samui police clearance for foreigners
ชาวต่างชาติที่เคยพำนักในไทย (Non-B, Non-O, Retirement, DTV, LTR, Student) ต้องขอ Thai Police Clearance ก่อนกลับประเทศหรือย้ายประเทศ — iVC ช่วยพิมพ์ลายนิ้วมือ + ยื่น RTP + แปล + Legalization
Police Clearance สำหรับชาวต่างชาติในไทย
- Passport + Visa page + TM.6/TM.30
- Address proof (Yellow book/Certificate of Residence)
- Fingerprint at iVC หรือโรงพัก
- รับ EMS ที่บ้านต่างประเทศได้
ลำดับขั้นตอนการดำเนินการ
- ส่งสำเนาเอกสารประจำตัว (หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน และหลักฐานทหารสำหรับชายไทยอายุ 17–45 ปี) เพื่อตรวจความครบถ้วน
- รับใบเสนอราคาแบบแจกแจงค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
- พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในประเทศไทย หรือที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยหากอยู่ต่างประเทศ
- ยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และติดตามคิวตรวจสอบ
- เมื่อได้รับเอกสาร ดำเนินการแปลและรับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
- ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง (กรณีประเทศนอกภาคี) และจัดส่งเอกสารให้ผู้ขอ
ขอบเขตงานของ iVC ในหัวข้อ “samui police clearance for foreigners”
iVC ให้บริการเตรียมเอกสารและยื่นคำร้องแทนผู้ขอมาตั้งแต่ปี 2554 (2011) ครอบคลุมทั้งคนไทยในประเทศและต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เคยพำนักในประเทศไทย และกรณีมอบอำนาจ โดยหน่วยงานผู้ออกเอกสารคือศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการพิจารณาและกรอบเวลาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ ผู้ให้บริการเอกชนไม่สามารถรับประกันผลได้
ทีมงานประกอบด้วยนักแปล NAATI (หมายเลข 45567) สำหรับคู่ภาษาไทย–อังกฤษ และผู้ประสานงานด้านนิติกรณ์กรมการกงสุลและสถานทูต ทำให้สามารถต่อขั้นตอนแปล–รับรอง–ยื่นสถานทูตได้ต่อเนื่องจากจุดเดียวที่สำนักงานสุขุมวิท 22 คลองเตย กรุงเทพฯ
ปรึกษา Foreigner Police Clearance
คำตอบสั้น
samui police clearance for foreigners — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า
ผู้ถือสัญชาติอื่นที่เคยพำนักในประเทศไทย
สำหรับผู้สมัครที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ศูนย์ฯ กำหนดเอกสารหลักคือหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุพร้อมสำเนารับรอง เอกสารที่แสดงว่าเคยทำงานหรือพำนักในประเทศไทย สำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าไทยและตราประทับล่าสุด และใบอนุญาตทำงานพร้อมสำเนารับรองหากมี
นอกจากนี้ยังมีเอกสารตามวัตถุประสงค์ เช่น กรณีศึกษาต่อใช้หนังสือตอบรับจากสถาบันและ transcript กรณีสมรสใช้ทะเบียนสมรสและเอกสารแสดงตนของคู่สมรส กรณีทำงานใช้สัญญาจ้าง หนังสือรับรองจากบริษัท และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
ศูนย์ฯ ระบุว่าเอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่เชื่อถือได้ ดังนั้นการเตรียมคำแปลควรทำคู่ขนานไปกับการรวบรวมต้นฉบับ ไม่ควรรอจนถึงวันยื่น
จุดตรวจเฉพาะสำหรับผู้ถือสัญชาติอื่น
ผู้สมัครที่ไม่ใช่สัญชาติไทยต้องแสดงความเชื่อมโยงกับประเทศไทยอย่างชัดเจน ทั้งเอกสารที่ยืนยันว่ากำลังทำงาน เคยทำงาน หรือพำนักในไทย และสำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าไทยพร้อมตราประทับล่าสุด
เอกสารประกอบภาษาต่างประเทศ ศูนย์ฯ ระบุให้แปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่เชื่อถือได้ จึงควรวางแผนงานแปลไปพร้อมกับการรวบรวมเอกสาร
ความแตกต่างตามประเทศปลายทาง
เส้นทางเอกสารแตกแยกกันตั้งแต่ต้นที่คำถามเดียวคือ ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ หากเป็นภาคี เอกสารมหาชนของไทยจบที่ใบ Apostille ที่ออกโดยกรมการกงสุล หากไม่ใช่ภาคี ต้องผ่านนิติกรณ์แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย
ภาษาของคำแปลก็ต่างกันตามปลายทาง บางประเทศรับคำแปลภาษาอังกฤษ บางประเทศกำหนดคำแปลเป็นภาษาราชการของตนและกำหนดผู้แปลที่ยอมรับ จึงควรยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานผู้รับก่อนสั่งแปล
ควรตรวจสอบสถานะภาคีจากรายชื่อของ HCCH โดยตรง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงและมีข้อยกเว้นระหว่างบางรัฐภาคี
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสำเนาที่มีการรับรองสำเนา
- เอกสารยืนยันการทำงานหรือการพำนักในประเทศไทย
- สำเนาหน้าวีซ่าไทยและตราประทับเข้าเมืองล่าสุด
- ใบอนุญาตทำงานพร้อมสำเนารับรอง (ถ้ามี)
- คำแปลภาษาไทยของเอกสารประกอบที่เป็นภาษาต่างประเทศ
- คำร้องขอหนังสือรับรองความประพฤติตามแบบของศูนย์ฯ กรอกครบทุกช่อง
- การสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบสำคัญการสมรสหรือหย่า หากมีการเปลี่ยนแปลง
- หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี
- สำเนาทุกฉบับคมชัด เห็นรูปถ่ายและตัวอักษรครบ
ลำดับงานทั้งกระบวนการ
| ขั้น | งาน | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. ตรวจข้อกำหนดปลายทาง | ยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนด | ผู้ยื่น | ก่อนเริ่มงาน |
| 2. เตรียมเอกสารและคำร้อง | รวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำ | ผู้ยื่น | ตามความพร้อมเอกสาร |
| 3. พิมพ์ลายนิ้วมือ | พิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศ | ผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ | 1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน) |
| 4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติ | ยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูล | ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ | ตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน |
| 5. แปลและรับรองต่อเนื่อง | แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล | ผู้ยื่น / กรมการกงสุล | ตามรอบบริการปกติหรือด่วน |
| 6. รับรองที่สถานทูตปลายทาง | เฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮก | สถานเอกอัครราชทูตปลายทาง | ตามระเบียบของแต่ละสถานทูต |
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย
- ชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษในคำร้องไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
- ขาดหลักฐานทางทหารของชายสัญชาติไทยอายุ 17–45 ปี
- ขาดหลักฐานการยื่นคำร้องขอวีซ่า ทั้งที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อยื่นวีซ่า
- เอกสารประกอบภาษาต่างประเทศไม่มีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว
- ยื่นผิดหน่วยงาน โดยนำคำขอสำหรับใช้ต่างประเทศไปยื่นที่หน่วยงานตรวจประวัติสำหรับใช้ในประเทศ
- หนังสือมอบอำนาจไม่ครอบคลุมขั้นตอนรับผล ทำให้ต้องทำหนังสือใหม่
อภิธานศัพท์
- กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม
- หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสำหรับการใช้งานภายในประเทศ ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับหนังสือรับรองความประพฤติ
- นิติกรณ์ (Legalization)
- การรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ
- Apostille
- ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
- Testimony Memorandum
- บันทึกถ้อยคำตามแบบของศูนย์ฯ มีทั้งฉบับสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยและผู้ถือสัญชาติอื่น
- Letter of Power of Attorney
- หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นคำร้องหรือรับผลแทน
- แบบพิมพ์ลายนิ้วมือ
- แบบฟอร์มบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือ มีฉบับเฉพาะสำหรับการตรวจสอบประวัติจากนอกประเทศไทย
แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ
- ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล — Police Clearance Service Center — เอกสารที่ต้องใช้ แบบฟอร์ม และการยื่นทางไปรษณีย์
- ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ — Document Preparation for Certificate (ฉบับผู้สมัครต่างชาติ)
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — งานนิติกรณ์และอัตราค่าธรรมเนียม
- HCCH — Apostille Convention — status table
ข้อมูลในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศของหน่วยงานราชการที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า ขั้นตอนและเอกสารอาจปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026
อ่านต่อในกลุ่ม “ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย”
- ขอใบรับรองความประพฤติ ชาวต่างชาติ
- police clearance thailand for foreigners
- thai police clearance for non thai citizens
- police clearance thailand former expat
- ชาวต่างชาติที่เคยอาศัยอยู่ในจังหวัดอุดรธานีและเดินทางกลับประเทศไปแล้ว สามารถให้เอเจนซี่ในไทยดำเนินการแทนได้โดยไม่ต้องบินกลับมาใช่ไหม?
- ชาวต่างชาติที่เคยอาศัยในประเทศไทย จะขอใบตรวจประวัติอาชญากรรมได้อย่างไรเมื่อกลับประเทศไปแล้ว?
- Where can foreigners living upcountry (outside Bangkok) get their fingerprints taken for a police check?
หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น
- ขอใบรับรองความประพฤติ มอบอำนาจ ทำยังไง· การมอบอำนาจ (Power of Attorney)
- มอบอำนาจขอใบรับรองความประพฤติ· การมอบอำนาจ (Power of Attorney)
- ขอใบรับรองความประพฤติ เอกสารแปลต้องรับรองไหม· งานแปลและรับรองคำแปล
- แปลใบประวัติอาชญากรรม· งานแปลและรับรองคำแปล