ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เอเจนซี่รับทำ Apostille แจ้งวัฒนะ

ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกอย่างเป็นทางการเมื่อ 22 ธันวาคม 2024 เอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคี 120+ ประเทศ จึงจบที่ Apostille ของกรมการกงสุล ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีกต่อไป

Apostille กรมการกงสุล — ตั้งแต่ 22 ธ.ค. 2024

คำตอบสั้น

โดยสรุป เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องเริ่มจากฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แปลพร้อมข้อความรับรองของผู้แปล ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) แล้วจึงเลือกขั้นสุดท้ายตามประเทศปลายทาง คือ Apostille สำหรับรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตปลายทางสำหรับประเทศนอกภาคี

เส้นทาง Apostille หลังไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก

อนุสัญญายกเลิกการเรียกร้องให้ทำนิติกรณ์เอกสารมหาชนต่างประเทศ (Apostille Convention) มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2024 ผลคือเอกสารมหาชนของไทยที่จะนำไปใช้ในรัฐภาคีอื่น สามารถจบที่ใบ Apostille ซึ่งออกโดยกรมการกงสุล โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางอีก

ในทางกลับกัน เอกสารจากรัฐภาคีที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย ก็ใช้ Apostille ของประเทศต้นทางแทนการรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทย แล้วจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลตามระเบียบภายในของหน่วยงานผู้รับในไทย

ข้อควรระวังคือ Apostille ใช้ได้เฉพาะเอกสารมหาชนและเฉพาะระหว่างรัฐภาคีเท่านั้น อีกทั้งบางรัฐภาคีอาจคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกรัฐหนึ่ง ทำให้อนุสัญญาไม่มีผลระหว่างคู่รัฐนั้น จึงต้องตรวจสถานะรายประเทศจากตารางสถานะของ HCCH ก่อนเลือกเส้นทางทุกครั้ง

เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศ

เอกสารไทยต้องเริ่มจากฉบับที่ออกหรือคัดรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล

ขั้นสุดท้ายขึ้นกับสถานะของประเทศปลายทาง ถ้าเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและอนุสัญญามีผลระหว่างกัน เอกสารจบที่ Apostille ถ้าไม่ใช่ ต้องนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย

การตรวจสถานะภาคีจากตารางของ HCCH ก่อนเริ่มงาน ช่วยตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกได้ทั้งขั้น และเป็นจุดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุดในทั้งกระบวนการ

การตรวจคุณภาพชุดเอกสารก่อนยื่นจริง

ชุดเอกสารที่พร้อมยื่นควรผ่านการตรวจสามชั้น คือ ตรวจความครบถ้วนเทียบ checklist ของหน่วยงานผู้รับ ตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และเลขประจำตัวข้ามฉบับ และตรวจว่าลำดับการรับรองถูกต้องตามเส้นทางที่เลือก

การให้เจ้าของเอกสารยืนยันร่างคำแปลก่อนพิมพ์ฉบับจริงเป็นขั้นที่ประหยัดเวลามากที่สุด เพราะการแก้ไขหลังผ่านการรับรองแล้วต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งฉบับ

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มงาน

  • แยกเอกสารเป็นสองกอง คือเอกสารมหาชนกับเอกสารเอกชน เพราะเส้นทางรับรองต่างกัน
  • ตรวจว่ามีเอกสารเชื่อมประวัติครบ เช่น หนังสือเปลี่ยนชื่อ–สกุลทุกฉบับตามลำดับเวลา
  • สแกนเก็บเอกสารทุกฉบับก่อนส่งเข้ากระบวนการ เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องแก้ไข
  • ตรวจรอบรับเรื่องและวันหยุดราชการของสัปดาห์ที่จะยื่น
  • ยืนยันที่อยู่จัดส่งคืนและผู้รับปลายทางก่อนเริ่มดำเนินการ

กรอบเวลาการทำงานโดยประมาณ

ตารางกรอบเวลาการรับรองเอกสารกงสุล
ช่วงงานผู้รับผิดชอบระยะเวลา
เฟส 1ตรวจเอกสารต้นฉบับและกำหนดเส้นทางรับรองผู้ให้บริการ + เจ้าของเอกสารภายในวันเดียวกัน
เฟส 2คัดรับรองเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก (ถ้าจำเป็น)หน่วยงานผู้ออกเอกสารตามรอบของหน่วยงาน
เฟส 3แปลและตรวจทานคำแปลเทียบต้นฉบับผู้แปล + ผู้ตรวจทานตามจำนวนหน้าและคู่ภาษา
เฟส 4ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลกรมการกงสุลตามประเภทบริการ ปกติ/ด่วน
เฟส 5Apostille หรือรับรองที่สถานทูตปลายทางกรมการกงสุล / สถานทูตตามรอบของแต่ละแห่ง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ใช้สำเนาที่ผู้ยื่นรับรองเอง ทั้งที่ปลายทางกำหนดฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก
  • ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับเอกสารราชการในชุดเดียวกัน
  • คำแปลไม่มีข้อความรับรองของผู้แปลหรือไม่มีลายมือชื่อกำกับ
  • เอกสารเอกชนยังไม่ผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์
  • เอกสารหมดอายุตามเกณฑ์ของปลายทางระหว่างที่รอขั้นตอนรับรอง
  • ตราประทับหรือลายมือชื่อบนต้นฉบับเลือน ตรวจสอบไม่ได้

อภิธานศัพท์งานรับรองเอกสาร

นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารหรือคำแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างรัฐภาคี มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
เอกสารมหาชน (Public Document)
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน คำพิพากษา ซึ่งเข้าเส้นทาง Apostille ได้โดยตรง
เอกสารเอกชน (Private Document)
เอกสารที่ลงนามโดยบุคคลหรือนิติบุคคล เช่น สัญญา หนังสือมอบอำนาจ ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์
Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ตามระเบียบของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
คร.22
การบันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว ใช้เมื่อจดทะเบียนสมรสหรือหย่าในต่างประเทศแล้วนำมาบันทึกไว้ในทะเบียนของไทย
Certified Correct Translation
ข้อความรับรองของผู้แปลที่ระบุว่าคำแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับ ซึ่งต้องปรากฏบนคำแปลที่ยื่นนิติกรณ์
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026: อัตราค่าธรรมเนียม รอบเวลาทำการ และรายการเอกสารที่หน่วยงานกำหนด เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมการกงสุลและหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงทางการ

ขั้นตอนการทำงานของ iVC

  1. ส่งสำเนาเอกสารไทยผ่าน LINE @iVisa เพื่อตรวจ format ก่อนแปล (ฟรี)
  2. แปลไทย→อังกฤษ/ภาษาปลายทาง โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ
  3. ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  4. เลือกเส้นทางต่อ: Apostille (ประเทศภาคีเฮก) หรือสถานทูตปลายทาง
  5. ส่งผลเป็นสแกน PDF ก่อน แล้วตามด้วยตัวจริง EMS/DHL ทั่วโลก

ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ

ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ปกติ)฿200 / ตราประทับรับผล 2–3 วันทำการ
ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ด่วน)฿400 / ตราประทับรับผลภายใน 1 วันทำการ
แปลรับรอง TH↔EN฿850 / หน้าภาษาอื่นเริ่ม ฿1,200 / หน้า
ค่าเดินเรื่อง iVCเริ่ม ฿1,500 / ชุดรวมรับ-ส่งในเขตกรุงเทพฯ

ทำไมลูกค้าเลือก iVC สำหรับ “เอเจนซี่รับทำ Apostille แจ้งวัฒนะ

งานทุกชิ้นมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบรายเคส แจ้งสถานะผ่าน LINE @iVisa และส่งภาพถ่ายทุกขั้นตอน

เราให้บริการนิติกรณ์เอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ ครอบคลุมทั้งเอกสารส่วนบุคคล เอกสารนิติบุคคล เอกสารการศึกษา และเอกสารทางกฎหมาย พร้อมต่อยอดไปยัง Apostille หรือสถานทูตปลายทางในกรุงเทพฯ ได้ในบิลเดียว

ตรวจว่าปลายทางรับ Apostille ไหม

โทร 080-557-8887 · LINE @iVisa · info@ivc.ltd — ประเมินราคาและกรอบเวลาให้ฟรีก่อนเริ่มงานทุกเคส