ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บอจ.5 ฉบับล่าสุด แปลและรับรองกงสุล ใช้เวลากี่วัน

กรมการกงสุลปฏิเสธคำแปลที่ผิด format มากที่สุดในบรรดาเหตุผลตีกลับทั้งหมด — iVC ใช้ template คำแปลที่ผ่านการยอมรับจริงมากกว่า 30,000 ชุด และมีนักแปล NAATI #45567 ประจำสำนักงาน

แปลเอกสารให้ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล 100%

คำตอบสั้น

โดยสรุป เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องเริ่มจากฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แปลพร้อมข้อความรับรองของผู้แปล ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) แล้วจึงเลือกขั้นสุดท้ายตามประเทศปลายทาง คือ Apostille สำหรับรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตปลายทางสำหรับประเทศนอกภาคี

การรับรองคำแปล: เกณฑ์ที่ทำให้คำแปลผ่านหรือไม่ผ่าน

กรมการกงสุลรับรองคำแปลระหว่างภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเป็นหลัก คำแปลต้องมีข้อความรับรองของผู้แปลกำกับ เช่น “Certified Correct Translation” สำหรับไทยเป็นอังกฤษ หรือ “รับรองคำแปลถูกต้อง” สำหรับอังกฤษเป็นไทย พร้อมลายมือชื่อผู้แปล

การสะกดชื่อบุคคลต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร และชื่อหน่วยงานผู้ออกเอกสารต้องใช้ชื่อทางการภาษาอังกฤษที่หน่วยงานนั้นใช้เอง ไม่แปลตามความหมาย เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจโดยเทียบกับต้นฉบับทีละช่อง

ปัจจุบันเอกสารการทะเบียนหลายประเภทสามารถขอเป็นฉบับภาษาอังกฤษได้โดยตรงที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการแปลและลดความเสี่ยงเรื่องคำแปลไม่ตรงรูปแบบลงได้มาก

เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศ

เอกสารไทยต้องเริ่มจากฉบับที่ออกหรือคัดรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล

ขั้นสุดท้ายขึ้นกับสถานะของประเทศปลายทาง ถ้าเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและอนุสัญญามีผลระหว่างกัน เอกสารจบที่ Apostille ถ้าไม่ใช่ ต้องนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย

การตรวจสถานะภาคีจากตารางของ HCCH ก่อนเริ่มงาน ช่วยตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกได้ทั้งขั้น และเป็นจุดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุดในทั้งกระบวนการ

เอกสารเฉพาะเรื่อง: หนังสือรับรองบริษัทและเอกสารนิติบุคคล

ต้องใช้ฉบับคัดรับรองใหม่ เพราะปลายทางส่วนใหญ่กำหนดอายุเอกสารนับจากวันคัดรับรอง ไม่ใช่วันจดทะเบียน

หน่วยงานผู้ออกเอกสาร: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ข้อควรระวัง: ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษต้องตรงกับที่จดทะเบียนไว้ทุกตัวอักษร มิฉะนั้นเอกสารในชุดจะไม่ตรงกัน

การตรวจคุณภาพชุดเอกสารก่อนยื่นจริง

ชุดเอกสารที่พร้อมยื่นควรผ่านการตรวจสามชั้น คือ ตรวจความครบถ้วนเทียบ checklist ของหน่วยงานผู้รับ ตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และเลขประจำตัวข้ามฉบับ และตรวจว่าลำดับการรับรองถูกต้องตามเส้นทางที่เลือก

การให้เจ้าของเอกสารยืนยันร่างคำแปลก่อนพิมพ์ฉบับจริงเป็นขั้นที่ประหยัดเวลามากที่สุด เพราะการแก้ไขหลังผ่านการรับรองแล้วต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งฉบับ

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มงาน

  • รวบรวมรายการเอกสารจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานผู้รับเป็นฉบับอ้างอิงเดียว
  • ตรวจอายุเอกสารที่ปลายทางกำหนด แล้วจัดลำดับให้เอกสารอายุสั้นทำเป็นลำดับท้าย
  • ตรวจว่าคำแปลมีข้อความรับรองของผู้แปลและลายมือชื่อครบทุกฉบับ
  • ตรวจว่าเอกสารเอกชนผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์แล้ว
  • วางแผนวันยื่นโดยเผื่อรอบเวลาของหน่วยงานที่ควบคุมไม่ได้

กรอบเวลาการทำงานโดยประมาณ

ตารางกรอบเวลาการรับรองเอกสารกงสุล
ช่วงงานผู้รับผิดชอบระยะเวลา
เฟส 1ตรวจเอกสารต้นฉบับและกำหนดเส้นทางรับรองผู้ให้บริการ + เจ้าของเอกสารภายในวันเดียวกัน
เฟส 2คัดรับรองเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก (ถ้าจำเป็น)หน่วยงานผู้ออกเอกสารตามรอบของหน่วยงาน
เฟส 3แปลและตรวจทานคำแปลเทียบต้นฉบับผู้แปล + ผู้ตรวจทานตามจำนวนหน้าและคู่ภาษา
เฟส 4ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลกรมการกงสุลตามประเภทบริการ ปกติ/ด่วน
เฟส 5Apostille หรือรับรองที่สถานทูตปลายทางกรมการกงสุล / สถานทูตตามรอบของแต่ละแห่ง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ใช้สำเนาที่ผู้ยื่นรับรองเอง ทั้งที่ปลายทางกำหนดฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก
  • ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับเอกสารราชการในชุดเดียวกัน
  • คำแปลไม่มีข้อความรับรองของผู้แปลหรือไม่มีลายมือชื่อกำกับ
  • เอกสารเอกชนยังไม่ผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์
  • เอกสารหมดอายุตามเกณฑ์ของปลายทางระหว่างที่รอขั้นตอนรับรอง
  • ตราประทับหรือลายมือชื่อบนต้นฉบับเลือน ตรวจสอบไม่ได้

อภิธานศัพท์งานรับรองเอกสาร

นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารหรือคำแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างรัฐภาคี มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
เอกสารมหาชน (Public Document)
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน คำพิพากษา ซึ่งเข้าเส้นทาง Apostille ได้โดยตรง
เอกสารเอกชน (Private Document)
เอกสารที่ลงนามโดยบุคคลหรือนิติบุคคล เช่น สัญญา หนังสือมอบอำนาจ ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์
Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ตามระเบียบของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
คร.22
การบันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว ใช้เมื่อจดทะเบียนสมรสหรือหย่าในต่างประเทศแล้วนำมาบันทึกไว้ในทะเบียนของไทย
Certified Correct Translation
ข้อความรับรองของผู้แปลที่ระบุว่าคำแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับ ซึ่งต้องปรากฏบนคำแปลที่ยื่นนิติกรณ์
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026: อัตราค่าธรรมเนียม รอบเวลาทำการ และรายการเอกสารที่หน่วยงานกำหนด เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมการกงสุลและหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงทางการ

ขั้นตอนการทำงานของ iVC

  1. ส่งสำเนาเอกสารไทยผ่าน LINE @iVisa เพื่อตรวจ format ก่อนแปล (ฟรี)
  2. แปลไทย→อังกฤษ/ภาษาปลายทาง โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ
  3. ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  4. เลือกเส้นทางต่อ: Apostille (ประเทศภาคีเฮก) หรือสถานทูตปลายทาง
  5. ส่งผลเป็นสแกน PDF ก่อน แล้วตามด้วยตัวจริง EMS/DHL ทั่วโลก

ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ

ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ปกติ)฿200 / ตราประทับรับผล 2–3 วันทำการ
ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ด่วน)฿400 / ตราประทับรับผลภายใน 1 วันทำการ
แปลรับรอง TH↔EN฿850 / หน้าภาษาอื่นเริ่ม ฿1,200 / หน้า
ค่าเดินเรื่อง iVCเริ่ม ฿1,500 / ชุดรวมรับ-ส่งในเขตกรุงเทพฯ

ทำไมลูกค้าเลือก iVC สำหรับ “บอจ.5 ฉบับล่าสุด แปลและรับรองกงสุล ใช้เวลากี่วัน

iVC ตรวจ format และลำดับการรับรองก่อนยื่นทุกครั้ง จึงลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับเหลือน้อยกว่า 1%

เราให้บริการนิติกรณ์เอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ ครอบคลุมทั้งเอกสารส่วนบุคคล เอกสารนิติบุคคล เอกสารการศึกษา และเอกสารทางกฎหมาย พร้อมต่อยอดไปยัง Apostille หรือสถานทูตปลายทางในกรุงเทพฯ ได้ในบิลเดียว

ส่งเอกสารให้ประเมินค่าแปล

โทร 080-557-8887 · LINE @iVisa · info@ivc.ltd — ประเมินราคาและกรอบเวลาให้ฟรีก่อนเริ่มงานทุกเคส