ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลเท่าไร
สรุปคำตอบสั้น
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลเท่าไร: งานนี้ทำได้จริงในประเทศไทย โดยใช้คำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรองความถูกต้อง และหากต้องใช้ต่างประเทศจึงนำไปผ่านนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนตามกฎหมาย ความน่าเชื่อถือจึงมาจากคำรับรองที่ตรวจสอบย้อนได้ บวกกับการรับรองของหน่วยงานราชการตามเส้นทางของประเทศปลายทาง
เส้นทางเอกสารของกรณีนี้
ต้นฉบับ/สำเนารับรองถูกต้อง → แปลและตรวจทาน → รับรองคำแปล → นิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล → (เฉพาะปลายทางนอกภาคีกรุงเฮก) รับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง
ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. ประเมินงาน | ตรวจชนิดเอกสาร จำนวนหน้า ภาษาปลายทาง หน่วยงานผู้รับ และวันครบกำหนด | IVC | ภายในวันทำการเดียวกัน |
| 2. คัด/รับรองต้นฉบับ | ขอสำเนาที่รับรองถูกต้องจากศาลหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสาร | ศาล / หน่วยงานผู้ออกเอกสาร | ตามรอบบริการของหน่วยงาน |
| 3. แปลและตรวจทาน | แปลโดยผู้แปลสายกฎหมาย แล้วตรวจทานศัพท์ ตัวเลข และชื่อเฉพาะอีกชั้น | IVC | ตามปริมาณงานที่ตกลงกัน |
| 4. รับรองคำแปล | ลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมข้อมูลผู้แปลและเลขอ้างอิงงาน | IVC | หลังตรวจทานเสร็จ |
| 5. นิติกรณ์ / Apostille | ยื่นรับรองที่กรมการกงสุล (ปกติ 200 บาท/ฉบับ, ด่วน 400 บาท/ฉบับ) | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | ตามรอบบริการของกรม |
| 6. รับรองสถานทูต (ถ้าจำเป็น) | เฉพาะปลายทางที่ไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก | สถานเอกอัครราชทูตปลายทาง | ตามระเบียบของสถานทูตนั้น |
| 7. ส่งมอบ | ส่งมอบชุดเอกสารพร้อมสรุปตราประทับและใบเสร็จของหน่วยงานราชการ | IVC | ทันทีที่ได้รับเอกสารคืน |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ชื่อหน่วยงานผู้รับปลายทาง และภาษาที่หน่วยงานนั้นยอมรับ
- วันนัดศาลหรือวันครบกำหนดยื่น เพื่อวางแผนเวลาย้อนกลับ
- จำนวนชุดที่ต้องยื่น รวมชุดสำรองสำหรับคู่ความอีกฝ่าย
- รายการเอกสารแนบทั้งหมดในสำนวน พร้อมหมายเลขเอกสารหมาย
- ตารางคำศัพท์เฉพาะคดี หากเคยมีคำแปลเดิมที่ต้องคงเส้นคงวา
- ข้อมูลว่าประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกหรือไม่
- หนังสือมอบอำนาจ หากให้เราเดินเรื่องรับรองแทน
ลำดับขั้นที่ถูกต้อง: แปล → รับรองคำแปล → นิติกรณ์/Apostille
ลำดับที่ผิดบ่อยที่สุดคือการนำเอกสารไปรับรองก่อนแล้วค่อยแปล ทำให้ต้องเดินเรื่องซ้ำ ลำดับที่ถูกต้องสำหรับเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศคือ คัดต้นฉบับที่รับรองสำเนาถูกต้อง → แปล → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล → (เฉพาะประเทศนอกภาคี) รับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศคือ 200 บาทต่อฉบับสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทต่อฉบับสำหรับบริการด่วน ส่วนค่าธรรมเนียมของสถานทูตปลายทางเป็นอำนาจของแต่ละสถานทูต ไม่ได้กำหนดโดยฝ่ายไทย
การรักษาความลับของสำนวนคดีและข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสารคดีมีทั้งข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การประมวลผลจึงจำกัดเท่าที่จำเป็นต่อการแปล ผู้แปลและผู้ตรวจลงนามข้อตกลงรักษาความลับ และไม่นำเนื้อหาคดีไปใช้เป็นตัวอย่างงานไม่ว่ากรณีใด
ไฟล์งานรับส่งผ่านช่องทางที่ผู้ว่าจ้างกำหนด และลบตามรอบเวลาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ทำลายทันทีหลังส่งมอบ เราดำเนินการตามคำขอและออกหนังสือยืนยันการทำลายข้อมูลให้
งานเร่งด่วนที่มีวันนัดศาลกำกับ
งานที่มีวันนัดกำกับต้องแยกออกจากคิวปกติ เราจะประเมินปริมาณคำ ความซับซ้อนของศัพท์ และจำนวนขั้นการรับรองที่เหลือ แล้วแจ้งกรอบเวลาที่ทำได้จริง หากเวลาที่เหลือไม่พอสำหรับขั้นตอนรับรองของหน่วยงานราชการ เราจะแจ้งตรงไปตรงมาแทนการรับปากเกินจริง
บริการด่วนของกรมการกงสุลมีค่าธรรมเนียม 400 บาทต่อฉบับ และรอบให้บริการเป็นไปตามประกาศของกรม ไม่สามารถเร่งเกินรอบที่กรมกำหนดได้ไม่ว่ากรณีใด
สาเหตุที่คำแปลถูกโต้แย้งหรือถูกตีกลับ
สาเหตุที่พบบ่อยคือชื่อบุคคลสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง แปลไม่ครบทุกหน้ารวมตราประทับและลายมือชื่อ ตัวเลขคดีหรือจำนวนเงินคลาดเคลื่อน และการสรุปความแทนการแปลตามต้นฉบับ
เมื่อถูกตีกลับ ควรขอเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานผู้รับ เพราะการแก้ตามที่คาดเดาเองมักทำให้เสียรอบซ้ำ เราแก้ไขงานที่เราแปลเองตามเหตุผลที่ได้รับโดยไม่คิดค่าแปลใหม่ในส่วนที่เป็นความคลาดเคลื่อนของเรา
สาเหตุที่คำแปลถูกตีกลับบ่อยที่สุด
- ลำดับการรับรองผิด เช่น รับรองก่อนแปล หรือข้ามชั้นกรมการกงสุล
- ใช้สำเนาที่ไม่มีการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานผู้ออกเอกสาร
- เอกสารเกินอายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนด ณ วันยื่น
- แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานผู้รับปลายทางไม่ยอมรับ
- คำศัพท์เฉพาะไม่คงเส้นคงวาระหว่างเอกสารหลายฉบับในสำนวนเดียวกัน
- สะกดชื่อบุคคลในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารทะเบียนราษฎร
อภิธานศัพท์ที่ใช้ในกระบวนการยุติธรรม
- ข้อมูลอ่อนไหว
- ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้ประมวลผลได้จำกัด เช่น ประวัติอาชญากรรมและข้อมูลสุขภาพ
- รับรองคำแปล (Certified translation)
- การที่ผู้แปลหรือสำนักงานแปลลงลายมือชื่อรับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับ พร้อมระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้
- นิติกรณ์ (Legalization)
- การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนามในเอกสาร ดำเนินการโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- Apostille
- ตรารับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี
- คดีถึงที่สุด
- สถานะที่ไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไปแล้ว ศาลออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเพื่อใช้ประกอบการบังคับคดีหรือใช้ในต่างประเทศ
แหล่งอ้างอิงทางการ
- HCCH — Apostille Convention — status table (Convention 12)
- สำนักงานศาลยุติธรรม — ข้อมูลบริการและระเบียบของศาลยุติธรรม
- กระทรวงยุติธรรม — หน่วยงานในสังกัดและบริการประชาชน
- สำนักงานอัยการสูงสุด — ความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา
- กรมบังคับคดี — ข้อมูลการบังคับคดีและการขายทอดตลาด
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลของคดีหรือการพิจารณาของหน่วยงานใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับศาลหรือหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับศาลหรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง
คำแปลทั่วไป vs คำแปลเอกสารกฎหมาย/คดี
เอกสารคดีมีศัพท์เฉพาะและรูปแบบที่หน่วยงานตรวจเข้ม
| ประเด็น | คำแปลทั่วไป | คำแปลเอกสารกฎหมาย |
|---|---|---|
| ความเข้มของรูปแบบ | เน้นความถูกต้องของเนื้อความ | ต้องคงเลขคดี ชื่อศาล และถ้อยคำตามต้นฉบับ |
| ผู้แปล | นักแปลทั่วไป | นักแปลที่คุ้นเคยกับศัพท์กฎหมายไทย–อังกฤษ |
| การรับรองต่อ | แล้วแต่ปลายทาง | มักต้องรับรองนิติกรณ์หรือ Apostille ต่อ |
| ผลของความคลาดเคลื่อน | แก้ไขได้ง่าย | อาจทำให้เอกสารใช้ไม่ได้ในชั้นพิจารณา |
ทำเอง vs ให้ iVC ดูแลให้ทั้งกระบวนการ
ทั้งสองทางทำได้จริง ต่างกันที่เวลาที่คุณต้องใช้ ความเสี่ยงที่เอกสารถูกตีกลับ และการมีที่ปรึกษาคอยตรวจก่อนยื่น
| ประเด็น | ดำเนินการเอง | ให้ iVC ดูแล |
|---|---|---|
| การตรวจเอกสารก่อนยื่น | ตรวจเองจากข้อมูลหน้าเว็บหน่วยงาน | ที่ปรึกษาตรวจทีละฉบับตามข้อกำหนดปลายทางก่อนยื่นจริง |
| เวลาที่คุณต้องใช้ | เดินทาง ต่อคิว และติดตามผลด้วยตัวเอง | เราเดินเรื่องและติดตามให้ คุณรับรายงานความคืบหน้า |
| ความเสี่ยงตีกลับ | พบบ่อยจากการสะกดชื่อไม่ตรง เอกสารหมดอายุ หรือลำดับรับรองผิดขั้น | ตรวจจุดที่ตีกลับบ่อยตั้งแต่ต้นทาง และแก้ก่อนยื่น |
| ความรู้เฉพาะทาง | ต้องศึกษาระเบียบของแต่ละหน่วยงานเอง | ทีมงานประสบการณ์ 15+ ปี ให้คำปรึกษาตลอดเคส |
| กรณีเอกสารมีปัญหา | ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยตัวเอง | เราประเมินทางเลือกและวางแผนแก้ให้ทันที |
เราทำงานแบบที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับเดินเอกสาร
ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2554) กับงานแปล รับรองเอกสาร และเตรียมเอกสารประกอบวีซ่า ทำให้เราเห็นรูปแบบที่เอกสารถูกตีกลับซ้ำ ๆ และวางแผนตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสนั้น
- ประเมินเคสก่อนเริ่ม
- ดูโปรไฟล์ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานผู้รับ ก่อนบอกว่าต้องใช้เส้นทางรับรองแบบใด
- วางแผนเอกสารรายบุคคล
- จัดลำดับว่าเอกสารใดต้องคัดใหม่ ใดต้องแปลก่อน และใดต้องรับรองก่อนหลัง
- เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า
- แจ้งจุดที่มักถูกตีกลับ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรืออายุเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
- ติดตามจนจบเคส
- รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และประเมินทางเลือกทันทีหากหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
- ปรึกษาต่อเนื่องหลังงานเสร็จ
- เอกสารชุดเดิมมักถูกใช้ซ้ำในขั้นตอนถัดไป เราช่วยดูว่ายังใช้ได้หรือต้องคัดใหม่
ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ขั้นตอนเอง ส่งรายละเอียดเคสมาให้เราประเมินก่อนได้ แล้วค่อยตัดสินใจ
คู่มือปฏิบัติ: แปลเอกสารกฎหมาย / คำพิพากษา
คำพิพากษา คำสั่งศาล สัญญา และเอกสารคดี ต้องแปลอย่างตรงตัวและคงโครงสร้างอ้างอิงมาตรา เลขคดี และวันที่ ให้ครบถ้วนเพื่อให้ใช้อ้างอิงต่อในต่างประเทศได้
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
- คำพิพากษา/คำสั่งศาลฉบับคัดรับรองจากศาลที่มีคำสั่ง
- สำเนาสำนวนหรือเอกสารแนบที่ปลายทางระบุ
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีทนายหรือตัวแทนดำเนินการ
- รายการคำศัพท์เฉพาะที่ต้องการให้ใช้แบบสม่ำเสมอ
ขั้นตอนและวิธีการ
1. คัดรับรองจากศาล
ขอคัดสำเนาคำพิพากษาที่มีตราประทับรับรองจากศาล
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–7 วันทำการ
2. แปลโดยผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย
แปลรักษาถ้อยคำทางกฎหมาย เลขคดี และการอ้างมาตราอย่างครบถ้วน
กรอบเวลาโดยประมาณ: 3–7 วันทำการ
3. ตรวจทานเทียบต้นฉบับ
ตรวจชื่อคู่ความ ตัวเลข วันที่ และลำดับหน้าให้ตรงกัน
กรอบเวลาโดยประมาณ: 1–2 วันทำการ
4. รับรองและนำไปใช้
รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และขอ Apostille/รับรองสถานทูตตามปลายทาง
กรอบเวลาโดยประมาณ: 3–7 วันทำการ
คำแนะนำจากงานจริง
- แจ้งวัตถุประสงค์การใช้ (ศาลต่างประเทศ ทะเบียนราษฎร หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง) เพราะรูปแบบคำรับรองต่างกัน
- ขอคัดสำเนาหลายชุดตั้งแต่ต้น จะประหยัดเวลาเมื่อปลายทางขอเพิ่ม
ข้อควรระวัง
- การสรุปย่อคำพิพากษาแทนการแปลเต็มมักทำให้เอกสารถูกปฏิเสธ
- คดีที่ยังไม่ถึงที่สุดอาจใช้ยืนยันสถานะทางกฎหมายในต่างประเทศไม่ได้
ให้ iVC ดำเนินการแทนคุณ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเอง ทีมงาน iVC รับดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นและติดตามผล — ทักไลน์ @iVisa หรือโทร 080-557-8887 เพื่อให้เราประเมินเคสของคุณก่อนเริ่มงาน
แหล่งอ้างอิงทางการ
หัวข้อที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม “ขั้นตอนการทำงาน”
- ขั้นตอนรับรองคำแปลเอกสารกฎหมาย
- คำแปลต้องรับรองที่ไหน
- รับรองคำแปลกรมการกงสุล
- นิติกรณ์คำแปลเอกสารคดี
- Apostille คำพิพากษา
- คำแปลใช้ในศาลไทยต้องมีอะไรบ้าง
- how to certify a translation in thailand
- apostille court judgment thailand
- ต้องทำ Apostille ก่อนหรือแปลก่อน
- Do I apostille before or after translation?
- What does the Department of Consular Affairs certify?
กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ต่อเนื่องกัน
- แปลเอกสารกระทรวงยุติธรรม · พื้นฐานการแปลและรับรองคำแปลเอกสารกฎหมาย
- รับแปลเอกสารคดีความ · พื้นฐานการแปลและรับรองคำแปลเอกสารกฎหมาย
- แปลคำพิพากษา · คำพิพากษาและคำสั่งศาล
- แปลคำพิพากษา เป็นภาษาอังกฤษ · คำพิพากษาและคำสั่งศาล
- แปลคำฟ้อง · สำนวนคดีและเอกสารในชั้นศาล
- แปลคำฟ้อง เป็นภาษาญี่ปุ่น · สำนวนคดีและเอกสารในชั้นศาล
ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล