะเบียน
7. รับรองเพื่อใช้ต่างประเทศแปลใบสำคัญการสมรสและยื่น Apostille หรือนิติกรณ์ + สถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศนั้นIVCตามรอบของหน่วยงานผู้รับรอง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิม เช่น ใบสำคัญการหย่า คำพิพากษาถึงที่สุด หรือใบมรณบัตร พร้อมคำแปล
  • พยานสองคนพร้อมบัตรประจำตัวที่ใช้ได้จริงในวันจดทะเบียน
  • ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล หากชื่อในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน
  • ล่าม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย ตามที่นายทะเบียนกำหนด
  • ร่างสัญญาก่อนสมรส หากต้องการจดแจ้งพร้อมการจดทะเบียนสมรส (ทำภายหลังไม่ได้)
  • ชื่อประเทศและหน่วยงานที่จะใช้เอกสารต่อ เพื่อกำหนดเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูต
  • สูติบัตรบุตร (ถ้ามี) พร้อมคำแปล สำหรับการยื่นวีซ่าครอบครัวในภายหลัง
  • วันเป้าหมายที่ต้องการจดทะเบียน เพื่อนับถอยหลังจัดคิวสถานทูตและคิวรับรองเอกสาร

นิติกรณ์และ Apostille สำหรับเอกสารการสมรส

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานเดียวในประเทศไทยที่ออกนิติกรณ์และ Apostille อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ทำให้เอกสารที่ส่งไปยังรัฐภาคีจบขั้นตอนที่ Apostille โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง

เอกสารที่มักต้องรับรองในงานสมรส ได้แก่ คำแปลหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูต (ขาเข้า) และคำแปลใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน หรือใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ขาออก) ค่าธรรมเนียมตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศคือ 200 บาทต่อฉบับ (ปกติ) และ 400 บาทต่อฉบับ (ด่วน) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมของราชการ แยกจากค่าบริการดำเนินการ

ควรตรวจสถานะรัฐภาคีจากตารางสถานะของ HCCH ในวันที่ดำเนินการจริง เพราะรายชื่อรัฐภาคีและข้อคัดค้านระหว่างรัฐเปลี่ยนแปลงได้ และการรับรองผิดชั้นทำให้ต้องเดินเรื่องใหม่ทั้งชุด

กรณีคู่สมรสเดิมเสียชีวิต

ผู้ที่คู่สมรสเดิมเสียชีวิตใช้ใบมรณบัตรเป็นหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส หากมรณบัตรออกในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยก่อนยื่นต่อนายทะเบียน

ควรตรวจสอบด้วยว่าทะเบียนราษฎรไทยได้บันทึกการสิ้นสุดการสมรสแล้วหรือยัง เพราะหากระบบยังแสดงสถานะสมรสอยู่ นายทะเบียนจะไม่รับจดทะเบียนใหม่จนกว่าจะแก้ไขให้ตรง

งานมรดกที่ค้างอยู่กับการสมรสเดิมเป็นคนละเรื่องกับการสมรสใหม่ แต่เอกสารทั้งสองส่วนมักอ้างอิงกัน จึงควรจัดชุดให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้น

ใบสำคัญการสมรสและการคัดสำเนาเพื่อใช้ต่อ

เมื่อจดทะเบียนเสร็จ นายทะเบียนออกใบสำคัญการสมรส (คร.3) ให้คู่สมรส และเก็บทะเบียนสมรส (คร.2) ไว้ในระบบ เอกสารที่หน่วยงานต่างประเทศขอส่วนใหญ่คือใบสำคัญการสมรส บางแห่งขอสำเนาทะเบียนสมรสฉบับคัดรับรองเพิ่มเติมเพื่อดูรายละเอียดการบันทึก

การคัดสำเนาฉบับรับรองทำได้ที่สำนักทะเบียนที่จดหรือสำนักทะเบียนอื่นตามระบบทะเบียนกลาง ควรคัดหลายชุดในคราวเดียวหากทราบว่าจะต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมักเก็บต้นฉบับที่รับรองไว้

อย่าเคลือบพลาสติกใบสำคัญการสมรส เพราะทำให้ตรวจสอบลายน้ำและตราประทับไม่ได้ และมักถูกปฏิเสธในชั้นรับรองเอกสาร

เมื่อเอกสารถูกตีกลับ — วิธีไล่หาสาเหตุตามลำดับ

การถูกตีกลับเกือบทั้งหมดเกิดจากสี่สาเหตุ คือ ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างเอกสารในชุด เอกสารเกินอายุที่หน่วยงานกำหนด ลำดับการรับรองผิดขั้น และคำแปลไม่ครบทุกองค์ประกอบ เช่น ตกตราประทับหรือข้อความท้ายเอกสาร

วิธีตรวจที่เร็วที่สุดคือเทียบทีละชั้นย้อนกลับ: หน่วยงานผู้รับต้องการรูปแบบใด → เอกสารผ่านชั้นกรมการกงสุลครบหรือไม่ → คำแปลตรงกับต้นฉบับทุกหน้าหรือไม่ → ชื่อและวันที่ตรงกันทุกฉบับหรือไม่

เมื่อได้รับใบแจ้งเหตุผลการปฏิเสธ ควรส่งให้เราดูก่อนแก้ไข เพราะบางกรณีแก้เฉพาะจุดที่ระบุก็ถูกตีกลับซ้ำ เนื่องจากสาเหตุจริงอยู่ที่ชั้นก่อนหน้า

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางไม่ยอมรับ ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
  • ชื่อ-นามสกุลในคำแปลสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร แม้ต่างเพียงตัวอักษรเดียว
  • หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตเกินอายุที่นายทะเบียนหรือหน่วยงานปลายทางกำหนด
  • นำเอกสารไปยื่นที่อำเภอโดยยังไม่ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • แปลไม่ครบทุกองค์ประกอบ เช่น ตกตราประทับ ลายมือชื่อ หรือข้อความท้ายเอกสาร
  • ใช้สำเนาถ่ายเอกสารแทนฉบับคัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน

อภิธานศัพท์งานทะเบียนครอบครัว

ทะเบียนสมรส (คร.2)
บันทึกการสมรสที่นายทะเบียนจัดทำและเก็บไว้ในระบบทะเบียน คัดสำเนาฉบับรับรองได้ที่สำนักทะเบียน
ใบสำคัญการสมรส (คร.3)
เอกสารที่นายทะเบียนออกให้คู่สมรสเป็นหลักฐานการสมรส และเป็นฉบับที่หน่วยงานต่างประเทศขอมากที่สุด
Affirmation of Freedom to Marry
หนังสือรับรองว่าผู้ร้องมีสิทธิสมรสได้ ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศฝ่ายต่างชาติในประเทศไทย
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนาม ดำเนินการโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ตรารับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี

แหล่งอ้างอิงทางการ

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนงานทะเบียนและเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียน สถานทูต หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต สถานทูต หรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง

การทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งสัญชาติคู่สมรส ประเทศปลายทางที่จะใช้เอกสาร และกำหนดวันที่ต้องการ
  2. เราสรุปรายการเอกสารและรูปแบบการรับรองที่นายทะเบียนกับปลายทางกำหนด
  3. ประสานคิวสถานทูตสำหรับหนังสือรับรองสถานภาพ
  4. แปลเอกสารและตรวจทานโดยผู้ตรวจอิสระเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด
  5. ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  6. เข้าสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต พร้อมล่าม แล้วส่งมอบ คร.2 / คร.3 พร้อมสรุปตราประทับ

คำถามที่พบบ่อย

รับรองบันทึกข้อตกลงก่อนสมรส กรมการกงสุล คืออะไร และเกี่ยวข้องกับใคร

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ โดยมีผลตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ทำให้เอกสารที่ส่งไปยังรัฐภาคีจบที่ Apostille ไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกชั้น

เกี่ยวกับ “นิติกรณ์กรมการกงสุลและ Apostille” — ข้อเท็จจริงสำคัญอันดับแรกที่ควรรู้คืออะไร

ปลายทางเป็นรัฐภาคี → ขอ Apostille ที่กรมการกงสุล จบในชั้นเดียว

เกี่ยวกับ “นิติกรณ์กรมการกงสุลและ Apostille” — มีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมที่มักถูกมองข้าม

ปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้น

เกี่ยวกับ “นิติกรณ์กรมการกงสุลและ Apostille” — มีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดใดที่ต้องตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์เป็นไปตามประกาศของกรมการกงสุล สอบถามรอบเวลาปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่

เกี่ยวกับ “นิติกรณ์กรมการกงสุลและ Apostille” — มีจุดใดที่มักทำให้ขั้นตอนล่าช้าหรือถูกตีกลับ

เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียนหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง — สิ่งที่เรารับผิดชอบคือความถูกต้องและครบถ้วนของชุดเอกสาร

หากต้องการดำเนินการเรื่อง “รับรองบันทึกข้อตกลงก่อนสมรส กรมการกงสุล” ควรเริ่มต้นอย่างไร

ให้เราวางลำดับการรับรองให้ถูกขั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เราวางลำดับการรับรองให้ถูกขั้น

สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล