ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

วุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชน ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานใดก่อนกงสุล

มหาวิทยาลัยและหน่วยงานประเมินวุฒิในต่างประเทศ (WES, VETASSESS, ECE, NARIC) ต้องการปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล — iVC จัดชุดพร้อมคำแปลที่หน่วยงานเหล่านี้ยอมรับ

ปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ และเอกสารการศึกษา

คำตอบสั้น

โดยสรุป เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องเริ่มจากฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แปลพร้อมข้อความรับรองของผู้แปล ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) แล้วจึงเลือกขั้นสุดท้ายตามประเทศปลายทาง คือ Apostille สำหรับรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตปลายทางสำหรับประเทศนอกภาคี

เอกสารการศึกษาและการประเมินวุฒิ

ปริญญาบัตรและใบแสดงผลการศึกษาควรใช้ฉบับภาษาอังกฤษที่สถาบันออกให้เอง เพราะถือเป็นเอกสารจากผู้ออกโดยตรงและตรงกับชื่อหลักสูตรทางการ หากใช้ฉบับภาษาไทยแล้วแปล ต้องแปลชื่อปริญญาให้ตรงกับที่สถาบันใช้ ไม่แปลตามความหมายทั่วไป

หน่วยงานประเมินวุฒิในต่างประเทศบางแห่งกำหนดให้สถาบันส่งเอกสารถึงตนโดยตรงแบบปิดผนึก ในกรณีนั้นเอกสารที่ผ่านนิติกรณ์ใช้ประกอบเท่านั้น ควรตรวจเงื่อนไขนี้ก่อนสั่งทำทั้งชุด

สำหรับการสมัครเรียนหรือขอใบประกอบวิชาชีพ ควรตรวจสอบด้วยว่าปลายทางต้องการเอกสารฉบับจริงหรือรับสำเนาที่ผ่านการรับรอง เพราะมีผลต่อจำนวนชุดที่ต้องทำ

เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศ

เอกสารไทยต้องเริ่มจากฉบับที่ออกหรือคัดรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล

ขั้นสุดท้ายขึ้นกับสถานะของประเทศปลายทาง ถ้าเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและอนุสัญญามีผลระหว่างกัน เอกสารจบที่ Apostille ถ้าไม่ใช่ ต้องนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย

การตรวจสถานะภาคีจากตารางของ HCCH ก่อนเริ่มงาน ช่วยตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกได้ทั้งขั้น และเป็นจุดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุดในทั้งกระบวนการ

เอกสารเฉพาะเรื่อง: ปริญญาบัตรและใบแสดงผลการศึกษา

ควรใช้ฉบับภาษาอังกฤษที่สถาบันออกให้โดยตรง พร้อมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ทะเบียนที่ตรวจสอบได้

หน่วยงานผู้ออกเอกสาร: สถาบันการศึกษาผู้ออกเอกสาร

ข้อควรระวัง: ชื่อปริญญาและชื่อหลักสูตรต้องใช้ตามที่สถาบันใช้ในเอกสารทางการ ไม่แปลตามความหมายทั่วไป

ความแตกต่างระหว่างนิติกรณ์ การรับรองคำแปล และการรับรองลายมือชื่อ

สามคำนี้ถูกใช้ปนกันบ่อยที่สุด การรับรองลายมือชื่อคือการยืนยันว่าผู้ลงนามลงนามต่อหน้าผู้รับรองจริง การรับรองคำแปลคือการยืนยันความถูกต้องของคำแปลเทียบต้นฉบับ ส่วนนิติกรณ์ของกรมการกงสุลคือการรับรองว่าลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่บนเอกสารนั้นเป็นของจริง

การเข้าใจความต่างนี้ช่วยให้เลือกลำดับได้ถูกตั้งแต่ต้น และไม่จ่ายค่าบริการซ้ำในขั้นตอนที่ปลายทางไม่ได้ต้องการ

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มงาน

  • แยกเอกสารเป็นสองกอง คือเอกสารมหาชนกับเอกสารเอกชน เพราะเส้นทางรับรองต่างกัน
  • ตรวจว่ามีเอกสารเชื่อมประวัติครบ เช่น หนังสือเปลี่ยนชื่อ–สกุลทุกฉบับตามลำดับเวลา
  • สแกนเก็บเอกสารทุกฉบับก่อนส่งเข้ากระบวนการ เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องแก้ไข
  • ตรวจรอบรับเรื่องและวันหยุดราชการของสัปดาห์ที่จะยื่น
  • ยืนยันที่อยู่จัดส่งคืนและผู้รับปลายทางก่อนเริ่มดำเนินการ

กรอบเวลาการทำงานโดยประมาณ

ตารางกรอบเวลาการรับรองเอกสารกงสุล
ช่วงงานผู้รับผิดชอบระยะเวลา
ขั้นเตรียมรวบรวม checklist จากหน่วยงานผู้รับและตรวจอายุเอกสารเจ้าของเอกสาร1–2 วันทำการ
ขั้นรับรองต้นทางรับรองลายมือชื่อเอกสารเอกชน (ถ้ามี)ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อตามนัดหมาย
ขั้นแปลจัดทำคำแปลพร้อมข้อความรับรองของผู้แปลผู้ให้บริการแปลตามปริมาณงาน
ขั้นนิติกรณ์ยื่นและรับผลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์กรมการกงสุลตามรอบคิวที่จองไว้
ขั้นปลายทางยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในต่างประเทศเจ้าของเอกสาร / ผู้แทนตามกำหนดของผู้รับ

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ใช้สำเนาที่ผู้ยื่นรับรองเอง ทั้งที่ปลายทางกำหนดฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก
  • ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับเอกสารราชการในชุดเดียวกัน
  • คำแปลไม่มีข้อความรับรองของผู้แปลหรือไม่มีลายมือชื่อกำกับ
  • เอกสารเอกชนยังไม่ผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์
  • เอกสารหมดอายุตามเกณฑ์ของปลายทางระหว่างที่รอขั้นตอนรับรอง
  • ตราประทับหรือลายมือชื่อบนต้นฉบับเลือน ตรวจสอบไม่ได้

อภิธานศัพท์งานรับรองเอกสาร

นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารหรือคำแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างรัฐภาคี มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
เอกสารมหาชน (Public Document)
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน คำพิพากษา ซึ่งเข้าเส้นทาง Apostille ได้โดยตรง
เอกสารเอกชน (Private Document)
เอกสารที่ลงนามโดยบุคคลหรือนิติบุคคล เช่น สัญญา หนังสือมอบอำนาจ ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์
Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ตามระเบียบของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
คร.22
การบันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว ใช้เมื่อจดทะเบียนสมรสหรือหย่าในต่างประเทศแล้วนำมาบันทึกไว้ในทะเบียนของไทย
Certified Correct Translation
ข้อความรับรองของผู้แปลที่ระบุว่าคำแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับ ซึ่งต้องปรากฏบนคำแปลที่ยื่นนิติกรณ์
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026: อัตราค่าธรรมเนียม รอบเวลาทำการ และรายการเอกสารที่หน่วยงานกำหนด เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมการกงสุลและหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงทางการ

ขั้นตอนการทำงานของ iVC

  1. ส่งสำเนาเอกสารไทยผ่าน LINE @iVisa เพื่อตรวจ format ก่อนแปล (ฟรี)
  2. แปลไทย→อังกฤษ/ภาษาปลายทาง โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ
  3. ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  4. เลือกเส้นทางต่อ: Apostille (ประเทศภาคีเฮก) หรือสถานทูตปลายทาง
  5. ส่งผลเป็นสแกน PDF ก่อน แล้วตามด้วยตัวจริง EMS/DHL ทั่วโลก

ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ

ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ปกติ)฿200 / ตราประทับรับผล 2–3 วันทำการ
ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ด่วน)฿400 / ตราประทับรับผลภายใน 1 วันทำการ
แปลรับรอง TH↔EN฿850 / หน้าภาษาอื่นเริ่ม ฿1,200 / หน้า
ค่าเดินเรื่อง iVCเริ่ม ฿1,500 / ชุดรวมรับ-ส่งในเขตกรุงเทพฯ

ทำไมลูกค้าเลือก iVC สำหรับ “วุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชน ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานใดก่อนกงสุล

งานทุกชิ้นมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบรายเคส แจ้งสถานะผ่าน LINE @iVisa และส่งภาพถ่ายทุกขั้นตอน

เราให้บริการนิติกรณ์เอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ ครอบคลุมทั้งเอกสารส่วนบุคคล เอกสารนิติบุคคล เอกสารการศึกษา และเอกสารทางกฎหมาย พร้อมต่อยอดไปยัง Apostille หรือสถานทูตปลายทางในกรุงเทพฯ ได้ในบิลเดียว

จัดชุดเอกสารการศึกษา

โทร 080-557-8887 · LINE @iVisa · info@ivc.ltd — ประเมินราคาและกรอบเวลาให้ฟรีก่อนเริ่มงานทุกเคส