ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

thai police check for employment pass

บริษัทต่างประเทศ (โดยเฉพาะครู/พยาบาล/แพทย์/แรงงานฝีมือ) ต้องการ Police Clearance ล่าสุด (≤6 เดือน) — iVC เร่งได้ 3–7 วันพร้อมแปล NAATI/certified ตามภาษาที่นายจ้างต้องการ

Police Clearance สำหรับสมัครงาน / ทำงานต่างประเทศ

ลำดับขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ส่งสำเนาเอกสารประจำตัว (หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน และหลักฐานทหารสำหรับชายไทยอายุ 17–45 ปี) เพื่อตรวจความครบถ้วน
  2. รับใบเสนอราคาแบบแจกแจงค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในประเทศไทย หรือที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยหากอยู่ต่างประเทศ
  4. ยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และติดตามคิวตรวจสอบ
  5. เมื่อได้รับเอกสาร ดำเนินการแปลและรับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
  6. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง (กรณีประเทศนอกภาคี) และจัดส่งเอกสารให้ผู้ขอ

ขอบเขตงานของ iVC ในหัวข้อ “thai police check for employment pass

iVC ให้บริการเตรียมเอกสารและยื่นคำร้องแทนผู้ขอมาตั้งแต่ปี 2554 (2011) ครอบคลุมทั้งคนไทยในประเทศและต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เคยพำนักในประเทศไทย และกรณีมอบอำนาจ โดยหน่วยงานผู้ออกเอกสารคือศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการพิจารณาและกรอบเวลาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ ผู้ให้บริการเอกชนไม่สามารถรับประกันผลได้

ทีมงานประกอบด้วยนักแปล NAATI (หมายเลข 45567) สำหรับคู่ภาษาไทย–อังกฤษ และผู้ประสานงานด้านนิติกรณ์กรมการกงสุลและสถานทูต ทำให้สามารถต่อขั้นตอนแปล–รับรอง–ยื่นสถานทูตได้ต่อเนื่องจากจุดเดียวที่สำนักงานสุขุมวิท 22 คลองเตย กรุงเทพฯ

จัดชุดเอกสารสมัครงาน

คำตอบสั้น

thai police check for employment pass — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า

ใช้ประกอบการสมัครงานและการขึ้นทะเบียนวิชาชีพ

กรณีเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ศูนย์ฯ ระบุเอกสารประกอบ เช่น สำเนาหนังสือเดินทางของนายจ้าง สัญญาจ้างที่ระบุชื่อผู้ถูกว่าจ้างและลงนามครบถ้วน หรือหนังสือรับรอง/ข้อเสนอการจ้างงานจากบริษัทในต่างประเทศ โดยเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว

สภาวิชาชีพและหน่วยงานขึ้นทะเบียนในต่างประเทศมักกำหนดอายุเอกสารสั้นกว่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานที่จะยื่นก่อนเริ่มกระบวนการ เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอผลพิจารณา

หากต้องยื่นหลายประเทศพร้อมกัน การขอสำเนาเพิ่มตั้งแต่ต้นและวางแผนจำนวนตราที่ต้องรับรองจะช่วยลดรอบการเดินเอกสารซ้ำ

ชุดเอกสารสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยที่พำนักในประเทศไทย

ศูนย์ฯ กำหนดชุดเอกสารหลักไว้ ได้แก่ หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ โดยควรมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) ใบสำคัญการสมรสหรือหย่าในกรณีหญิงที่สมรสหรือหย่า

ชายสัญชาติไทยอายุ 17–45 ปี ต้องแนบหลักฐานทางทหาร เช่น สด.8 สด.9 สด.43 ใบ รด. หรือหนังสือผ่อนผันทหาร ส่วนผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองตามที่ระบุข้างต้น

สำเนาทุกฉบับต้องเห็นรูปถ่ายและข้อความชัดเจน สำเนาที่ถ่ายจากภาพถ่ายในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ มักได้ความคมชัดไม่พอและถูกขอให้ยื่นใหม่

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

  • การสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบสำคัญการสมรสหรือหย่า หากมีการเปลี่ยนแปลง
  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • สำเนาทุกฉบับคมชัด เห็นรูปถ่ายและตัวอักษรครบ
  • แผนขั้นตอนต่อเนื่อง (แปล / นิติกรณ์ หรือ Apostille / สถานทูตปลายทาง) ตามข้อกำหนดของผู้รับเอกสาร

ลำดับงานทั้งกระบวนการ

ขั้นงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนดผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. เตรียมเอกสารและคำร้องรวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นตามความพร้อมเอกสาร
3. พิมพ์ลายนิ้วมือพิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน)
4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูลศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน
5. แปลและรับรองต่อเนื่องแปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุลผู้ยื่น / กรมการกงสุลตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย

  • ขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไปจนเกินเกณฑ์อายุที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • ลายพิมพ์นิ้วมือจาง เลอะ หรือเคลื่อน ทำให้เทียบฐานข้อมูลไม่ได้
  • ชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษในคำร้องไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • ขาดหลักฐานทางทหารของชายสัญชาติไทยอายุ 17–45 ปี
  • ขาดหลักฐานการยื่นคำร้องขอวีซ่า ทั้งที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อยื่นวีซ่า
  • เอกสารประกอบภาษาต่างประเทศไม่มีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว

อภิธานศัพท์

เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้
Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศ ออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม
หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสำหรับการใช้งานภายในประเทศ ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับหนังสือรับรองความประพฤติ
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
Testimony Memorandum
บันทึกถ้อยคำตามแบบของศูนย์ฯ มีทั้งฉบับสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยและผู้ถือสัญชาติอื่น

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

หน้านี้ให้ข้อมูลกระบวนการเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย กรณีที่มีประวัติคดีความควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น