ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

mfa legalization for australian temporary work visa

ทั้งวีซ่าไทยสำหรับชาวต่างชาติ (Non-B, Non-O, Retirement, DTV, LTR) และวีซ่าต่างประเทศสำหรับคนไทย ล้วนต้องมีเอกสารที่ผ่านการรับรองอย่างถูกลำดับ — iVC ดูทั้งชุดเอกสารและการยื่นวีซ่าให้ในทีมเดียว

นิติกรณ์เพื่อการยื่นวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

คำตอบสั้น

โดยสรุป เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องเริ่มจากฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แปลพร้อมข้อความรับรองของผู้แปล ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) แล้วจึงเลือกขั้นสุดท้ายตามประเทศปลายทาง คือ Apostille สำหรับรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตปลายทางสำหรับประเทศนอกภาคี

การใช้เอกสารที่ผ่านนิติกรณ์ในกระบวนการวีซ่า

สถานทูตแต่ละแห่งกำหนดว่าเอกสารใดต้องผ่านนิติกรณ์และเอกสารใดรับสำเนาธรรมดา ควรดึงรายการเอกสารจากเว็บไซต์ทางการของสถานทูตปลายทางเป็นฉบับอ้างอิงเดียว ไม่ใช้รายการจากบล็อกหรือกลุ่มสนทนา

สำหรับชาวต่างชาติที่ยื่นเรื่องในประเทศไทย เอกสารจากต่างประเทศต้องผ่าน Apostille หรือการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล จึงจะใช้กับหน่วยงานไทยได้

การเรียงชุดเอกสารตาม checklist ของหน่วยงานผู้รับ พร้อมแนบคำแปลไว้หลังต้นฉบับแต่ละฉบับ ช่วยลดการตีกลับจากเหตุผลด้านรูปแบบได้อย่างมีนัยสำคัญ

เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศ

เอกสารไทยต้องเริ่มจากฉบับที่ออกหรือคัดรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล

ขั้นสุดท้ายขึ้นกับสถานะของประเทศปลายทาง ถ้าเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและอนุสัญญามีผลระหว่างกัน เอกสารจบที่ Apostille ถ้าไม่ใช่ ต้องนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย

การตรวจสถานะภาคีจากตารางของ HCCH ก่อนเริ่มงาน ช่วยตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกได้ทั้งขั้น และเป็นจุดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุดในทั้งกระบวนการ

การเก็บรักษาเอกสารและการใช้ซ้ำในอนาคต

เอกสารที่ผ่านการรับรองแล้วควรเก็บทั้งฉบับจริงและไฟล์สแกนความละเอียดสูง พร้อมบันทึกวันที่ของแต่ละขั้นตอน เพราะหน่วยงานปลายทางแต่ละแห่งกำหนดอายุการยอมรับต่างกัน

ชุดเอกสารเดิมมักใช้ซ้ำได้เมื่อยื่นหน่วยงานอื่นในประเทศเดียวกัน แต่ต้องตรวจก่อนว่าผู้รับรายใหม่กำหนดอายุเอกสารเท่าใด และต้องการฉบับจริงหรือรับสำเนารับรอง

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มงาน

  • แยกเอกสารเป็นสองกอง คือเอกสารมหาชนกับเอกสารเอกชน เพราะเส้นทางรับรองต่างกัน
  • ตรวจว่ามีเอกสารเชื่อมประวัติครบ เช่น หนังสือเปลี่ยนชื่อ–สกุลทุกฉบับตามลำดับเวลา
  • สแกนเก็บเอกสารทุกฉบับก่อนส่งเข้ากระบวนการ เพื่อใช้อ้างอิงหากต้องแก้ไข
  • ตรวจรอบรับเรื่องและวันหยุดราชการของสัปดาห์ที่จะยื่น
  • ยืนยันที่อยู่จัดส่งคืนและผู้รับปลายทางก่อนเริ่มดำเนินการ

กรอบเวลาการทำงานโดยประมาณ

ตารางกรอบเวลาการรับรองเอกสารกงสุล
ช่วงงานผู้รับผิดชอบระยะเวลา
เฟส 1ตรวจเอกสารต้นฉบับและกำหนดเส้นทางรับรองผู้ให้บริการ + เจ้าของเอกสารภายในวันเดียวกัน
เฟส 2คัดรับรองเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก (ถ้าจำเป็น)หน่วยงานผู้ออกเอกสารตามรอบของหน่วยงาน
เฟส 3แปลและตรวจทานคำแปลเทียบต้นฉบับผู้แปล + ผู้ตรวจทานตามจำนวนหน้าและคู่ภาษา
เฟส 4ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลกรมการกงสุลตามประเภทบริการ ปกติ/ด่วน
เฟส 5Apostille หรือรับรองที่สถานทูตปลายทางกรมการกงสุล / สถานทูตตามรอบของแต่ละแห่ง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • เลือกเส้นทาง Apostille ทั้งที่ประเทศปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี หรืออนุสัญญาไม่มีผลระหว่างคู่รัฐนั้น
  • ขาดเอกสารเชื่อมประวัติ เช่น หนังสือเปลี่ยนชื่อ–สกุล ทำให้ปลายทางเชื่อมบุคคลไม่ได้
  • ใช้แบบฟอร์มมอบอำนาจทั่วไป ทั้งที่หน่วยงานผู้รับมีแบบฟอร์มเฉพาะ
  • เอกสารนิติบุคคลคัดรับรองเกินกรอบอายุที่ปลายทางกำหนด
  • ส่งค่าธรรมเนียมทางไปรษณีย์ในรูปแบบที่ไม่ตรงกับที่ประกาศไว้
  • จำนวนชุดไม่พอ เพราะปลายทางเก็บฉบับจริงไว้ทั้งหมด

อภิธานศัพท์งานรับรองเอกสาร

นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารหรือคำแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างรัฐภาคี มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
เอกสารมหาชน (Public Document)
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน คำพิพากษา ซึ่งเข้าเส้นทาง Apostille ได้โดยตรง
เอกสารเอกชน (Private Document)
เอกสารที่ลงนามโดยบุคคลหรือนิติบุคคล เช่น สัญญา หนังสือมอบอำนาจ ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์
Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ตามระเบียบของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
คร.22
การบันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว ใช้เมื่อจดทะเบียนสมรสหรือหย่าในต่างประเทศแล้วนำมาบันทึกไว้ในทะเบียนของไทย
Certified Correct Translation
ข้อความรับรองของผู้แปลที่ระบุว่าคำแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับ ซึ่งต้องปรากฏบนคำแปลที่ยื่นนิติกรณ์
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026: อัตราค่าธรรมเนียม รอบเวลาทำการ และรายการเอกสารที่หน่วยงานกำหนด เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมการกงสุลและหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงทางการ

ขั้นตอนการทำงานของ iVC

  1. ส่งสำเนาเอกสารไทยผ่าน LINE @iVisa เพื่อตรวจ format ก่อนแปล (ฟรี)
  2. แปลไทย→อังกฤษ/ภาษาปลายทาง โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ
  3. ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  4. เลือกเส้นทางต่อ: Apostille (ประเทศภาคีเฮก) หรือสถานทูตปลายทาง
  5. ส่งผลเป็นสแกน PDF ก่อน แล้วตามด้วยตัวจริง EMS/DHL ทั่วโลก

ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ

ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ปกติ)฿200 / ตราประทับรับผล 2–3 วันทำการ
ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ด่วน)฿400 / ตราประทับรับผลภายใน 1 วันทำการ
แปลรับรอง TH↔EN฿850 / หน้าภาษาอื่นเริ่ม ฿1,200 / หน้า
ค่าเดินเรื่อง iVCเริ่ม ฿1,500 / ชุดรวมรับ-ส่งในเขตกรุงเทพฯ

ทำไมลูกค้าเลือก iVC สำหรับ “mfa legalization for australian temporary work visa

งานทุกชิ้นมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบรายเคส แจ้งสถานะผ่าน LINE @iVisa และส่งภาพถ่ายทุกขั้นตอน

เราให้บริการนิติกรณ์เอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ ครอบคลุมทั้งเอกสารส่วนบุคคล เอกสารนิติบุคคล เอกสารการศึกษา และเอกสารทางกฎหมาย พร้อมต่อยอดไปยัง Apostille หรือสถานทูตปลายทางในกรุงเทพฯ ได้ในบิลเดียว

ปรึกษาชุดเอกสารวีซ่า

โทร 080-557-8887 · LINE @iVisa · info@ivc.ltd — ประเมินราคาและกรอบเวลาให้ฟรีก่อนเริ่มงานทุกเคส