ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

naati translation thai police clearance

หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่กำหนดให้แนบคำแปลที่รับรองโดยผู้แปลที่มีคุณสมบัติ สำหรับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นิยมใช้คำแปลที่ประทับตรานักแปล NAATI (iVC มีนักแปล NAATI หมายเลข 45567 คู่ภาษาไทย–อังกฤษ) ส่วนประเทศอื่นใช้คำแปลรับรองพร้อมนิติกรณ์กรมการกงสุลตามที่ปลายทางกำหนด

แปลหนังสือรับรองความประพฤติ — NAATI และคำแปลรับรอง

ลำดับขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ส่งสำเนาเอกสารประจำตัว (หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน และหลักฐานทหารสำหรับชายไทยอายุ 17–45 ปี) เพื่อตรวจความครบถ้วน
  2. รับใบเสนอราคาแบบแจกแจงค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในประเทศไทย หรือที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยหากอยู่ต่างประเทศ
  4. ยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และติดตามคิวตรวจสอบ
  5. เมื่อได้รับเอกสาร ดำเนินการแปลและรับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
  6. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง (กรณีประเทศนอกภาคี) และจัดส่งเอกสารให้ผู้ขอ

ขอบเขตงานของ iVC ในหัวข้อ “naati translation thai police clearance

iVC ให้บริการเตรียมเอกสารและยื่นคำร้องแทนผู้ขอมาตั้งแต่ปี 2554 (2011) ครอบคลุมทั้งคนไทยในประเทศและต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เคยพำนักในประเทศไทย และกรณีมอบอำนาจ โดยหน่วยงานผู้ออกเอกสารคือศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการพิจารณาและกรอบเวลาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ ผู้ให้บริการเอกชนไม่สามารถรับประกันผลได้

ทีมงานประกอบด้วยนักแปล NAATI (หมายเลข 45567) สำหรับคู่ภาษาไทย–อังกฤษ และผู้ประสานงานด้านนิติกรณ์กรมการกงสุลและสถานทูต ทำให้สามารถต่อขั้นตอนแปล–รับรอง–ยื่นสถานทูตได้ต่อเนื่องจากจุดเดียวที่สำนักงานสุขุมวิท 22 คลองเตย กรุงเทพฯ

รวมงานแปลกับงานรับรองในเคสเดียว

คำตอบสั้น

naati translation thai police clearance — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า

คำแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ

ข้อกำหนดเรื่องคำแปลมาจากหน่วยงานผู้รับ ไม่ใช่จากตำรวจผู้ออกเอกสาร บางหน่วยงานกำหนดผู้แปลที่ได้รับการรับรองเฉพาะระบบ เช่น ระบบรับรองผู้ประกอบวิชาชีพของออสเตรเลีย บางหน่วยงานรับคำแปลที่ผ่านการรับรองคำแปลของกรมการกงสุล

การสะกดชื่อบุคคลในคำแปลต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร และชื่อหน่วยงานผู้ออกเอกสารต้องใช้ชื่อทางการภาษาอังกฤษที่หน่วยงานนั้นใช้เอง ไม่แปลตามความหมาย

หากยังไม่ทราบว่าปลายทางต้องการคำแปลรูปแบบใด ควรถามหน่วยงานผู้รับก่อน เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำและเสียค่ารับรองซ้ำ

การมอบอำนาจ: สิ่งที่ทำแทนได้ และสิ่งที่ทำแทนไม่ได้

ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติเผยแพร่แบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ (Letter of Power of Attorney) อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ของศูนย์ฯ ผู้รับมอบอำนาจสามารถยื่นคำร้อง ส่งเอกสารประกอบ และรับผลแทนผู้ร้องได้ตามเงื่อนไขที่ระบุในแบบฟอร์ม

สิ่งที่มอบอำนาจแทนไม่ได้คือการพิมพ์ลายนิ้วมือ เพราะเป็นข้อมูลชีวมิติของตัวผู้ร้องเอง ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดจึงพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในพื้นที่ ส่วนผู้ที่อยู่ต่างประเทศใช้แบบพิมพ์ลายนิ้วมือสำหรับการตรวจสอบประวัติจากต่างประเทศที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ไว้

เอกสารมอบอำนาจที่ลงนามในต่างประเทศ หน่วยงานผู้รับมักขอให้มีการรับรองลายมือชื่อ เช่น โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย หรือโดยผู้มีอำนาจรับรองในประเทศนั้นแล้วจึงผ่านขั้นตอน Apostille ตามระบบของประเทศต้นทาง

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบสำคัญการสมรสหรือหย่า หากมีการเปลี่ยนแปลง
  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • สำเนาทุกฉบับคมชัด เห็นรูปถ่ายและตัวอักษรครบ
  • แผนขั้นตอนต่อเนื่อง (แปล / นิติกรณ์ หรือ Apostille / สถานทูตปลายทาง) ตามข้อกำหนดของผู้รับเอกสาร
  • คำร้องขอหนังสือรับรองความประพฤติตามแบบของศูนย์ฯ กรอกครบทุกช่อง

ลำดับงานทั้งกระบวนการ

ขั้นงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนดผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. เตรียมเอกสารและคำร้องรวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นตามความพร้อมเอกสาร
3. พิมพ์ลายนิ้วมือพิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน)
4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูลศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน
5. แปลและรับรองต่อเนื่องแปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุลผู้ยื่น / กรมการกงสุลตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย

  • ขาดหลักฐานทางทหารของชายสัญชาติไทยอายุ 17–45 ปี
  • ขาดหลักฐานการยื่นคำร้องขอวีซ่า ทั้งที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อยื่นวีซ่า
  • เอกสารประกอบภาษาต่างประเทศไม่มีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว
  • ยื่นผิดหน่วยงาน โดยนำคำขอสำหรับใช้ต่างประเทศไปยื่นที่หน่วยงานตรวจประวัติสำหรับใช้ในประเทศ
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ครอบคลุมขั้นตอนรับผล ทำให้ต้องทำหนังสือใหม่
  • หนังสือเดินทางเหลืออายุน้อยจนหน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสารที่อ้างอิงเลขเล่มนั้น

อภิธานศัพท์

Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
Testimony Memorandum
บันทึกถ้อยคำตามแบบของศูนย์ฯ มีทั้งฉบับสำหรับผู้ถือสัญชาติไทยและผู้ถือสัญชาติอื่น
Letter of Power of Attorney
หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นคำร้องหรือรับผลแทน
แบบพิมพ์ลายนิ้วมือ
แบบฟอร์มบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือ มีฉบับเฉพาะสำหรับการตรวจสอบประวัติจากนอกประเทศไทย
เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้
Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศ ออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ข้อมูลในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศของหน่วยงานราชการที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า ขั้นตอนและเอกสารอาจปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น