ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ขอใบรับรองความประพฤติ ไม่มีพาสปอร์ต

หลัง RTP ออกเล่ม ต้องผ่าน MFA แจ้งวัฒนะ + Embassy ประเทศปลายทาง (หรือ Apostille สำหรับประเทศภาคี Hague ตั้งแต่ 22/12/2024) — iVC ทำต่อเนื่องภายในสัปดาห์เดียว

รับรอง Police Clearance — MFA + Embassy + Apostille

ลำดับขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ส่งสำเนาเอกสารประจำตัว (หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน และหลักฐานทหารสำหรับชายไทยอายุ 17–45 ปี) เพื่อตรวจความครบถ้วน
  2. รับใบเสนอราคาแบบแจกแจงค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในประเทศไทย หรือที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยหากอยู่ต่างประเทศ
  4. ยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และติดตามคิวตรวจสอบ
  5. เมื่อได้รับเอกสาร ดำเนินการแปลและรับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
  6. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง (กรณีประเทศนอกภาคี) และจัดส่งเอกสารให้ผู้ขอ

ขอบเขตงานของ iVC ในหัวข้อ “ขอใบรับรองความประพฤติ ไม่มีพาสปอร์ต

iVC ให้บริการเตรียมเอกสารและยื่นคำร้องแทนผู้ขอมาตั้งแต่ปี 2554 (2011) ครอบคลุมทั้งคนไทยในประเทศและต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เคยพำนักในประเทศไทย และกรณีมอบอำนาจ โดยหน่วยงานผู้ออกเอกสารคือศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการพิจารณาและกรอบเวลาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ ผู้ให้บริการเอกชนไม่สามารถรับประกันผลได้

ทีมงานประกอบด้วยนักแปล NAATI (หมายเลข 45567) สำหรับคู่ภาษาไทย–อังกฤษ และผู้ประสานงานด้านนิติกรณ์กรมการกงสุลและสถานทูต ทำให้สามารถต่อขั้นตอนแปล–รับรอง–ยื่นสถานทูตได้ต่อเนื่องจากจุดเดียวที่สำนักงานสุขุมวิท 22 คลองเตย กรุงเทพฯ

จัดชุด MFA + Embassy ต่อเนื่อง

คำตอบสั้น

ขอใบรับรองความประพฤติ ไม่มีพาสปอร์ต — หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ซอยวิภาวดีรังสิต 27 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทร 0-2551-1999) กระบวนการยึดการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ให้วางลำดับต่อเนื่อง: แปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์ (นิติกรณ์ละ 200 บาท บริการปกติ) หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุล ซึ่งใช้ได้กับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงประกาศราชการท้ายหน้า

ลำดับงานหลังได้รับหนังสือรับรองความประพฤติ

เมื่อได้รับหนังสือรับรองความประพฤติแล้ว หากปลายทางเป็นหน่วยงานต่างประเทศ มักต้องผ่านการรับรองต่ออีกชั้นหนึ่ง ลำดับมาตรฐานคือ ต้นฉบับจากตำรวจ → แปล (ถ้าปลายทางกำหนด) → นิติกรณ์/Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทาง เฉพาะกรณีที่ประเทศนั้นยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก

ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ของกรมการกงสุลคือ นิติกรณ์ละ 200 บาท สำหรับบริการปกติ ส่วนบริการด่วนคิดอัตราสูงกว่าตามประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของกระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมนี้คิดต่อ 1 ตรา ดังนั้นเอกสารหลายฉบับหรือหลายชุดจะคิดแยกกัน

ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2024 ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ทำให้เอกสารมหาชนของไทยที่จะใช้ในรัฐภาคีอื่นจบได้ที่ใบ Apostille โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตปลายทาง ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้งว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ เพราะเส้นทางเอกสารต่างกันตั้งแต่ต้น

การประเมินระยะเวลาอย่างสมจริง

ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับปริมาณคำร้องในช่วงนั้น ความครบถ้วนของเอกสาร คุณภาพลายพิมพ์นิ้วมือ และช่องทางที่ยื่น ศูนย์ฯ มีระบบติดตามหมายเลขพัสดุไปรษณีย์สำหรับคำร้องที่ยื่นด้วยตนเอง ซึ่งใช้ตรวจสถานะการจัดส่งผลได้

หากปลายทางต้องการเอกสารที่ผ่านนิติกรณ์หรือ Apostille ต้องบวกเวลาของกรมการกงสุลเพิ่ม และหากประเทศปลายทางไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ต้องบวกเวลาของสถานเอกอัครราชทูตนั้นอีกชั้นหนึ่ง

แนวทางที่ปลอดภัยคือ นับถอยหลังจากวันนัดยื่นจริงของหน่วยงานปลายทาง แล้ววางลำดับงานย้อนกลับ พร้อมเผื่อรอบแก้ไขเอกสารไว้อย่างน้อยหนึ่งรอบ

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

  • การสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบสำคัญการสมรสหรือหย่า หากมีการเปลี่ยนแปลง
  • หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีผู้ร้องอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • สำเนาทุกฉบับคมชัด เห็นรูปถ่ายและตัวอักษรครบ
  • แผนขั้นตอนต่อเนื่อง (แปล / นิติกรณ์ หรือ Apostille / สถานทูตปลายทาง) ตามข้อกำหนดของผู้รับเอกสาร

ลำดับงานทั้งกระบวนการ

ขั้นงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางยืนยันรูปแบบเอกสาร ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนดผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. เตรียมเอกสารและคำร้องรวบรวมเอกสารตามชุดที่ศูนย์ฯ กำหนด และกรอกคำร้อง/บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นตามความพร้อมเอกสาร
3. พิมพ์ลายนิ้วมือพิมพ์ลายนิ้วมือตามแบบที่กำหนด ในประเทศหรือจากต่างประเทศผู้ยื่น + เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ1 รอบ (พิมพ์ใหม่หากคุณภาพไม่ผ่าน)
4. ยื่นคำร้องและตรวจสอบประวัติยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ และรอผลการตรวจสอบฐานข้อมูลศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติตามรอบพิจารณาของหน่วยงาน
5. แปลและรับรองต่อเนื่องแปลตามข้อกำหนดปลายทาง แล้วยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille ที่กรมการกงสุลผู้ยื่น / กรมการกงสุลตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย

  • สำเนาไม่ชัด โดยเฉพาะสำเนาที่ถ่ายจากภาพในโทรศัพท์แล้วพิมพ์ต่อ
  • ขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไปจนเกินเกณฑ์อายุที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • ลายพิมพ์นิ้วมือจาง เลอะ หรือเคลื่อน ทำให้เทียบฐานข้อมูลไม่ได้
  • ชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษในคำร้องไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • ขาดหลักฐานทางทหารของชายสัญชาติไทยอายุ 17–45 ปี
  • ขาดหลักฐานการยื่นคำร้องขอวีซ่า ทั้งที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อยื่นวีซ่า

อภิธานศัพท์

Letter of Power of Attorney
หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ศูนย์ฯ เผยแพร่ ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นคำร้องหรือรับผลแทน
แบบพิมพ์ลายนิ้วมือ
แบบฟอร์มบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือ มีฉบับเฉพาะสำหรับการตรวจสอบประวัติจากนอกประเทศไทย
เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้
Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศ ออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
กองทะเบียนประวัติอาชญากรรม
หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสำหรับการใช้งานภายในประเทศ ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับหนังสือรับรองความประพฤติ
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ข้อมูลในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศของหน่วยงานราชการที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า ขั้นตอนและเอกสารอาจปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

หัวข้อใกล้เคียงจากกลุ่มอื่น